หน้าแรก ภูมิภาค ม.บูรพาชี้เมื...

ม.บูรพาชี้เมืองชลอันตรายมากขึ้นยุคเปิดเออีซี เตรียมติวเข้มรับมือภัยอาชญากรรม

11.03.16 | 22:48 น.

ผู้สื่อข่าวรายงานเมื่อวันที่ 11 มีนาคมว่า ผศ.ดร.บรรพต วิรุณราช คณบดีวิทยาลัยพาณิชยศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา อ.เมือง จ.ชลบุรี เปิดเผยว่า พื้นที่ จ.ชลบุรี ได้มีการเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว และมีการขยายตัวของชุมชน รวมทั้งมีประชากรแฝง โดยเฉพาะแรงงานต่างด้าวเข้ามาอาศัยจำนวนมาก ทำให้เกิดปัญหาอาชญากรรมในรูปแบบใหม่ๆ ประกอบกับประเทศไทยได้เข้าประชาคมอาเชียน หรือเออีซี ในฐานะมหาวิทยาลัยจะต้องดูแลและตรวจสอบสังคม รวมทั้งสร้างภูมิคุ้มกันอันตรายที่จะเกิดขึ้นกับประชาชน รวมทั้งนักธุรกิจที่เข้ามาลงทุน จึงได้จัดการสัมมนาเพื่อหาแนวทางในการป้องกันความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของนักธุรกิจใน จ.ชลบุรี รวมทั้งสร้างเครือข่ายในการป้องกันอาชญากรรมรูปแบบใหม่ที่จะเกิดขึ้น โดยมี พล.ต.ต.อำพล บัวรับพร ผบก.ภ.จว.ชลบุรี มาเสวนาร่วมกับนักธุรกิจในพื้นที่ จ.ชลบุรี ในวันที่ 26 มีนาคม 2559 เวลา 09.00-12.00 น. ที่ห้อง Auditorium ชั้น 8 อาคารวิทยาลัยพาณิชยศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา ผู้สนใจเข้ารับฟังฟรี ไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น

พล.ต.ต.อำพล บัวรับพร ผบก.ภ.จว.ชลบุรี กล่าวว่า สำหรับรูปแบบอาชญากรรมที่เกิดขึ้นในพื้นที่ จ.ชลบุรี ขณะนี้ส่วนใหญ่จะเกี่ยวกับการลักทรัพย์ในเคหสถาน รวมทั้งการโจรกรรมรถจักรยานยนต์ ซึ่งเฉลี่ยวันละ 2 คัน ปัญหาดังกล่าวยอมรับว่าตำรวจหนักใจมาก เพราะ จ.ชลบุรี มีกำลังตำรวจเพียง 3,110 คน แต่ต้องดูแลประชาชนใน จ.ชลบุรี ประมาณ 2 ล้านคน ซึ่งบางครั้งประชาชนจะต้องช่วยเหลือตัวเองบ้าง อาทิ รถจักรยานยนต์หากมีการล็อกดิสเบรกด้วยกุญแจราคา 400-500 บาท คนร้ายจะโจรกรรมลำบาก ส่วนตำรวจขณะนี้ได้มีการตั้งจุดตรวจจุดสกัด 23 สถานีในพื้นที่ 11 อำเภอตลอด 24 ชั่วโมง แต่คนร้ายก็ยังลักลอบเอารถจักรยานยนต์ไปขายที่บริเวณชายแดนได้ ดังนั้น ทุกฝ่ายต้องร่วมมือกันช่วยเหลือเพื่อป้องกันภัยที่เกิดขึ้นในรูปแบบต่างๆ นอกจากนี้ยังมีเรื่องการแพร่ระบาดของยาเสพติด ซึ่งจะต้องหามาตรการในการปราบปรามอย่างจริงจังต่อไป

“ทางด้านการท่องเที่ยว โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวที่เข้ามาในประเทศสร้างรายได้ประมาณ 2.2 ล้านกว่าบาท อยากให้ช่วยกันดูแลนักท่องเที่ยวเหล่านี้เพราะนำเงินตราเข้าประเทศ หากมาเที่ยวแล้วปลอดภัยก็จะกลับมาเที่ยวประเทศไทยอีก รายได้จะเกิดอย่างมากมายไม่เฉพาะแต่ผู้ประกอบการธุรกิจเท่านั้น ยังกระจายรายได้ไปสู่ชุมชนด้วย รวมทั้งการจราจรติดขัดในพื้นที่แหล่งท่องเที่ยวทั้งพัทยา บางแสน ส่วนใหญ่จะมาจากการฝ่าฝืนกฎหมาย หากพบมีรถจอดในที่ห้ามจอดจะยกรถจริง ไม่มีการขอใบสั่งเด็ดขาด เพื่อให้ทุกคนเคารพกฎจราจร ซึ่งปัญหาทั้งหมดจะระดมความคิด รวมทั้งแนวทางแก้ไขในการสัมมนาเพื่อหาแนวทางในการป้องกันความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของนักธุรกิจใน จ.ชลบุรีอีกครั้งหนึ่ง”