ยายวัย 80 ร้องดีเอสไอให้ช่วย หลังนำส.ค.1 ที่ดินมรดกครอบครัว 40 ไร่ไปยื่นขอออกโฉนดกับสนง.ที่ดิน ในปี 53 แต่ถูกยื่นคัดค้าน ก่อนมีผู้ยื่นอีกรายสวมสิทธิ์ สค.1ฉบับเดียวกันแต่ระบุคนละหมู่บ้านไปขอออกโฉนด 140 ไร่ ติดทะเล วอนขอสิทธิ์สค.1 คืน
เมื่อวันที่ 29 กันยายน พ.ต.ท.ประวุธ วงศ์สีนิล รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ฯ เดินทางไปยังบ้านของนาง ร่อหมะ วงษ์หลี อายุ 80 ปี บริเวณใกล้สนามกอล์ฟ มิชชั่นฮิลล์ภูเก็ต หมู่ที่ 4 ต.ป่าคลอก อ.ถลาง จ.ภูเก็ต เพื่อรับหนังสือร้องเรียนและหลักฐานการร้องเรียน ซึ่งเป็นสำเนา สค.1 และเอกสารที่เกี่ยวข้องเพื่อนำไปใช้ดำเนินการตรวจสอบ กรณีได้นำเอกสารที่ดินเป็น ส.ค.1 เนื้อที่ 40 ไร่เศษ ซึ่งเป็นมรดกของครอบครัว ไปยื่นขอออกโฉนดกับสำนักงานที่ดิน แต่หลังจากที่ทำการรังวัดและประกาศก่อนออกโฉนดได้มีผู้ยื่นคัดค้าน จากนั้นพบว่าสำนักงานที่ดินฯได้ทำการออกโฉนดให้ผู้คัดค้าน ที่อ้างว่ามี สค.1 อีกฉบับที่มีเลขที่ตรงกัน แต่อยู่ในพื้นที่หมู่อื่นในเนื้อที่ 140 ไร่ จึงร้องเรียนต่อกรมสอบสวนคดีพิเศษให้ช่วยเหลือ
นางร่อหมะ และบุตรสาวเล่าว่า เมื่อประมาณปี 2553 ( 7 ปีที่ผ่านมา) ได้นำสค.1 เลขที่ 246 มีชื่อของ นายส้า หรือ สา วงษ์หลี สามีเป็นผู้แจ้งครอบครอง เนื้อที่ 40 ไร่ 3 งาน 16 ตารางวา ซึ่ง ส.ค.1 ฉบับดังกล่าวเป็นมรดกตกทอดมาตั้งแต่สมัยพ่อของสามี ไปยื่นขอออกโฉนดกับสำนักงานที่ดินภูเก็ต สาขาถลาง ซึ่งหลังจากยื่นไปแล้ว เจ้าหน้าที่ก็มาทำการรังวัดและสอบเขตข้างเคียงซึ่งเป็นสวนยางทั้ง 4 ด้าน ก่อนมีการประกาศ ระหว่างที่ประกาศได้มีผู้มาคัดค้านการออกโฉนด ทราบชื่อภายหลังว่า ปอเป็ด โดยอ้างว่าถือครองสค.1 เลขที่เดียวกันอยู่ ซึ่งตอนแรกเจ้าหน้าที่ที่ดินแจ้งว่าไม่ต้องกังวลเพราะของเราเป็นของจริง แต่พอผ่านไปสักพัก ทุกอย่างกลับพลิกไปหมด กลายเป็น สค.1ที่ถือครองอยู่ สำนักงานที่ดินได้แจ้งยกเลิกคำร้องขอออกโฉนด จึงไม่สามารถออกเอกสารสิทธิ์ได้ ต่อมาได้มีการออกโฉนดให้ผู้ยื่นคำขออีกรายแทน จึงอยากขอให้มีการตรวจสอบ เพื่อขอให้เกิดความเป็นธรรม และช่วยให้ครอบครัวได้สิทธิ์ในที่ดินคืน

ทั้งนี้ หลังรับหนังสือพ.ต.ท.ประวุธ พร้อมเจ้าหน้าที่ได้เดินทางไปตรวจสอบพื้นที่ตามเอกสาร สค.1 เลขที่ 246 เนื้อที่ 40 ไรเศษ ซึ่งอยู่ที่ ม.4 ต.ป่าคลอกของนาง ร่อหมะ ซึ่งที่ดินบริเวณอยู่ฝั่งตรงข้ามของสนามกอล์ฟมิชชั่นฮิลล์ โดยพบว่าพื้นที่มีการใช้ประโยชน์ เป็นสวนยางและผลไม้ เช่น ทุเรียน สะตอ ตามที่ผู้ร้องให้ข้อมูล จากนั้นได้เดินทาง ต่อไปยัง พื้นที่ บ้านหลังแดง หมู่ที่ 9 ต.ป่าคลอก ที่ตั้งของสค.1 เลขที่เดียวกัน อีกฉบับ ซึ่งอยู่ห่างจากจุดแรกไปประมาณ 10 กิโลเมตร
โดยพื้นที่ดังกล่าวเข้าไปทางถนนเส้นท่าเทียบเรืออ่าวปอ ก่อนเลี้ยวซ้ายผ่านสวนยางและภูเขาสลับซับซ้อนอีกกว่า 4 กิโลเมตร ก่อนจะถึงจุดที่ระบุ ตามเอกสาร โดยสภาพที่ดินบนภูเขา ติดทะเล มองเห็นเกาะต่างๆชัดเจนกว่า 90 องศา มีการสร้างถนนลาดยาง และถนนคอนกรีตตัดผ่านไปจนถึงด้านบนสุด สภาพโดยทั่วไปมีทั้งส่วนที่เป็นป่าธรรมชาติ สลับกับสวนยางอายุประมาณ 20 ปี บริเวณทางเข้าด้านบนมีการทำรั้วประดูเปิดปิด ตรวจสอบเบื้องต้นตามเอกสารสิทธิ์ สค.1 เลขที่เดียวกัน ที่มีการยื่นขอออกโฉนด
หลังเดินตรวจสอบในพื้นที่ พ.ต.ท.ประวุธเปิดเผยว่า จากการตรวจสอบ สค.1 อีกฉบับที่มีการยื่นขอออกโฉนด ระบุว่ามีขนาดเนื้อที่ 140 ไร่ และระบุติดคลอง 2 ด้านและ ติดทาง 2 ด้าน เจ้าหน้าที่ได้ทำการตรวจสอบจากค่าจีพีเอส พบอยู่ในเขตพื้นที่ป่าไม้ถาวร และป่าสงวนแห่งชาติป่าเขาสามเหลี่ยม

นอกจากนี้จากการตรวจสอบยังพบ ข้อพิรุจหลายข้อ เช่น ของผู้ร้อง 40 ไร่ แต่ของผู้อ้างระบุจำนวน 140 ไร่ ซึ่งตัวเลขเหมือนจงใจเพิ่มเลข 1 เข้ามา และที่ดินข้างเคียงของผู้ร้อง ทั้ง 4 ด้านติดสวนยางพารา 4 ด้าน ไม่ติดทะเล แต่ของผู้อ้างติดคลอง 2 ด้านและ ติดทาง 2 ด้านใกล้ทะเล ซึ่งจากการศึกษาในอดีตพื้นที่ดังกล่าวไม่เคยมีการเปลี่ยนแปลงเขตการปกครอง จึงเป็นไปไม่ได้ที่จะมีการเปลี่ยนแปลงเลขที่หมู่ และจากการตรวจสอบในการยื่นคำขอออกโฉนด ของผู้อ้าง มีการยื่นเมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธุ์ 2553 ที่ตรงกับวันอาทิตย์ ซึ่งเป็นวันหยุด นอกจากนี้จากข้อมูลพิรุจที่พบ จากการสอบสวนทราบว่า มีน้องชายของผู้ร้อง (นาง ร่อหมะ) เข้าไปเกี่ยวข้อง โดยพบข้อมูว่าเมื่อหลายปีที่ผ่านมาน้องชายผู้ร้องได้ถูกคนกลุ่มหนึ่งว่าจ้าง ไปขอคัดสำเนาสค.1 เลขที่เดียวกันที่สำนักงานที่ดิน คล้ายว่าทำหายและขอคัดฉบับใหม่ก่อนจะมาปรากฏสค.1อีกฉบับจำนวน 140 ไร่ที่ผู้อ้างมายื่นขอออกโฉนด
ทั้งนี้ก็มีเรื่องที่น่าแปลกใจเกิดขึ้นอีกหลังพบว่า หลังน้องชายผู้ร้องได้ถูกว่าจ้างไปคัดสำเนาเสร็จก็มาเกิดอุบัติเหตุถูกรถชนเสียชีวิต คล้ายมีการพยายามปกปิด เนื่องจากผู้เสียชีวิตมีการทำสัญญาซื้อขายที่ดินกับผู้อ้างรายนี้ในราคา 14 ล้านบาท ซึ่งจะต้องมีการตรวจสอบ
อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ดีเอสไอจะเร่งรวบรวมข้อมูลพยานหลักฐานในหลายๆส่วน และรวมถึงการขอข้อมูลจากสารระบบที่สำนักงานที่ดินภูเก็ต สาขาถลาง และส่วนอื่นที่เกี่ยวข้องเพื่อสรุปว่ามีความผิดข้อกล่าวหาใดบ้าง ซึ่งจะแจ้งต่อไปในภายหลัง
สำหรับที่ดินดังกล่าว มีเนื้อที่ จำนวน 140 ไร่เป็นพื้นที่ทีติดทะเล มองเห็นวิว มีทะเลสวยงาม หากมองในมุมของนักธุรกิจและคิดว่าเหมาะเหมาะที่จะทำการพัฒนาเป็นอสังหาริมทรัพย์ที่พักหรู จึงเชื่อว่าที่ดินมีราคาไร่ละไม่ต่ำกว่า 100 ล้านบาท เพราะเป็นที่ต้องการของนักลงทุน มูลค่าที่ดินทั้งหมดจึงอาจมีมูลค่าไม่ตำกว่า 1,400 ล้านบาท จึงเป็นสาเหตุให้มีความพยายามนำสค.1จากพื้นที่อื่นบินมาออกเอกสารสิทธิ์

