วันที่ 28 กันยายน สถานการณ์น้ำท่วมพิจิตรยังคงได้รับผลกระทบต่อเนื่อง โดยเฉพาะน้ำป่าจาก อ.เนินมะปราง อ.บางกระทุ่ม จ.พิษณุโลก หลากเข้าท่วม 4 ตำบล อำเภอเมืองพิจิตร ประกอบไปด้วย ต.หัวดง ต.ป่ามะคาบ ต.บ้านบุ่ง ต.ไผ่ขวาง น้ำท่วมข้าวเกษตรกรชาวนาหลายพันไร่ เกษตรกรต้องเร่งเก็บเกี่ยวข้าวในน้ำ ขณะที่พ่อค้าคนกลางกดราคาข้าวเหลือเพียง 3-4 พันบาท
นายน้อย ศิลา เกษตรกรชาวนา อายุ 52 ปี บ้านหนองทะนิล หมู่ 13 ต.ป่ามะคาบ อ.เมือง จ.พิจิตร กล่าวว่า เกษตรกรหลายรายใน ต.ป่ามะคาบ รวมทั้งตนเองต้องรีบเร่งลุยน้ำที่ท่วมขังนาข้าว เพื่อใช้เคียวเก็บเกี่ยวผลผลิตข้าวเปลือกที่ออกรวงแต่อายุยังไม่ถึงอายุที่จะเก็บเกี่ยวได้ใส่เรือพายมาไว้บนท้องถนน หลังจากนาข้าวมีมวลน้ำป่าจากเทือกเขาวังทอง ไหลหลากมาจากด้าน ต.เนินกลุ่ม อ.บางกระทุ่ม จ.พิษณุโลก จนเอ่อท่วมพื้นที่นาข้าวของเกษตรกรใน ต.ป่ามะคาบ ต.ปากทาง และ ต.ท่าหลวง อ.เมืองพิจิตร จำนวนกว่า 5 พันไร่ และนาข้าวของตนเองที่กำลังจมน้ำอยู่อีกจำนวน 40 ไร่
ถึงแม้จะเก็บเกี่ยวผลผลิตไม่ได้เต็มจำนวนก็ตาม แต่ดีกว่ารวงข้าวจมน้ำเน่าเสียหายโดยไม่เหลืออะไรเลย ซึ่งได้เร่งใช้เคียวเก็บเกี่ยวด้วยมือเอาเท่าที่ได้ เนื่องจากรถเกี่ยวข้าวไม่สามารถลงเกี่ยวได้เนื่องจากมีน้ำท่วมระดับที่สูง สำหรับผลผลิตที่เก็บเกี่ยวได้ทันนั้นจะนำเมล็ดตากเพื่อเก็บไว้ทำเป็นเมล็ดพันธุ์เพาะปลูกในฤดูกาลต่อไป หากเหลือจากทำเมล็ดพันธุ์ก็จะนำไปสีแปรรูปเป็นข้าวสารไว้หุงกิน และเกษตรกรบางรายที่ได้ผลผลิตก็นำไปขายให้กับพ่อค้าโรงสี ถึงแม้จะถูกผู้รับซื้อกดราคาเหลือเพียงตันละ 3-4 พันบาท
สำหรับพื้นที่ในเขต ต.ป่ามะคาบนั้น ยังมีนาข้าวอีกจำนวนหลายพันไร่ที่กำลังตั้งท้องแต่กลับต้องปล่อยให้เน่าตายก่อนจะได้เก็บเกี่ยวผลผลิต เพราะมวลน้ำที่สะสมอยู่จำนวนมากไม่สามารถระบายอออกลงสู่แม่น้ำน่านได้ทัน เนื่องจากแม่น้ำน่านมีระดับที่สูง ทำให้ชาวนาในพื้นที่ดังกล่าวต้องยอมทิ้งผลผลิตของตนเอง


