หน้าแรก ภูมิภาค เศร้า! ชาวนาข...

เศร้า! ชาวนาขี่จยย.ซื้อยาฆ่าหญ้า พุ่งตัดหน้า 18 ล้อ ถูกชนยับร่างแหลกกลางถนน

29.09.17 | 18:18 น.

เมื่อเวลา 14.20 น. วันที่ 29 กันยายน ร.ต.อ.ถิรวัฒน์ ฟักประไพ รอง สว.(สอบสวน) สภ.สามโคก จ.ปทุมธานี ได้รับแจ้งจากพลเมืองดีว่า มีอุบัติเหตุรถพ่วง ชนกับ รถ จยย. ทำให้มีผู้เสียชีวิต 1 ราย เหตุเกิดบนถนนกาญจนภิเษก (ทางหลวงหมายเลข9) หลัก กม.ที่ 68-200 ม.2 ต.คลองควาย อ.สามโคก จึงรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุร่วมกับ ตร.ทางหลวง และอาสาสมัครมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง พร้อมประสานไปยัง แพทย์นิติวิทยาศาสตร์ กระทรวงยุติธรรม

ในที่เกิดเหตุซึ่งอยู่ใกล้บริเวณจุดกลับรถ ในช่องเลนขวาสุดมุ่งหน้าไป อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี พบร่างผู้เสียชีวิตแหลกเหลว ทั้งเศษเนื้อ ตับไต ไส้ พุง กะโหลกกระจายเกลื่อนไม่มีชิ้นดี และที่พื้นถนนห่างไปเล้กน้อย มียาฆ่าหญ้า 2 แกลลอน แตกน้ำยาไหลเต็มพื้นถนน และปุ๋ยปูนขาว 2 ถุง และทราบชื่อผู้ตายคือนายประเวศ ทองอ่อน อายุ 60 ปี โดยมีนายประวิทย์ ทองอ่อน อายุ 27 ปี ลูกชายผู้ตายรุดมายังที่เกิดเหตุ

ห่างไปประมาณ 600 เมตร ช่องเลนซ้ายชิดไหล่ทาง พบรถ จยย.ยามาฮ่า รุ่นฟีโน่ สีน้ำงิน หมายเลขทะเบียน สสป-253 กรุงเทพมหานคร ล้มคว่ำติดคาอยู่หน้ารถพ่วง 18 ล้อ ยี่ห้ออีซูซุ สีขาว หมายเลขทะเบียน 86-0259 สระบุรี ลูกพ่วงหมายเลขทะเบียน 85-5035 สระบุรี โดยมีนายลูกจันทร์ ศรีทิพย์ อายุ 39 ปี ชาว จ.กำแพงเพชร เป็นคนขับยืนรอรออยู่ในที่เกิดเหตุ

จากการสอบสวนนายลูกจันทร์โชเฟอร์รถพ่วง กล่าวว่า ก่อนเกิดเหตุตนขับรถมาจาก จ.สระบุรี เพื่อนำปูนไปส่งให้ลูกค้าที่ จ.นนทบุรี เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุซึ่งเป็นจุดกลับรถพบรถ จยย.จอดอยู่เพื่อทำท่าจะกลับรถจำนวน 2 คัน ตนจึงบีบแตรเพราะกลัวว่าจะขับตัดหน้า แต่เมื่อมาถึงปรากฏว่ารถ จยย.คันที่นายประเวศ ขับได้พุ่งตัดหน้ารถตนออกไปจนอยู่เกือบถึงเลนกลาง ก่อนจะหักรถในลักษณะเสียหลักมาด้านหน้ารถตน ทำให้หน้ารถชนอย่างจัง ก่อนที่ตนจะพยายามชะลอและเบรกแต่ไม่ทัน และลากรถผู้ตายที่ติดอยู่หน้ารถมาด้วย ส่วนร่างที่แหลกเหลวนั้น ตนไม่รู้ว่ามีรถที่ตามหลังมาทับไปบ้างหรือไม่

ซึ่งจากการสอบสวนพยานและนายประวิทย์ ทองอ่อน ลูกชายผู้ตาย กล่าวว่า พ่อเป็นชาวนา ก่อนเกิดเหตุพ่อไปขับรถไปซื้อยาฆ่าหญ้า และซื้อปุ๋ย โดยขับ รถ จยย.มาคนเดียว ซึ่งจุดเกิดเหตุอยู่อยู่ห่างจากบ้านไม่มากนัก ต่อมาทราบข่าวจากญาติ ว่ามีรถชนกันและรถ จยย.คล้ายรถพ่อตน เมื่อมาดูที่เกิดเหตุก็พบว่าเป็นพ่อตนจริงๆ หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ฯได้ให้มูลนิธิฯช่วยกันเก็บเศษชิ้นส่วนต่างๆนำใส่ห่อแล้วส่งไปยังสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ รพ.ธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ เพื่อชันสูตรอีกครั้ง ส่วนคนขับรถพ่วง เบื้องต้นจะได้มีการสอบสวน และสอบพยานแวดล้อมเพื่อจะได้ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

Advertisement