หน้าแรก ภูมิภาค ชาวนาอ่างทอง ...

ชาวนาอ่างทอง เลี้ยงจิ้งหรีดขายสู้แล้ง ลงทุนน้อย เงินดีกว่าทำนา ยึดเป็นอาชีพหลัก

20.01.16 | 14:15 น.

ผู้สื่อข่าวรายงานเมื่อวันที่ 20 มกราคม ว่า จากการลงพื้นที่สำรวจ บริเวณที่มีการปล่อยนาให้ร้างว่างเปล่า พบว่ามีชาวนาอ่างทอง หันมาเลี้ยงจิ้งหรีดขายเพื่อสู้ภัยแล้ง หลังประสบปัญหาขาดแคลนน้ำทำนา เนื่องจากน้ำต้นทุนมีน้อยใช้ได้เพียงอุปโภคบริโภค แต่ยังมีชาวนาบางส่วนยังคงทำนาปลูกข้าวเลี้ยงครอบครัวต่อไป โดยใช้น้ำจากแหล่งธรรมชาติที่ยังพอมีเหลืออยู่น้อยนิด เนื่องจากลงทุนทำไปก่อนแล้ว และการขุดบ่อบาดาลที่ต้องใช้ต้นทุนสูงและมีภาวะเสี่ยงในการลงทุนที่ต้องใช้ต้นทุนสูงในการทำนาหาเลี้ยงชีพเนื่องจากเป็นอาชีพที่คุ้นเคย อีกทั้งมีความถนัดทำมาตั้งแต่บรรพบุรุษ หลังประสบภัยแล้งจำต้องดินรนแม้เสี่ยงในการขาดทุนเป็นหนี้สินก็ยอม

ด้านนายสำรวย ดุเหว่าสิงห์ อายุ 64 ปี ชาวนาพื้นที่อำเภอโพธิ์ทอง อยู่บ้านเลขที่ 110/1หมู่ที่ 5 ตำบลบางพลับ อำเภอโพธิ์ทอง จังหวัดอ่างทอง เปิดเผยว่า ตนเองและครอบครัวได้เช่าพื้นที่นาจำนวน 30 ไร่ ทำการปลูกข้าวเลี้ยงชีพมานานแล้ว แต่มาภายหลังประสบปัญหาภัยแล้งขาดแคลนน้ำทำนามาอย่างต่อเนื่อง จึงจำเป็นต้องหยุด ทิ้งนาเช่า 30 ไร่ ให้เป็นนาร้าง แล้วหันมาลงทุนเลี้ยงจิ้งหรีดขายสร้างรายได้เลี้ยงครอบครัวเพื่อสู้ภัยแล้ง แต่ปรากฎว่ากลับมีกำไรอย่างงามแถมต้นทุนยังน้อยกว่าการทำนาเสียอีก

สำหรับการเลี้ยงจิ้งหรีดนั้น ตนเองใช้จิ้งหรีดพันธุ์ดำแดง และใช้แรงงานในครอบครัวเป็นผู้ดูแล แถมเลี้ยงง่ายโตไว และใช้เวลาในการเลี้ยงเพียง 35 วัน ก็สามารถจับขายสร้างรายได้ให้กับครอบครัวได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งการลงทุนนั้นได้ทำการก่อสร้างบ่อปูนที่มีขนาดความสูง 1.20 เมตร และกว้าง 3 เมตร ความยาวประมาณ 6 เมตร นำลังที่ใช้รองไข่ไก่ทำเป็นคอนโดให้จิ้งหรีดอยู่อาศัยแล้วใช้ขันน้ำใส่ดินที่มีไข่จิ้งหรีดไปวางในบ่อ จากนั้นใช้ผ้าคลุมทิ้งไว้ประมาณ 4-5 วัน จิ้งหรีดก็จะฟักออกมาเป็นตัว โดยอยู่อาศัยในคอนโดรังไข่ไก่

ซึ่งเราก็จะนำผ้าหรือฟองน้ำอย่างบาง ชนิดที่อุ้มน้ำได้ดี นำมาวางไว้ แล้วเอาป๊อกกี้ที่ฉีดน้ำ มาฉีดน้ำใส่บนผ้า หรือฟองน้ำจนชุ่ม เพื่อให้จิ้งหรีดขนาดเล็ก ที่เพิ่งฟักตัวออกมาได้ดูดน้ำกิน หากนำภาชนะมาใส่น้ำ วางไว้โดยตรง ลูกจิ้งหรีดอาจตกน้ำและเสียชีวิตได้ ต้องรอประมาณ 10-15 วัน ให้ขนาดพอประมาณจึงนำภาชนะใส่น้ำมาวางแทน อาหารที่ให้กินในช่วงฟักตัวใหม่ๆ จะเป็นพวกรำผสมอาหารไก่ และเสริมด้วยผักบุ้ง หรือผักอะไรก็ได้ ที่สำคัญต้องปลอดสารพิษ วางไว้ให้จิ้งหรีดกิน จนกระทั่งจิ้งหรีดมีอายุ 30 วัน ซึ่งไกล้จะเก็บขายได้แล้วนั้น เราต้องเตรียมดินใส่ขัน นำไปวางไว้ในที่เพาะเลี้ยง เพื่อให้จิ้งหรีดเตรียมตัววางไข่ ซึ่งระหว่างนั้น เราก็ต้องหาฟักทองมาให้จิ้งหรีดกินเป็นอาหาร เนื่องจากพอเก็บขายแล้วลูกค้านำไปบริโภค จิ้งหรีดจะมีความมัน ซึ่งเป็นที่ชื่นชอบของลูกค้า

ที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งคือ ที่อยู่ของจิ้งหรีดนั้น เราต้องนำมุ้งที่มีขนาดตาถี่ๆ เพื่อไม่ให้จิ้งหรีดสามารถมุดหนีออกไปได้ มาปิดทับบ่อเลี้ยงเพื่อป้องกันศัตรูธรรมชาติ เช่นนกหรือแมลงชนิดต่างๆ จะมากินจิ้งหรีด สำหรับศัตรูที่ควรระวังที่สุดคือมดคันไฟ มดพวกนี้ชอบเข้าไปในที่เพาะเลี้ยง ต้องคอยระมัดระวังป้องกันให้ดี ให้หาชอล์กกันมดมาขีดโดยรอบ ขีดกันไว้หลาย ๆ ที่ หากถึงช่วงวางไข่แล้วมีมดพวกนี้หลุดรอดเข้าไป จะไปกัดกินไข่จิ้งหรีด จะทำให้เกิดความเสียหาย หรือขาดทุนได้อย่างแน่นอน

Advertisement

สำหรับการเลี้ยงจิ้งหรีดนั้น ใช้ต้นทุนต่ำ อาศัยความขยันเก็บผักนำมาเป็นอาหารเพื่อลดต้นทุน จิ้งหรีดที่โตเต็มที่แล้วจะเก็บไปส่งขายในราคากิโลกรัมละ 100-120 บาท เป็นการสร้างรายได้อย่างงามในการเลี้ยงจิ้งหรีดสู้ภัยแล้ง ซึ่งในตอนนี้ได้มีการขยายเพิ่มบ่อเลี้ยงจิ้งหรีดเพื่อที่จะทำเป็นอาชีพอย่างจริงจัง โดยจะเลิกอาชีพทำนา ซึ่งความเสี่ยงและต้นทุนสูง

201601201114027-20130724124631