ชาวบ้าน ต.บ้านเพิ่ม อ.ผาขาว จ.เลย ตื่นตระหนกตามเฟศบุ๊กคนร้ายคดีอุกฉกรรจ์ หนีมากบดานพักในเขตตำบล อ้างเป็นคนอันตราย มีอาวุธพร้อมทำร้ายผู้พบเห็น จนชาวบ้านไม่ยอมออกไปทำงาน เดือดร้อนเจ้าหน้าที่ของรัฐ ทั้งหาข่าว ลาดตระเวนทั้งวันทั้งคืน ผกก.สภ.ผาขาว แจงสยบข่าวเป็นแค่ข่าวลือ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 28 กันยายน ได้มีคนแชร์ทั้งเฟซบุ๊คและไลน์ว่า เจ้าหน้าสนธิกำลังไล่ล่านายอึ่งบุคคลอันตรายหลังก่อคดีพรากผู้เยาว์ ,ชิงทรัพย์ ,ใช้มีดฟันหญิงชรา และค้ายาบ้า คือนายชัยยงค์ อยู่แก้ว หรือ (อึ่ง) อายุ 21 ปีราษฎรบ้านดินทองพัฒนา ต.นากอก อ.ศรีบุญเรือง จ.หนองบัวลำภู โดยเจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งว่าช่วงเย็นมีคนเห็น นายชัยยงค์ หรือ(อึ่ง) เข้ามาบ้านพัก แต่นายอึ่งไหวตัววิ่งหลบหนีกระโดดลอยน้ำหนีไปได้อย่างหวุดหวิด หากพบเห็นบุคคลตามภาพนี้ ให้แจ้งเจ้าหน้าที่อย่างเร่งด่วนเพราะถือว่าเป็นบุคคลอันตรายพกพาอาวุธอยู่ตลอดเวลาและถ้าระหว่างเข้าจับกุมคิดต่อสู้เจ้าหน้าที่จะทำการวิสามัญทันที และได้หนีเข้าพื้นที่ ต.บ้านเพิ่ม อ.ผาขาว จ.เลย
หลังจากเฟซบุ๊กและไลน์ได้มีการแชร์ต่อๆกันไป ทำให้ชาวบ้านในตำบลบ้านเพิ่ม ต่างผวาและหวาดกลัว ไม่ยอมออกจากบ้านไปทำงานในไร่ ในสวน ทำให้เจ้าหน้าที่ทั้งตำรวจ ทหาร ปกครอง ผู้ใหญ่บ้าน กำนัน ต่างสนธิกำลังออกตรวจทั้งกลางวันและกลางคืน
ล่าสุดเมื่อเช้าวันที่ 29 ก.ย. 60 พ.ต.อ.สายสิทธิ์ พุ่มจันทร์ธนัง ผกก.สภ.ผาขาว เปิดเผยว่า หลังจากที่มีเฟซบุ๊กได้ ออกมาแชร์กันสนั่น ว่ามีคนร้ายก่อคดีอุกฉกรรจ์ และมีอาวุธติดตัว เป็นอันตรายกับผู้พบเห็นได้หนีมากบดานอยู่เขต อ.ผาขาว ต.บ้านเพิ่ม จ.เลย หลังจากได้ก่อคดีพรากผู้เยาว์ ชิงทรัพย์ ใช้มีดฟันหญิงชรา และค้ายาบ้า มาจาก อ.ศรีบุญเรือง จ.หนองบัวลำภู จึงได้สร้างความตระหนก ตกใจให้กับชาวบ้านอย่างหวาดกลัว บางหมู่บ้านไม่ยอมออกไปทำงาน ตามไร่ ตามสวน
ยิ่งได้มีการแชร์และเล่ากันเป็นต่อๆ ทำให้สร้างความตื่นตระหนกตกใจให้กับชาวบ้านอย่างมากขึ้น จึงทำให้เจ้าหน้าที่ปกครอง ตำรวจ ทหาร ใน อ.ผาขาวต่างได้ระดมหาข่าวลือ แต่ไม่พบเบาะแสของคนร้ายหรือบุคคลที่กล่าวอ้างแต่อย่างใด แต่ทั้งนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ และฝ่ายปกครองยังคงได้ลงพื้นที่และออกตรวจทั้งวันทั้งคืนที่ผ่านมา เพื่อเป็นขวัญกำลังใจให้กับชาวบ้าน และทางเจ้าหน้าที่ ได้ให้กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เข้าสำรวจและสอบถามลูกบ้านว่าใครมีญาติ หรือเป็นเพื่อนกับคนร้ายบ้าง คำตอบบอกไม่ใครรู้จัก ปกติถ้าเป็นคนร้ายส่วนใหญ่จะหนีต้องหนีหาเพื่อนและญาติพี่น้องก่อน แต่ที่ตำบลบ้านเพิ่มเป็นตำบลเล็กๆชาวบ้านรู้จักกันหมด ไม่ปรากฏว่ามีคนรู้จัก จึงสรุปว่าน่าจะเป็นข่าวลือมากกว่า แต่ยังไงก็ตามถ้าขอให้ชาวบ้านถ้าพบเห็นคนร้าย ก็แจ้งเจ้าหน้าที่ทันที

