เงินอุดหนุนพุทธศาสนาทำพิษ 3 เจ้าอาวาสวัดดังเครียด บางรายถึงกับล้มป่วย ปัดเอี่ยวทุจริตเงิน 60 ล้านบาท แค่อยากได้เงินมาบูรณะวัดให้ดีขึ้น ส่วนเงินทอนคืนทางพุทธศาสนาอ้างจะนำไปช่วยเหลือวัดอื่นๆ จึงคืนให้ ถ้ารู้แบบนี้คงไม่รับตั้งแต่ต้นแล้ว
จากกรณีที่ ปปง.ได้เปิดเผยรายชื่อ 12 วัด ที่เข้าข่ายมีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริตเงินงบอุดหนุนจากสำนักงานพระพุทธศาสนา โดยจาก 12 วัดทั่วประเทศ มีอยู่ 3 วัดในพื้นที่จังหวัดอำนาจเจริญ ที่มีรายชื่อเกี่ยวข้องกับการเข้าข่ายทุจริต 60 ล้านบาท ผู้สื่อข่าวจึงได้ลงพื้นที่ตรวจสอบไปตามวัดต่างๆ ตามที่ได้เป็นข่าว เพื่อตรวจสอบถึงที่มาที่ไปของเงินจำนวนดังกล่าวว่าเป็นจริงอย่างที่ถูกกล่าวอ้างหรือไม่ โดยที่วัดโพธิ์ศรี บ้านกุดซวย ต.คำพระ อ.หัวตะพาน จ.อำนาจเจริญ เป็น 1 ใน 3 วัดของจังหวัดอำนาจเจริญ ที่ถูกระบุว่าอาจมีการทุจริตเงินอุดหนุนงบบูรณะ และปฏิสังขรณ์วัด ในลักษณะการจ่ายเงินทอน
เมื่อวันที่ 22 กันยายน จากการตรวจสอบขณะนี้พบว่าไม่มีการก่อสร้างและตกแต่งพระวิหาร เนื่องจากเงินงบประมาณที่นั่นนำมาตกแต่งบูรณะ ปฏิสังขรณ์วัดแล้วเสร็จไปตั้งแต่ปี 2558 และทางผู้สื่อข่าวก็ได้พบกับ พระปลัดศักทวี สิริธโร อายุ 41 ปี เจ้าอาวาสวัดโพธิ์ศรี และนายบรรพต บุญทุน อายุ 40 ปี ไวยาวัจกรของวัดโพธิ์ศรี โดยทางไวยาวัจกร ได้เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า เมื่อประมาณปี 2554 ทางวัดได้เขียนโครงการไปที่สำนักงานพุทธศาสนาแห่งชาติ เพื่อขอรับเงินอุดหนุนในการนำมาก่อสร้างศาลาการเปรียญและปรับปรุงวัด และได้รับเงินอนุมัติเมื่อปี 2555 จากทางสำนักงานพุทธศาสนาเป็นจำนวน 3 ล้านบาท แต่หลังจากที่ได้รับเงินจำนวนดังกล่าวมาแล้ว เจ้าหน้าที่ทางสำนักงานพุทธศาสนาก็ได้มาติดต่อที่ทางวัด ว่าจะขอเงินคืนเป็นจำนวน 1.5 หรือ 50% จากจำนวนเงินทั้งหมด เนื่องจากเงินจำนวนดังกล่าวจะนำไปช่วยเหลือวัดเล็กๆทางภาคใต้ที่กำลังเดือดร้อน ที่ไม่สามารถเขียนโครงการขอเงินอุดหนุนได้ ซึ่งทางวัดเองก็ได้มีการปรึกษาและได้ตกลงคืนเงินจำนวนดังกล่าวไป เนื่องจากเห็นว่าเงินดังกล่าวจะนำไปบูรณะวัดอื่นๆ เช่นกัน หากรู้ว่าจะเป็นเช่นนี้ทางตนก็จะไม่รับเงินจำนวนดังกล่าวตั้งแต่แรก เพราะเงินที่ได้มาจำนวน 1.5 ล้านบาท ก็ยังไม่เพียงพอต่อการนำมาบูรณะวัด และที่ก่อสร้างแล้วก็เนื่องมาจากเงินที่ชาวบ้านต่างพากันนำมาบริจาคเกือบทั้งหมดถึงได้ก่อสร้างศาลาการเปรียญแล้วเสร็จ

ขณะที่เจ้าอาวาสวัด เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า ตอนนี้ตนและทางวัดรู้สึกเครียดกับเรื่องดังกล่าวเป็นอย่างมาก เนื่องจากข่าวที่แพร่สะพัดออกไปนั่นทำให้ทางวัดเสียหายเป็นอย่างมาก ตนจึงอยากวิงวอนขอให้ทุกคนเข้าใจ และช่วยเหลือพระพุทธศาสนาที่มีมาแต่โบร่ำโบราณไว้บ้าง เพราะทุกวันนี้ทำอะไรก็หล่อแหลมไปหมด และเงินที่รับมานั่นทางวัดก็รับมาด้วยความบริสุทธิ์ เพราะหวังว่าจะนำเงินจำนวนดังกล่าวมาบูรณะและปฏิสังขรณ์วัด ให้กับชาวบ้านที่เขามาทำบุญกันที่วัด ส่วนที่ว่าวัดมีส่วนทุจริตนั้นตนก็ไม่รู้จะว่ายังไง เพราะในเมื่อทางสำนักงานพุทธเขามาขอเงินคืน โดยอ้างว่าจะนำเงินไปช่วยเหลือวัดต่างๆ ที่ขาดแคลนเช่นกัน ทางวัดก็จำเป็นต้องให้ เพราะคิดว่าเงินนั้นจะนำไปทะนุบำรุงพุทธศาสนาต่อไป แต่กลับกลายมาเป็นว่าพอรับเงินและคืนเงินให้วัดกลับถูกมองว่ามีส่วนรู้เห็นในการทุจริต
ต่อมาผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ไปยังวัดที่ 2 วัดพระศรีเจริญ ซึ่งเป็นวัดที่ได้รับเงินอุหนุนจากพุทธศาสนา ซึ่งตอนนี้เจ้าอาวาสวัดได้ล้มป่วยและรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลหัวตะพาน ทำให้ทราบข้อมูลเบื้องต้นจากคณะกรรมวัดว่า ทางวัดได้รับเงินอุดหนุนจำนวน 5 ล้านบาท และโอนเงินคืนเป็นจำนวน 2,730,000บาท ส่วนรายละเอียดที่เหลือต้องให้ทางเจ้าอาวาสหายป่วยและเป็นผู้มาตอบคำถามเท่านั้น
ส่วนที่วัดสุท้ายวัดโคกเลาะ ต.หนองแก้ว อ.หัวตะพาน จ.อำนาจเจริญ ที่ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ไปตรวจ ได้พบกับนายสมาน นัดดาวงษ์ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 3 ได้เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า ทางวัดโคกเลาะได้เขียนโครงการขอรับเงินอุดหนุนเป็นจำนวน 10 ล้านบาท เมื่อช่วงปี 2554 แต่ได้รับงบประมาณมาจริงเพียงแค่ 8.6 ล้านบาทเท่านั้น และมีการทำการโอนเงินคืนให้กับชายคนหนึ่งเป็นจำนวน 600,000 บาท โดยที่งบประมาณทั้งหมดที่ได้รับมาทางวัดก็นำมาใช้บูรณะ และปฏิสังขรณ์วัด ด้วยการสร้างศาลาการเปรียญ และอาคารที่พักสงฆ์ ที่ต้องใช้งบไม่ต่ำกว่าจำนวน 20 ล้านบาท
ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า สิ่งที่เป็นที่น่าสังเกตคือเหตุใด วัดที่ได้มีการเขียนขอโครงการรับเงินอุดหนุนจากสำนักงานพุทธศาสนา ในพื้นที่จังหวัดอำนาจเจริญ จึงมีเพียงแค่วัดที่อยู่ในเขตพื้นที่ของ อ.หัวตะพาน เท่านั้นที่เขียนขอและได้รับเงินอุดหนุน ขณะที่วัดใหญ่อื่นๆ ในอำเภอต่างๆ ก็มีจำนวนมาก และที่สำคัญคือได้รับเงินอุดหนุนในห้วงปีงบประมาณเดียวกันและเป็นช่วงเวลาที่ใกล้เคียงกัน ซึ่งเรื่องนี้จะได้มีการติดตามและหาข้อมูลกันต่อไปอีกครั้งหนึ่ง
ล่าสุดดด้านนายจำเนียร มูลสาร ผู้อำนวยการสำนักงานป้องกันและปรามปราบการทุจริต(ปปช.)จังหวัดอำนาจเจริญ กล่าวว่า จากกรณีที่มีข่าวเกี่ยวกับเงินทอนของวัดในจังหวัดอำนาจเจริญ 3 วัด นั้น มีความคืบหน้าในการดำเนินคดีโดยทางสำนักงาน ปปช. ส่วนกลางได้รับสำนวนจากพนักงานสอบสวน สำนักงานตำรวจเเห่งชาติ แล้ว และได้มีการลงมาตรวจสอบ รวบรวมข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานในพื้นที่จังหวัดอำนาจเจริญ เรียบร้อยแล้วเมื่อประมาณกลางเดือนกันยายนที่ผ่านมา ซึ่งคาดว่าได้ข้อมูลเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องทั้งหมดแล้ว รวมถึงได้มีการสอบปากคำพยานบุคคลที่เกี่ยวข้องแล้ว ขั้นตอนต่อไปก็จะจัดทำรายงานเสนอให้คณะกรรมการ ป.ป.ช.พิจารณาต่อไป ซึ่งคาดว่าคณะกรรมการ ป.ป.ช.จะตั้งเรื่องไต่สวนโดยเร็วต่อไป เนื่องจากเป็นเรื่องสำคัญที่มีผลกระทบต่อพระพุทธศาสนาและความรู้สึกของประชาชน และอยู่ในความสนใจของประชาชนทั้งประเทศเนื่องจากเป็นเรื่องสำคัญที่มีผลกระทบต่อพระพุทธศาสนาและความรู้สึกของประชาชน และอยู่ในความสนใจของประชาชนทั้งประเทศ จึงจะต้องรีบดำเนินการโดยเร็ว

