เมื่อวันที่ 2 ตุลาคม ที่ ศปชส.จ.ยะลา พ.อ.ปราโมทย์ พรหมอินทร์ โฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน (กอ.รมน.) ภาค 4 ส่วนหน้า เปิดเผยว่า ผลจากการขับเคลื่อนแผนปฏิบัติการแก้ไขปัญหาและพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ของรัฐบาลมาสู่การปฏิบัติในพื้นที่ภายใต้แนวคิด “กฎหมายนำ การทหารตาม และงานการเมืองขยาย” ส่งผลให้สถานการณ์ในภาพรวม พัฒนาการไปในทิศทางที่ดีขึ้น
พ.อ.ปราโมทย์กล่าวว่า มีเหตุการณ์เกิดขึ้น 432 เหตุ เป็นเหตุความมั่นคง 140 เหตุ มีผู้เสียชีวิต 99 ราย และบาดเจ็บ 219 ราย เมื่อเปรียบเทียบเหตุการณ์กับปี’59 เหตุความมั่นคงลดลง 182 เหตุการณ์ คิดเป็นร้อยละ 77 ส่วนการสูญเสียลดลง 226 ราย คิดเป็นร้อยละ 43
พ.อ.ปราโมทย์กล่าวว่า เป็นผลมาจากการปฏิบัติการเชิงรุกทางด้านการเมือง การสร้างความเข้าใจ การช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนและการพัฒนาอย่างจริงจัง เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่ ทำให้ประชาชนเห็นถึงความจริงใจ จึงให้การสนับสนุนภาครัฐมากยิ่งขึ้น ประกอบกับได้บังคับใช้กฎหมายต่อภัยแทรกซ้อนอย่างเข้มงวด สามารถลิดรอนการสนับสนุนของกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรง
“ควบคุมตัวได้ 478 ราย มีหมาย ป.วิฯ อาญา 259 ราย ตรวจยึดอาวุธปืน 49 กระบอก ปะทะกับผู้ก่อเหตุรุนแรง 11 ครั้ง ทำให้ผู้ก่อเหตุรุนแรงเสียชีวิต 14 ราย ได้ให้ความสำคัญกับการรักษาความปลอดภัยเขตเมืองเศรษฐกิจ เกิดเหตุความรุนแรงที่สำคัญในเขตเมืองเศรษฐกิจ 2 ครั้ง มีกำลังภาคประชาชนและกลุ่มเครือข่ายมวลชนในพื้นที่ เข้ามามีส่วนร่วมในการรักษาความปลอดภัยเส้นทางและ โรงเรียนวันละ 35,000 คน”
พ.อ.ปราโมทย์กล่าวว่า ได้มุ่งเน้นการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยแทรกซ้อน ซึ่งทำให้สามารถจับกุมผู้ต้องหา 4,110 คน ตรวจยึดยาบ้า 3,199,405 เม็ด เฮโรอีน 21.39 กิโลกรัม พืชใบกระท่อม 6,183 กิโลกรัม และยาเสพติดประเภทอื่นๆ หลายรายการ และตรวจยึดคืนพื้นที่ป่า 13,301 ไร่
พ.อ.ปราโมทย์กล่าวว่า การอำนวยความยุติธรรมและเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ มุ่งเน้นบังคับใช้กฎหมายด้วยความเสมอภาคและเป็นธรรม เปิดโอกาสให้ผู้ที่ต้องการยุติ การต่อสู้ด้วยความรุนแรง เข้ารายงานตัวแสดงตน ตามโครงการพาคนกลับบ้าน ได้สร้างความเข้าใจผู้นำท้องที่ ท้องถิ่นและญาติบุคคลเป้าหมาย ส่งผลให้มีผู้ออกมารายงานตัวแสดงตนเข้าโครงการ 4,535 คน ส่งคืนกลับสู่สังคม

