เมื่อวันที่ 10 มี.ค. นายประสงค์ บริรักษ์ นายกเทศมนตรีเมืองเขารูปช้าง อ.เมือง พร้อมนายกเทศมนตรีอีก 10 คนในจังหวัดสงขลา อาทิ เทศบาลเมืองม่วงงาม เทศบาลตำบลคูหาใต้ เทศบาลตำบลน้ำน้อย เป็นตัวแทนเทศบาลในจังหวัดภาคใต้ตอนล่าง ได้เข้ายื่นคำฟ้องต่อศาลปกครองสงขลา โดยฟ้องคณะกรรมการการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องท้องถิ่น อันเนื่องมาจาก ประกาศคณะกรรมการกระจายอำนาจฯเกิดความไม่เป็นธรรมต่อเทศบาลที่ยกฐานะหลักปี พ.ศ.2549 เนื่องจากการจัดสรรเงินภาษีมูลค่าเพิ่มที่มีความเหลื่อมล้ำ โดยอ้างอิงจากจำนวนคนจนในจังหวัดและฐานรายได้เทศบาลในปี 2551 ซึ่งปัจจุบันเทศบาลหลายแห่งได้มีการขยายตัวของจำนวนประชากรและยกฐานะ พร้อมรับถ่ายโอนภารกิจเพิ่มมากขึ้น แต่จากการอิงฐานข้อมูลเมื่อปี 2551 ซึ่งไม่เป็นปัจจุบัน ทำให้เทศบาลที่ยกฐานะหลังปี 2549 ได้รับงบประมาณที่ไม่สอดคล้องกับความเป็นจริง
นายประสงค์กล่าวว่า เทศบาลที่ได้รับผลกระทบนั้นมีจำนวน 1,280 แห่ง จากเทศบาลทั่วประเทศ 2,400 กว่าแห่ง ปัญหาที่เกิดขึ้นสร้างความเหลื่อมล้ำจึงได้พยายามเรียกร้องตามขั้นตอนนานมากกว่า 6 ปี แต่คณะกรรมการกระจายอำนาจฯกลับไม่ได้ดำเนินการใดๆ สร้างความเดือดร้อนต่อประชาชน เนื่องจากงบประมาณที่น้อยเป็นอุปสรรคในการพัฒนา ยกตัวอย่างในจังหวัดสงขลา เทศบาลที่มีจำนวนประชากรในเกณฑ์เดียวกันกับเทศบาลเมืองเขารูปช้าง อาทิ เทศบาลเมืองควนลัง เทศบาลเมืองคลองแห เทศบาลเมืองคอหงส์ อำเภอหาดใหญ่ ได้รับการจัดสรรเงินงบประมาณจากภาษีมูลค่าเพิ่ม 70 ล้านบาทเศษ แต่เทศบาลเมืองเขารูปช้างได้รับเพียง 13 ล้านบาทเท่านั้น คือความเหลื่อมล้ำที่เห็นได้ชัดจน ทำให้ในวันนี้ได้ยื่นคำฟ้อง ขอให้ศาลไต่สวนฉุกเฉิน กรณีให้คณะกรรมการการกระจายอำนาจฯยุติการจ่ายเงินงบประมาณประจำปี 2559 เพื่อให้เกิดการแก้ไขและประกาศใช้งบประมาณฉบับใหม่เพื่อให้เกิดความเป็นธรรม นอกจากนั้นยังขอให้ศาลพิจารณาเพิกถอนคำสั่งคณะกรรมการกระจายอำนาจ และให้มีการจัดสรรงบประมาณในส่วนภาษีมูลค่าเพิ่มอย่างเป็นธรรม ซึ่งได้มีการลงเลขรับเรื่องเอาไว้ เพื่อรอศาลปกครองพิจารณาว่าจะรับฟ้องหรือไม่ต่อไป

ขณะที่นายสุธน บุญทอง นายกเทศมนตรีตำบลเวียง อ.ไชยา จ.สุราษฎร์ธานี กล่าวว่า เทศบาลอีกหลายแห่งในภาคใต้ตอนบนก็เตรียมที่จะยื่นคำฟ้องต่อศาลปกครอง ในเขตจังหวัดนครศรีธรรมราช ในกรณีเดียวกันด้วย เนื่องจากได้รับผลกระทบจากปัญหาความเหลื่อมล้ำของการจัดสรรงบประมาณในส่วนภาษีมูลค่าเพิ่มอย่างต่อเนื่อง แม้จะมีความพยายามในการเคลื่อนไหวด้วยการยื่นหนังสือข้อเรียกร้องมานานกว่า 6 ปี แต่ปัญหากลับไม่เคยได้รับการแก้ไข จึงต้องพึ่งอำนาจศาลมาช่วย โดยหลังจากนี้คาดว่าเทศบาลที่ได้รับผลกระทบจะมีการเคลื่อนไหว ด้วยการยื่นฟ้องต่อศาลปกครองเพื่อเป็นแนวทางเดียวกัน

