หน้าแรก ภูมิภาค พบชีวิตรันทดแ...

พบชีวิตรันทดแม่พิการต้องอยู่เฝ้าบ้านกับหมา 1 ตัว

20.09.17 | 14:46 น.

เมื่อเวลา 11.00 น.วันที่ 20 กันยายน 2560 นายประภาส สมแก้ว นายกสมาคมคนพิการทางการเคลื่อนไหวสากลจังหวัดชุมพร พร้อมด้วย นายสุรินทร์ เหล่าพัทรเกษม สมาชิกสมาคมฯ ได้ติดต่อไปยังมูลนิธิชุมพรการกุศลสงเคราะห์ เพื่อขอให้ส่งเจ้าหน้าที่พร้อมรถไปรับตัว นางประพิศ แสงวงศ์ อายุ 49 ปี ชาว ต.ท่าข้าม อ.ท่าแซะ จ.ชุมพร แต่มาเช่าห้องพักอยู่ในซอยกรมหลวงชุมพร 3 เลขที่ 265/1 บ้านหนองผาก หมู่ 9 ต.นาทุ่ง เขตเทศบาลเมืองชุมพร เนื่องจากนางประพิศมีอาการป่วยจนเป็นอัมพฤกษ์ ร่างกายด้านซ้ายตั้งแต่หัวไหล่จนถึงปลายเท้าไม่สามารถขยับได้ ต้องนั่งรถเข็นอยู่เพียงลำพังในบ้าน โดยมีสุนัขพันธุ์พุดเดิลผสม สีดำ เพศผู้ อยู่เป็นเพื่อน 1 ตัว

เมื่อนายประภาส นายสุรินทร์ เจ้าหน้าที่มูลนิธิชุมพรการกุศลสงเคราะห์ และสื่อมวลชนไปถึงห้องเช่าที่นางประพิศเช่าอาศัยอยู่พบ นายเอกภพ สุวรรณศิลป์ อายุ 63 ปี ชาว ต.นาทุ่ง อ.เมือง จ.ชุมพร เป็นประธานชุมชนบ้านหนองผาก จากนั้นนายเอกภพได้พาคณะของนายประภาสเข้าไปดูในห้องเช่าที่มีสภาพรกรุงรัง มีกลิ่นเหม็น ส่วนนางประพิศที่สวมเพียงผ้าอ้อมผู้ใหญ่ 1 ผืนและเสื้อยืด 1 ตัวเท่านั้น นั่งอยู่บนรถเข็น โดยมีสุนัขนอนอยู่บนหมอนข้างที่วางอยู่ในเตียงที่เต็มไปด้วยถ้วยชามซึ่งยังไม่ได้ล้างทำความสะอาด

นายเอกภพ กล่าวว่า เดิมนางประพิศอยู่ที่ อ.ท่าแซะ และเพิ่งย้ายมาอยู่กับลูกชายคนโตที่ห้องเช่าดังกล่าวได้ไม่ถึง 1 ปี โดยลูกชายทำงานปั๊มน้ำมันจึงไม่ค่อยมีเวลาดูแลแม่ และนางประพิศบ่นตลอดเวลาว่าอยากไปหาหมอเพราะต้องการหายจากโรคอัมพฤกษ์ที่เป็นอยู่ แต่ลูกชายก็ต้องทำงานจึงไม่มีเวลาพาไป ที่ผ่านมาเคยมีอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) หนองผาก และเจ้าหน้าที่กองอนามัยของเทศบาลเมืองชุมพรนำอาหารแห้งและเครื่องใช้ที่จำเป็นมามอบให้นางประพิศ แต่ก็ยังไม่มีใครพาไปหาหมออย่างจริงจัง ทราบว่าก่อนนางประพิศล้มป่วย เคยทำงานเป็นแม่ครัวอยู่ที่บริษัทแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ หลังล้มป่วยเมื่อประมาณ 3 ปีที่แล้ว ก็กลับไปอยู่บ้านที่ อ.ท่าแซะ ก่อนจะย้ายมาพักอยู่กับลูกชายที่ห้องเช่าดังกล่าว

นางประพิศ กล่าวทั้งน้ำตาว่า สิ่งที่ต้องการมากที่สุดตอนนี้คือการไปหาหมอ เพราะตนอยากหายจากอาการที่เป็นอยู่ ตนมีสามีและลูก 3 คน แต่หลังจากตนล้มป่วยสามีก็ทิ้งไป ส่วนลูกคนที่สองกับคนสุดท้องก็ทำงานอยู่กรุงเทพฯ ตนจึงต้องอยู่กับลูกชายคนโต อายุ 27 ปี แค่ 2 คนกับสุนัข 1 ตัว บางวันลูกชายกลับมาก็จะมีการตัดพ้อต่อว่าตนด้วยถ้อยคำรุนแรง แต่ตนก็เข้าใจว่าลูกคงเครียดจากการทำงานและต้องกลับมาดูแลแม่ที่พิการอีก จึงไม่เคยถือโทษโกรธลูก เพียงแต่รู้สึกน้อยใจบ้างนิดหน่อยเท่านั้น ตนรู้สึกดีใจมากที่สมาคมคนพิการทางการเคลื่อนไหวสากล จ.ชุมพร และมูลนิธิชุมพรการกุศลสงเคราะห์ได้ยื่นมือเข้ามาช่วยพาตนไปหาหมอวันนี้ และหลังจากนี้หากเป็นไปได้ก็อยากมีทุนในการสร้างบ้านหลังเล็กๆ สักหลังบนที่ดินของตนใน ต.ท่าแซะ อ.ท่าแซะ ซึ่งตนมั่นใจว่าจะสามารถอยู่คนเดียวได้

นายประภาส กล่าวว่า ได้ประสานไปยังสมาคมคนพิการทางการเคลื่อนไหวสากลที่กรุงเทพฯ เพื่อหาแนวทางช่วยเหลือนางประพิศต่อไป ส่วนในเบื้องต้นนอกจากจะพานางประพิศไปหาหมอที่ รพ.ชุมพรเขตรอุดมศักดิ์แล้ว คงต้องประสานไปยังเหล่ากาชาดจังหวัดชุมพรและสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เพื่อหาทางช่วยเหลือนางประพิศด้วย

Advertisement