หน้าแรก ภูมิภาค วิจารณ์ยับ! ห...

วิจารณ์ยับ! หนุ่มวัย 20 ดับ หลังญาติโทรแจ้ง 1669 จนท.กลับแนะกินยาพารานอน เช้าค่อยมารับ

15.09.17 | 13:28 น.

เมื่อวันที่ 15 กันยายน ผู้สื่อข่าว จ.ประจวบคีรีขันธ์ รายงานว่า จากกรณีมีผู้ใช้ชื่อ Api Brahman Land โพสต์ข้อความและภาพผ่านเฟซบุ๊กประจวบคีรีขันธ์ ระบุว่า “ มีผู้เสียชีวิตจากการทำงานล่าช้าของสายด่วนฉุกเฉิน 1669 ประจวบคีรีขันธ์ เนื่องจากไม่ยอมจัดส่งรถกู้ชีพไปรับผู้ป่วยหลังจากได้รับแจ้ง บอกแต่เพียงให้ไปกินยาพารา แล้วเช้าจะส่งรถมารับ ขณะนี้ผู้ป่วยเสียชีวิตแล้วสาเหตุติดเชื้อในกระแสเลือดมาถึง รพ.ช้าเกินไป ผมอยากให้เจ้าหน้าที่คนที่รับเรื่องในวันที่ 12 กันยายนที่ผ่านมา เวลาประมาณตีหนึ่ง มาขอขมาศพ หากไม่มาผมจะตามเอาเรื่องให้ถึงที่สุดครับจึงขออนุญาตเฟซนี้ช่วยตามให้หน่อยครับ” ทำให้มีกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก

จากการสอบถามนายอภิเชษฐ์ พรรณไวย อายุ 41 ปี อาชีพทนายความ เจ้าของเฟซบุ๊ก กล่าวว่า ผู้ตายเป็นหลานชื่อนายสันติสุข พรรณไวย หรือน้องลูกชิต อาชีพทำไร่ อายุ 20 ปี บุตรชายของ พ.ต.ท.ราชันย์ พรรณไวย สารวัตรสอบสวน สภ.เมือง จ.ภูเก็ต ก่อนเสียชีวิตหลานอาศัยอยู่กับย่าที่บ้านพัก โดยป่วยเป็นโรคธาลัสซีเมียตั้งแต่เด็ก ก่อนเสียชีวิตในช่วงค่ำวันที่ 12 กันยายนที่ผ่านมา มีอาการป่วยปวดศีรษะ จากนั้นได้รับประทานยาพาราเซตามอลและเช็ดตัว แต่อาการไม่ดีขึ้น ทำให้ญาติที่ดูแลอาการโทรศัพท์แจ้ง 1669 หรือศูนย์สั่งการประจวบคีรีขันธ์ แต่ได้รับตำตอบจากเจ้าหน้าที่ผู้ชาย ที่รับสายว่าให้ผู้ป่วยกินยาพาราฯไปก่อน จากนั้นช่วงเช้าจะมารับ โดยไม่ได้แจ้งเหตุผลว่าติดภารกิจรับผู้ป่วยเคสอื่น จากนั้นญาติได้โทรศัพท์แจ้งให้ตนทราบ ขณะทำธุระอยู่ในเมืองประจวบฯ จึงเดินทางกลับไปดูอาการของหลานและได้โทรไป 1669 อีกครั้งเนื่องจากผู้ป่วยมีอาการช็อก เกร็งหายใจไม่ออก ทำให้มีปากเสียงกับเจ้าหน้าที่ 1669

“กระทั่งเวลาตี 3 ผมได้นำหลานชายขึ้นรถเพื่อไปพบแพทย์ที่โรงพยาบาลประจวบคีรีขันธ์ ระยะทางประมาณ 35 กิโลเมตร (กม.) ระหว่างทางเมื่อเดินทางมาถึงบ้านวังมะเดื่อ ต.อ่าวน้อย มีรถ 1669 รพ.ประจวบฯ พร้อมเจ้าหน้าที่ชาย 3 คน แล่นรถสวนมา จึงย้ายหลานใส่รถกู้ชีพไปทำการรักษาตัว จากนั้นหลานชายได้เสียชีวิตจากอาการติดเชื้อในกระแสเลือดที่โรงพยาบาลประจวบฯ เมื่อช่วงบ่ายวันที่ 13 กันยายน ดังนั้น ผมขอเรียกร้องให้โรงพยาบาลออกมาแสดงความรับผิดชอบ ผมจะไม่ฟ้องร้องเรียกค่าเสียหาย แต่ขอให้เจ้าหน้าที่ 1669 ที่รับสายมาขอขมาศพ เนื่องจากการทำงานมีความล่าช้าหรือมีความผิดพลาดทำให้ผู้ป่วยเสียชีวิต และโรงพยาบาลต้องนำเรื่องนี้ไปพัฒนา เพื่อเป็นกรณีศึกษาไม่ให้มีปัญหาลักษณะนี้กับผู้ป่วยรายอื่น” นายอภิเชษฐ์กล่าว

ต่อมา นางสุวรรณา เกตะทร เจ้าหน้าที่สำนักงานพัฒนาคุณภาพบริการ รพ.ประจวบคีรีขันธ์ และคณะเจ้าหน้าที่ได้เดินทางไปที่ศาลาบำเพ็ญกุศลศพ วัดวังไทรติ่ง ต.อ่าวน้อย เพื่อเคารพศพและแสดงความเสียใจ พร้อมพูดคุยกับบิดาและญาติผู้เสียชีวิต โดยนำสิ่งของมามอบให้ จากนั้นได้กล่าวว่า เบื้องต้นผู้ป่วยเสียชีวิตเนื่องจากติดเชื้อในกระแสเลือดและขณะทำการรักษาเจ้าหน้าที่ได้ใส่เครื่องช่วยหายใจ และยอมรับว่าเจ้าหน้าที่เวรที่รับโทรศัพท์สายด่วน 1669 ไม่ได้ประเมินอาการของผู้ป่วยอย่างละเอียดตามหลักวิชาการ ซึ่งจะนำปัญหาดังกล่าวไปปรับปรุงพัฒนาการทำงาน และยืนยันว่าจะนำเจ้าหน้าที่ 1669 เดินทางไปเคารพศพ และร่วมฟังสวดพระอภิธรรม พร้อมกับทีมผู้บริหารของโรงพยาบาล แต่ขณะนี้ผู้อำนวยการโรงพยาบาลติดภารกิจประชุมที่ต่างจังหวัด

Advertisement