หน้าแรก ภูมิภาค เร่งสอบโครงกา...

เร่งสอบโครงการบ้านตากอากาศสมุย หลังรับร้องเรียนแอบนำหินขนาดใหญ่ทำกำแพง-หอบดินถมทะเล

21.09.17 | 22:12 น.

เจ้าหน้าที่หลายหน่วยงานบนเกาะสมุย ร่วมตรวจสอบโครงการก่อสร้างบ้านพักตากอากาศริมทะเลเกาะสมุย หลังจากได้รับข้อร้องเรียนว่าแอบนำก้อนหินขนาดใหญ่มาทำกำแพงกันตลิ่มพังและนำดินมาถมทะเล

เมื่อเวลา 14.00น. วันที่ 21 ก.ย. ทหารชุดกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย กองทัพภาคที่ 4 พื้นที่อำเภอเกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี ได้รับเรื่องร้องเรียนจากนายวิทยา สุขสม อดีตผู้ใหญ่บ้านปลายแหลม ม.5 ต.บ่อผุด ว่ามีโครงการก่อสร้างบ้านพักตากอากาศที่กำลังก่อสร้างอยู่ริมชายหาด ปลายแหลมซอย 7 ม.5 ต.บ่อผุด อ.เกาะสมุย มีการลักลอบนำกัอนหินขนาดใหญ่มาทำเป็นกำแพงกันคลื่นเข้ามาในทะเล และยังนำดินมาถมในจุดดังกล่าวอีกด้วย ซึ่งทำให้ชายหาดและทรัพยากรทางทะเลได้รับความเสียหาย หลังจากรับแจ้งจึงได้ประสานงานไปยังเจ้าหน้าที่จาก สำนักงานขนส่งทางน้ำที่ 4 สาขาเกาะสมุย เทศบาลนครเกาะสมุย ตำรวจสภ.บ่อผุด ฝ่ายปกครองอำเภอเกาะสมุย สำนักงานที่ดินจังหวัดสุราษฎร์ธานี สาขาเกาะสมุย นำกำลังเข้าตรวจสอบ

จากการตรวจสอบพบว่า โครงการดังกล่าวอยู่ระหว่างก่อสร้างบ้านพักตากอากาศจำนวน 4 หลัง และได้มีการก่อสร้างสิ่งปลูกสร้างรุกล้ำลำน้ำลงไปในทะเลลักษณะเป็นเขื่อนกันน้ำเซาะ โดยเอาก้อนหินขนาดใหญ่มาวางเรียงซ้อนกันตามแนวชายหาด วัดได้ 910.8 ตารางเมตร พร้อมนำดินมาถมกลบ โดยมี น.ส.รักชนก สุธรรมมาจารย์ รับว่าเป็นสถาปนิกโครงการ

จากการสอบถามน.ส.รักชนก สุธรรมมาจารย์ อายุ 41 ปี สถาปนิกโครงการ บอกว่า ได้เข้ามาเป็นดูแลโครงการนี้แทนเจ้าของชาวอังกฤษที่ใช้ชื่อเป็นบริษัทแห่งหนึ่ง ทำการก่อสร้างบ้านพักตากอากาศในพื้นที่ดังกล่าวจำนวน 4 หลัง ขณะนี้อยู่ในช่วงทำฐานรากและขึ้นโครงสร้าง ส่วนแนวเขือนกันตลิ่งที่ทำไปนั้นไม่ได้ขออนุญาต เพราะจทำเป็นแบบชั่วคราวเมื่อสร้างบ้านพักเสร็จก็จะรื้อถอนกลับเหมือนเดิม

Advertisement

ด้าน ร.ท.อดุลย์ พรหมบุตร รองหัวหน้าชุดกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย กองทัพภาคที่ 4 พื้นที่อำเภอเกาะสมุย เปิดเผยว่า ภายใต้คำสั่งคสช.มาตรา 44 ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ รองแม่ทัพภาคที่ 4 ได้รับเรื่องร้องเรียนว่ามีการถมที่บนชายหาด โดยมีการลักลอบถมในช่วงเวลากลางคืน จึงได้ประสานหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่ตรวจสอบ โดยให้ช่างรังวัดของที่ดินทำการรังวัดตรวจสอบเพื่อความแน่ชัดและถูกต้อง ก็พบว่ามีการรุกล้ำลำน้ำจริง

ขณะที่นายวชิรพันธ์ มีเดช นายช่างโยธาชำนาญงาน เทศบาลนครเกาะสมุย กล่าวว่า จากการตรวจสอบพบว่า โครงการก่อสร้างนี้ไม่ได้ขออนุญาตก่อสร้างอาคาร และพื้นที่ตรงนี้ตามกฎกระทรวงฉบับที่22 อยู่ในบริเวณที่1 ในช่วง 50 เมตรแรกจากแนวชายฝั่งทะเล การอนุญาตให้ก่อสร้างได้ต้องมมีระยะถอยร่นจากแนวเขตติดชายฝั่งไม่น้อยกว่า 10 เมตร พื้นที่ต่อหลังไม่เกิน 75 ตารางเมตร ความสูงไม่เกิน 6 เมตร เท่าที่ดูระยะถอยร่นไม่ได้ ส่วนความสูงยังไม่สามารถชี้ชัดได้เพราะอยู่ระหว่างทำฐานราก แต่พื้นที่ต่อหลังน่าจะเกิน

ส่วนนายศุภชัย ปัญญาแดง เจ้าพนักงานตรวจท่า เผยอีกว่า ในส่วนความผิดของเจ้าท่าตามมาตรา117 แห่งพระราชบัญญัติการเดินเรือในน่านน้ำไทย ไม่ได้ขออนุญาตสิ่งปลูกสร้างล่วงล้ำลำน้ำจากเจ้าท่า มีความผิดอัตราโทษปรับที่ 1,000 ถึง 20,000 บาท ต่อตารางเมตร มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี และถ้ามีคำสั่งรื้อถอน แต่ยังมีการฝ่าฝืน เจ้าของสิ่งปลูกสร้างจะต้องมีความผิด มีอัตราโทษปรับรายวัน วันละไม่เกิน 20,000 บาทต่อตารางเมตร ซึ่งจะได้ร้องทุกข์กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวนต่อไป

ล่าสุดเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อกล่าวหากับ น.ส.รักชนก สุธรรมมาจารย์ สถาปนิกโครงการว่า สร้างสิ่งปลูกสร้างล่วงล้ำลำน้ำ ในลักษณะเป็นเขื่อนกันเซาะ โดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าท่า ส่วนความผิดอื่นๆอยู่ระหว่างการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่เทศบาลนครเกาะสมุย และเจ้าหน้าที่สำนักงานที่ดินจังหวัดสุราษฎร์ธานี สาขาเกาะสมุย พร้อมนำตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป