เมื่อวันที่ 22 กันยายน พล.ท.ปิยวัฒน์ นาควานิช แม่ทัพภาคที่ 4 ได้จัดทำคลิปโทรศัพท์มือถือส่งสัญญาณถึงกลุ่มเห็นต่างและแกนนำกลุ่มก่อเหตุรุนแรงที่หลบซ่อนตัวอยู่ในประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อทำความเข้าใจในสิ่งที่ทางรัฐบาลและกอ.รมน.ภ.4 ส่วนหน้า ได้ดำเนินแนวทางนโยบายต่างๆ ในการช่วยเหลือแก้ไขปัญหาความไม่สงบ จนหลายแนวทางที่ผ่านมานั้นเกิดเห็นเป็นรูปธรรม นำมาปรับใช้ให้เกิดประโยชน์มั่นใจ ตลอดจนความพอใจของเหล่าผู้หลงผิด โดยส่งสัญญาณจะเดินหน้าแนวโครงการต่างๆ ให้ได้ผลสัมฤทธิ์ที่ดีอย่างยังยืนต่อไปจากการดำรงตำแหน่งแม่ทัพภาคที่ 4 ในระยะปีที่ 2 นี้
โดยในคลิป พล.ท.ปิยวัฒน์ กล่าวว่า “อยากจะให้ผู้เห็นต่างที่อยู่ทั้งในและต่างประเทศเข้ามาร่วมกันพัฒนาชาติไทย สิ่งที่ทำอยู่ทุกวันนี้เพื่อญาติพี่น้องของกลุ่มพวกท่านทั้งหลาย ไม่ใช่เพื่อประโยชน์ส่วนตัว จึงอยากให้ผู้เห็นต่างได้เข้ามาเพราะเรามีอาชีพรองรับอยู่แล้ว อยากจะให้บรรดาเหล่าผู้หลงผิดได้เข้ามามีส่วนร่วมและในเรื่องกฎหมายก็ต้องขึ้นอยู่กับภายใต้กฎหมายของประเทศไทย ดีกว่าการที่คุณต้องอยู่อย่างหลบซ่อน พ่อแม่ลูกเมียก็ยังต้องการพบ แต่ไม่สามารถทำได้”

“ถ้าท่านออกมาอยู่อย่างคนปกติก็จะสามารถพบครอบครัวลูกเมียได้ ขอให้ออกมาคุยกัน จะให้เจอที่ไหนก็แจ้งมา ผมจะไปรับด้วยตนเอง อยากจะให้คลิปนี้สื่อไปถึงบรรดาผู้เห็นต่างได้เห็นได้รับรู้ว่าผมมีความจริงใจ โดยเฉพาะ 10 เดือนที่ผ่านมาเราต่างทำงานต่างๆ เพื่อประชาชนมาโดยตลอด ไม่ว่าจะเรื่องอุทกภัย วาตภัย หรือเศรษฐกิจที่เราได้ทำกันอยู่ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องหมู่บ้านปลา หมู่บ้านไก่ หมู่บ้านกบและเส้นทางปลอดภัยตลอดทางตั้งแต่จังหวัดยะลาถึงอำเภอเบตง โดยได้รับความร่วมมือจากปั๊ม ปตท.จัดสร้างขึ้นมาเป็นจุดๆ ไว้แวะพัก มีทั้งที่ละหมาด ที่อาบน้ำ ที่รับประทานอาหาร ชาวบ้านทั้งหมดมากกว่าครึ่งของแต่ละหมู่บ้าน มีอาชีพ มีรายได้ จากการได้ออกมาทำงาน”
แม่ทัพภาค 4 กล่าวต่อว่า สถานการณ์ตอนนี้ก็สะดวกดีแล้ว ไม่มีอะไรที่คิดว่าน่าหนักใจ ให้ผู้เห็นต่างได้ดูเอาเอง ถามญาติดูว่าสิ่งที่เราพูดนั้นเป็นเรื่องจริงหรือไม่ ถ้าคิดว่าจริงก็ลงมาคุยกัน ทุกอย่างอยู่ภายใต้กฎหมายไทยอยู่แล้ว ส่วนคนที่สั่งการนั้น ลูกเขาเองก็ส่งไปเรียนอยู่ต่างประเทศ และเตือนคนอื่นต้องมาอยู่อย่างหลบซ่อน ดังนั้นก็เปรียบเทียบเอาเอง ตอนนี้กลุ่มที่ลงมาร่วมกันพัฒนาชาติไทยจำนวน 10 คนแล้ว เข้าร่วมโครงการ ได้อยู่อย่างถูกต้องกับลูกเมียอย่างมีความสุข เรื่องคดีก็เป็นเรื่องของคดีได้ไป

“ที่ทำไปก็ไม่ได้หวังผลประโยชน์อะไรทั้งสิ้นเพราะผมเป็นคนกรุงเทพ จบภาระหน้าที่ตามที่รัฐบาลส่งมา ผมก็ต้องกลับไปทำหน้าที่ที่กรุงเทพฯ แต่ในช่วงที่ผมดำรงตำแหน่งอยู่ตรงนี้ เป็นแม่ทัพที่นี้ ผมอยากช่วยให้เต็มศักยภาพเต็มที่ในฐานะที่เป็นแม่ทัพภาคที่ 4 จะทำให้เกิดสงบสุขมากที่สุด ต้องลองมาดูมาคุยกัน ท่านถึงจะรู้ว่าผมเองก็อยากจะฟังท่านต้องการอะไร ถ้าสิ่งที่ท่านต้องการและผมยอมรับได้ก็มาคุยกัน” แม่ทัพกล่าวผ่านคลิป

