ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 11 มีนาคม จากกรณีทหารกองกำลังผาเมืองปะทะขบวนการค้ายาเสพติดบริเวณพื้นที่ใกล้ชายแดนท้ายหมู่บ้านสันเกล็ดทอง หมู่ 7 ต.โป่งงาม อ.แม่สาย จ.เชียงราย เกิดเหตุเย็นวันที่ 10 มี.ค.ที่ผ่านมา เป็นผลทำให้ฝ่ายตรงกันข้ามเสียชีวิต 1 คน และถูกจับกุม 3 คน พร้อมของกลางยาบ้า อาวุธปืนสั้นขนาด 9 มม. รถจักรยานยนต์ติดพ่วงอีก 1 คัน ล่าสุดทาง พล.ต.กษิดิศ หลักกรด ผู้บัญชาการกองกำลังผาเมือง มอบหมายให้ พ.อ.ฉลองชัย ชัยยะคำ รองผู้บัญชาการกองกำลังผาเมือง พ.อ.ประพัฒน์ พบสุวรรณ ผบ.ฉก.ม.2 กองกำลังผาเมือง ร่วมกับเจ้าหน้าที่สำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.แม่สาย และฝ่ายปกครอง เข้าตรวจสอบพื้นที่เกิดเหตุ และทำการตรวจนับของกลางอย่างละเอียด พบว่ามียาบ้ารวมกันทั้งหมด 212,012 เม็ด
ส่วนผู้ที่ถูกยิงเสียชีวิต ทราบชื่อต่อมาว่านายอาซู เลเซอ อายุประมาณ 30 ปี และผู้ที่ถูกจับกุมทั้ง 3 คน มีชื่อว่านายอาซ่า เปเล่ อายุ 43 ปี นายอาสี เวยแม อายุ 48 ปี และนายไพโรจน์ เชอหมื่อ อายุ 30 ปี โดยเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อเจ้าหน้าที่หมวดลาดตระเวน ฉก.ม.2 นำกำลังออกลาดตระเวนชายแดนพบกลุ่มชายฉกรรจ์ 2 คน ขับขี่รถจักรยานยนต์ขนถุงพลาสติกสีดำ 2 ใบอยู่บริเวณบ้านผาฮี้ หมู่ 10 ต.โป่งงาม เมื่อพบเห็นเจ้าหน้าที่ได้หลบหนีเข้าสวนลิ้นจี่เขตหมู่บ้านสันเกล็ดทอง เจ้าหน้าที่จึงวางกำลังดักซุ่มเอาไว้ต่อมาพบชายจำนวน 4 คนขับขี่รถจักรยานยนต์ติดพ่วงและเดินเท้าเข้าไปในสวนเพื่อจะไปเอาถุงพลาสติก เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวและจับกุมตัวได้ 3 คน เบื้องต้นสารภาพว่ารับจ้างขนถุงพลาสติกดังกล่าวจากพื้นที่เกิดเหตุไปส่งที่ตัวเมืองเชียงรายแลกกับค่าจ้างคนละ 10,000 บาท ส่วนนายอาซูใช้ปืนยิงต่อสู้จึงถูกวิสามัญฆาตกรรมดังกล่าว
ด้าน พ.อ.ฉลองชัย กล่าวว่า ภายหลังเข้าตรวจสอบพื้นที่แล้วพบว่าขบวนการค้ายาเสพติดยังคงมีความพยายามลักลอบลำเลียงยาเสพติดเข้ามาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งทางฝ่ายเจ้าหน้าที่ต้องมีการเตรียมตัว บางครั้งต้องตอบโต้ขั้นเด็ดขาด เพราะช่วงนี้เป็นฤดูแล้งที่กลุ่มผู้ขนยาเสพติดสามารถเข้ามาได้ง่ายเพราะไม่มีปัญหาเรื่องเส้นทางคมนาคม รวมทั้งมักมีการติดอาวุธเพื่อป้องกันหรือต่อสู้ขัดขวางการจับกุมของเจ้าหน้าที่ด้วย สำหรับยาบ้าชุดนี้คาดว่ามาจากกลุ่มว้าภาคใต้ ส่วนผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมสารภาพว่ารับจ้างจากผู้ขนเพื่อให้นำไปส่งที่ตัวเมืองชั้นใน ซึ่งจะได้ส่งมอบพร้อมของกลางให้เจ้าหน้าที่ตำรวจไปดำเนินคดีและขยายผลตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป


