เมื่อวันนี้ 19 ก.ย. เวลา 09.00 น. นางภวรัญชน์ ตันมีศิลป์ นายด่านศุลกากรบึงกาฬ กล่าวว่า ศุลกากรบึงกาฬได้นำกำลังทหาร ตำรวจตรวจเข้มบุคคลที่กลับจากฝั่ง สปป.ลาว ที่จะเข้ามาในประเทศไทย ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ เพื่อป้องกันการนำสินค้าประเภทเหล้า บุหรี่ เข้ามาเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด รวมทั้งสินค้าชนิดอื่นๆ ซึ่งหลังจากที่คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบร่างกฎกระทรวงว่าด้วยกำหนดอัตราโครงสร้างภาษี 3 สินค้า คือ เหล้า ยาสูบ หรือ บุหรี่ และไพ่ ซึ่งออกตามพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต 2560 ฉบับใหม่ ที่จะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 16 ก.ย. 2560 ที่ผ่านทำให้กรมศุลกากร ได้มีคำสั่งให้ด่านศุลกากรทั่วประเทศ คุมเข้มเพื่อป้องกันการลักลอบซื้อเหล้าบุหรี่จากร้านค้าปลอดภาษีในประเทศเพื่อนบ้านเข้ามาบริโภคหรือแม้กระทั่งนำมาขายต่อ โดยตามสิทธิแล้วจะสามารถนำเหล้าไม่ว่าประเภทใดก็ตาม เข้ามาได้คนละ 1 ลิตร บุหรี่คนละ 1 คอตตอน เท่านั้น หากนำเข้ามาเกินกว่าสิทธิที่มี หากเจ้าหน้าที่ตรวจพบ บุคคลนั้นจะถูกจับปรับตาม พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ.2560 และ พ.ร.บ.สรรพสามิต พ.ศ.2560
ด้านเจ้าหน้าที่สำนักงานคุ้มครองผู้บริโภคจังหวัดบึงกาฬ(สคบ)พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สำนักงานพาณิชย์จังหวัดบึงกาฬ ร่วมกันออกตรวจสอบสถานประกอบการห้างร้านต่างๆในอำเภอเมืองบึงกาฬ จังหวัดบึงกาฬ ติดตามสถานการณ์ราคาและปริมาณสินค้า บุหรี่ สุรา เบียร์ ไวน์ เนื่องจากมีการปรับราคาสินค้าสุรา และสินค้ายาสูบ ตามกฎกระทรวงกำหนดพิกัดอัตราภาษีสรรพสามิต (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2560 ซึ่งจากตรวจสอบยังไม่มีการขึ้นราคาสินค้าแต่อย่างใด เพราะยังเป็นสินค้าเดิมอยู่ โดยได้เน้นย้ำว่าผู้ประกอบการจะถูกดำเนินการตามกฎหมายหากพบว่ามีการกักตุนสินค้า นำสินค้าในสต๊อกเดิมมาขายในราคาใหม่ที่สูงขึ้นกว่าเดิม ผู้ใดกักตุนสินค้าควบคุม โดยมีสินค้าควบคุมไว้ในครอบครองเกินปริมาณที่กำหนด หรือไม่นำสินค้าควบคุมที่มีไว้ออกจำหน่าย หรือเสนอขายตามปกติ หรือปฏิเสธการจำหน่ายโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร มีโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี หรือปรับไม่เกิน 140,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ


