ที่เดียวในไทย สุดแปลก อบต.ปลาปาก จัดยิ่งใหญ่ เทศกาลกินต่อหัวเสือ
หนุนท่องเที่ยว ส่งเสริมอาชีพชุมชน โชว์สารพัดเมนู หากินยากต่อหัวเสือ
เมื่อวันที่ 21 กันยายน ที่องค์การบริหารส่วนตำบลปลาปาก อ.ปลาปาก จ.นครพนม พล.ต.ดร.อรรถ สิงหัษฐิต ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 210 นครพนม เป็นประธานในพิธีเปิดงานประเพณีเทศกาลกินต่อหัวเสือ ครั้งที่ 5 ประจำปี 2560 ซึ่งถือเป็นงานเทศกาลสำคัญของชาว ต.ปลาปาก อ.ปลาปาก ซึ่งเป็นพื้นที่แห่งเดียวของ จ.นครพนม ที่มีอาชีพสุดแปลก เสี่ยงตาย เลี้ยงต่อหัวเสือสร้างรายได้ และมีการสืบทอดเลี้ยงมาตามแบบภูมิปัญญาชาวบ้าน มานานกว่า 50 ปี ทำให้ทุกปีจะมีการร่วมกันจัดงานเทศกาลกินต่อหัวเสือขึ้น เพื่อเป็นการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ ส่งเสริมการท่องเที่ยว รวมถึงเป็นการสนับสนุน ส่งเสริมอาชีพให้ชาวบ้านหันมาเลี้ยงต่อหัวเสือสร้างรายได้ เนื่องจากปัจจุบัน ต่อหัวเสือเป็นอาชีพที่สร้างรายได้เสริมให้กับชาวบ้านเป็นอย่างดี และเป็นที่ต้องการของตลาด มีราคาแพงตกรังละ 1,500-2,000 บาท สร้างรายได้ปีละหลายแสนบาท
โดยในงานครั้งนี้ได้มีการจัดกิจกรรมแสดงวิถีชีวิต วัฒนธรรมประเพณีท้องถิ่น การสาธิตวิธีการเลี้ยงต่อหัวเสือ ไปจนถึงการปรุงสารพัดเมนูเลี้ยงต่อหัวเสือให้ประชาชน นักท่องเที่ยวได้ชิมรสชาติเมนูจากต่อหัวเสือที่หากินยาก อาทิ ก้อยต่อ คั่วต่อ ทอดต่อ เจียวไข่ใส่ต่อ เมี่ยงต่อ ตำต่อหัวเสือ ต้มยำต่อหัวเสือ แกงต่อหัวเสือ นึ่งต่อ ซึ่งสามารถนำมาประกอบได้สารพัดเมนู และในการปรุงเมนูครั้งนี้ได้มีการประกวดแข่งขันการปรุงเมนูเด็กต่อหัวเสือที่มีรสชาติอร่อย และเป็นเมนูที่แปลกหากินยาก รวมถึงยำต่อลีลา เป็นการสร้างสีสัน ความสนุกสนาน ที่จะเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยว และเผยแพร่วิถีชีวิตอาชีพเลี้ยงต่อให้แพร่หลาย ถือเป็นงานประเพณีสำคัญที่ยิ่งใหญ่ หาชม รับประทานยาก แห่งเดียวในไทย มีนายสง่า แสงแก้ว นายก อบต.ปลาปาก พร้อมด้วยนายเชิดพันธ์ ผลวิเชียร ปลัดอาวุโส รักษาการนายอำเภอปลาปาก เจ้าหน้าที่เกี่ยวข้อง ผู้นำชุมชนท้องถิ่น นำชาวบ้าน ร่วมงาน
ด้านนายสง่า แสงแก้ว อายุ 37 ปี นายก อบต.ปลาปาก กล่าวว่า ทุกปีชาวบ้านแห่งนี้จะมีการเริ่มทำอาชีพเลี้ยงต่อหัวเสือตั้งแต่ช่วงฤดูฝน ประมาณเดือนพฤษภาคมถึงธันวาคมของทุกปี ถือเป็นฤกษ์ดีของชาวบ้านหนองบัว ต.ปลาปาก อ.ปลาปาก เริ่มออกล่าหารังต่อหัวเสือที่มีอยู่ในป่าตามธรรมชาติ ด้วยวิธีการแบบภูมิปัญญาชาวบ้าน ซึ่งจะออกไปหารังต่อในป่าธรรมชาติ ก่อนย้ายรังต่อหัวเสือมาเก็บรักษาเลี้ยงไว้ตามพื้นที่ว่างหลังบ้าน และตามไร่นา เพื่อให้รังต่อหัวเสือมีความเจริญเติบโตเต็มที่ตามธรรมชาติ ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการเลี้ยงดู เพียงเฝ้าระวังในเรื่องความปลอดภัยและอันตรายจากตัวต่อหัวเสือ เพราะต่อหัวเสือถือเป็นแมลงมีพิษดุร้าย อันตรายมาก หากถูกต่อยจำนวนมากอาจเสียชีวิตได้
โดยจะใช้เวลาในการเลี้ยงประมาณ 4-5 เดือน จนกระทั่งรังต่อหัวเสือโตเต็มที่พอที่จะนำออกไปขาย เดิมชาวบ้านจะใช้วิธีรมควันเอารังต่อมาเก็บลูกต่อขาย รวมถึงมีการประดิษฐ์ชุดล้วงรังต่อเข้าไปล้วงเอาลูกต่อไม่ต้องรมควัน ป้องกันการสูญพันธุ์ และเพิ่มมูลค่าสามารถเก็บผลผลิตได้หลายรอบ จะมีลูกค้าที่ชอบรับประทาน รวมถึงพ่อค้าแม่ค้าตามตลาดทั่วไปมาติดต่อซื้อในราคารังละประมาณ 500-1,000 บาท เพราะลูกต่อถือเป็นอาหารที่หากินยาก คนอีสานนิยมรับประทานและจะขายได้ตลอด โดยเฉพาะในช่วงงานบุญประเพณี ซึ่งชาวอีสานนิยมรับประทานต่อหัวเสือเนื่องจากเป็นเมนูหายาก สามารถนำไปแกง ทอด นึ่ง คั่ว ผัด ได้สารพัดวิธีตามความชอบ ที่สำคัญทุกปีจะมีการจัดงานเทศกาลกินต่อหัวเสือ เพื่อส่งเสริมอาชีพ พัฒนาการเลี้ยง รวมถึงส่งเสริมการท่องเที่ยว ให้ประชาชน นักท่องเที่ยว มาศึกษาเยี่ยมชม ให้เป็นที่แพร่หลาย และเป็นศูนย์เรียนรู้อาชีพคนเลี้ยงต่อ ส่งเสริมให้ชาวบ้านมีรายได้เสริมอีกทาง ทุกปีชาวบ้านจะมีรายได้จากเลี้ยงต่อครอบครัวละหลายหมื่นบาท
นอกจากนี้ ปัจจุบันได้มีการคิดค้นไม่ให้ต่อสูญพันธุ์ และสามารถได้ผลผลิตลูกต่อหัวเสือเพิ่มมากขึ้น มีผลผลิตขายตลอดปี จึงหันมาใช้วิธีสวมชุดคลุมที่ปลอดภัย เข้าไปล้วงรังต่อ แทนการรมควัน เพราะลดการตายของแม่ต่อหัวเสือ และยังส่งผลดีให้รังต่อรังเดียวสามารถเก็บผลผลิตได้ 2-3 ครั้ง เพราะแม่ต่อหัวเสือจะสามารถสร้างรังใหม่ทดแทนรังเดิม ซึ่งในอนาคตจะมีการส่งเสริมชาวบ้านเลี้ยง ให้สามารถมีผลผลิตไว้ขายได้ตลอดปี เพื่อสร้างรายได้เสริมนอกเหนือจากการทำการเกษตร เพราะปัจจุบันต่อหัวเสือมีราคาแพงมาก

