หน้าแรก ภูมิภาค ชาวหัวหินค้าน...

ชาวหัวหินค้าน!! กรมเจ้าท่าใช้งบ 3,000 ล้าน ทำโครงการถมทรายชายหาด

29.09.17 | 17:16 น.

เมื่อวันที่ 29 กันยายน นายมนตรี ชูภู่ รองนายกเทศมนตรีเมืองหัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ เป็นประธานการประชุม ประชาสัมพันธ์โครงการศึกษาวางแผนแม่บทและสำรวจออกแบบเพื่อเสริมทรายป้องกันการกัดเซาะชายหาดหัวหิน ครั้งที่3 ที่ห้องประชุมอาคารนาวีภิรมย์ 1 เขตเทศบาลเมืองหัวหิน จัดโดยกรมเจ้าท่า กระทรวงคมนาคม ร่วมกับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยเชิญตัวแทนหน่วยงานภาครัฐ สมาชิกสภาท้องถิ่น หน่วยงานภาคเอกชนด้านการท่องเที่ยว ผู้ประกอบการโรงแรม ประชาชนผู้มีส่วนได้เสีย กลุ่มชาวประมงชายฝั่งในพื้นที่ เข้าร่วมประชุมเพื่อรับฟังความเห็นกว่า 200 คน จากนั้นนายธนวัฒน์ จารุพงษ์สกุล หัวหน้าโครงการฯ และนายสุพจน์ จารุลักขณา วิศวกรชายฝั่ง ได้ชี้แจงการแก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายหาดหัวหินโดยวิธีการเสริมทราย นายกฤษดารักษ์ แพรัตกุล และนายกิตติชัย ดวงมาลย์ ผู้ชำนาญการสิ่งแวดล้อม ได้เสนอรายงานผลการศึกษาการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมตั้งแต่ชายหาดสนามบินหัวหินถึงเขาตะเกียบ ระยะทางประมาณ 12 กิโลเมตร ( กม.)

ต่อมาที่ประชุมได้เปิดรับฟังความคิดเห็น โดยผู้เข้าร่วมประชุมส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วย ขณะที่มีประชาชนบางส่วนยืนถือป้ายประท้วงด้านหน้าห้องประชุม เนื่องจากต้องการให้ชายหาดหัวหินที่มีความงดงามเปลี่ยนแปลงไปตามธรรมชาติ จากลักษณะของเม็ดทรายชายหาดที่ขาวละเอียด รวมทั้งไม่มั่นใจปัญหาผลกระทบสิ่งแวดล้อม จากความล้มเหลวในการทำโครงการลักษณะเดียวกันในพื้นที่ชายหาดบางแห่งแหล่งท่องเที่ยวของจังหวัดในภาคตะวันออก จากนั้นที่ประชุมมีมติให้หยุดการศึกษาและการดำเนินโครงการ ซึ่งเจ้าหน้าที่จากกรมเจ้าท่าได้รับมติที่ประชุม และจะมีหนังสือแจ้งผลการประชุมให้ยุติโครงการในพื้นที่ อ.หัวหิน สำหรับการประชุมเพื่อรับฟังความเห็นโครงการดังกล่าวก่อนหน้านี้ได้ดำเนินการอย่างต่อเนื่อง 2 ครั้งเมื่อปี 2559

นายอุดม ศรีมหาโชตะ อุปนายกสมาคมโรงแรมไทยภาคตะวันตก กล่าวว่า การทำโครงการตลอดแนวชายหาดหัวหินหลังจากมีการประเมินผลกระทบรัฐบาลจะใช้งบประมาณกว่า 3,000 ล้านบาท นอกจากนั้นทราบว่ามีงบประมาณอีก 148 ล้านบาทที่จะใช้ทำโครงการนำร่องที่ชายหาดหัวหินด้านหน้าสวน 19 ไร่ ความยาว 700 เมตร แต่ล่าสุดกรมเจ้าท่าได้ยุติโครงการแล้ว และ มีแนวโน้มว่ากรมโยธาธิการและผังเมือง จะเข้ามาสำรวจออกแบบเพื่อสร้างเขื่อนกันคลื่นที่หัวหินเหมือนชายหาดปากน้ำปราณ หากดำเนินการก็จะมีประชาชนออกมาคัดค้านอย่างแน่นอน

“ เนื่องจากสิ่งปลูกสร้างที่ชายหาดปากน้ำปราณขณะนี้ถูกน้ำทะเลกัดเซาะ มีสภาพทรุดโทรมอย่างมาก ส่วนการถมทรายก็มีตัวอย่างที่ชายหาดชะอำ จ.เพชรบุรี ซึ่งทราบว่าหลังใช้งบประมาณดำเนินการก็ไม่ประสบผลสำเร็จตามเป้าหมาย สำหรับการประชุมดังกล่าวได้ยืนยันว่าไม่เห็นด้วยกับการทำโครงการนี้ ตั้งแต่เริ่มรับฟังความเห็นครั้งแรก เพียงแต่ได้แนะนำให้ผู้เกี่ยวข้องศึกษาแนวทางผลกระทบอย่างรอบด้าน เพื่อนำไปใช้ในอนาคตหากมีปัญหาเกิดขึ้นจริงตามหลักวิชาการ “ นายอุดม กล่าว

นายอุดมสุข นิ่มเซียน นายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยว จ.ประจวบคีรีขันธ์ กล่าวว่า ประชาชนในพื้นที่ส่วนใหญ่แสดงความเห็นคัดค้านโครงการนี้ เนื่องจากไม่ต้องการให้ภาครัฐสูญเสียงบประมาณจำนวนมาก นอกจากนั้นสภาพชายหาดหัวหินในรอบ 100 ปี ยังไม่มีความเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นตามแนวทางการประเมิน ส่วนการถมทรายทราบว่าผู้ทำโครงการจะนำทรายจากทะเลเพื่อถมบริเวณชายหาด ส่วนตัวไม่เชื่อว่าจะแก้ปัญหาการกัดเซาะได้ และหากการทำโครงการเสร็จสิ้นถ้าผลกระทบกับพื้นที่ชายหาดเชื่อว่าจะไม่มีหน่วยงานใดออกมาแสดงความรับผิดชอบเหมือนปัญหา ผลกระทบจากชายหาดแห่งอื่นที่ทำโครงการนี่

Advertisement

มีรายงานว่า ที่ผ่านมากรมเจ้าท่า ระบุว่า ปัจจุบันชายหาดหัวหิน กำลังประสบปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งตลอดทั้งแนวอย่างรุนแรงและต่อเนื่อง ส่งผลให้ชายหาดลดขนาดลงไปทุกปี อาจส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยวในอนาคต กรมเจ้าท่าจึงดำเนินการสำรวจพื้นที่และเห็นสมควรที่จะดำเนินการแก้ไขปัญหาการกัดเซาะในพื้นที่ดังกล่าวโดยเร่งด่วน โดยได้จ้างที่ปรึกษาที่มีความชำนาญงานในด้านวิศวกรรมชายฝั่ง วิทยาศาสตร์ทางทะเล และด้านธรณีวิทยาทางทะเล ดำเนินงานศึกษาวางแผนแม่บทและสำรวจออกแบบเพื่อเสริมทรายป้องกันการกัดเซาะชายหาดหัวหินซึ่งเป็นวิธีการแก้ไขปัญหาแบบอ่อน หรือ Soft Solution มีความเหมาะสมกับชายหาดทรายที่เป็นแหล่งท่องเที่ยว และได้รับการยอมรับมากกว่าการใช้โครงสร้างทางวิศวกรรมเพื่อแก้ไขปัญหาในระยะยาว