เมื่อวันที่ 13 มีนาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากสภาพทั่วไปของจังหวัดแพร่ที่แห้งแล้งทำให้ทุกอำเภอไม่มีฝนตกลงมาเลย และมีอุณหภูมิสูงมากกว่า 40 องศาเซลเซียสในเวลากลางวัน ส่งผลให้ลำห้วยที่เคยมีน้ำหล่อเลี้ยงเกษตรกรมีสภาพแห้งเร็วกว่าปกติ เกษตรกรที่ปลูกพืชในฤดูแล้งแม้อยู่ในเขตชลประทานกำลังขาดน้ำแล้ว และอาจส่งผลกระทบรุนแรงถ้าไม่มีการช่วยเหลือจากภาครัฐในเร็ววัน
นายหลอง หงส์สิบสี่ อายุ 68 ปี ในหมู่ 4 ต.วังหงส์ อ.เมือง จ.แพร่ ซึ่งทำนาปรังจำนวน 8 ไร่ กล่าวว่า ในเขตชลประทานแม่ยมฝั่งตะวันตก ทุกปีได้รับน้ำจากโรงสูบน้ำพลังไฟฟ้าจากแม่น้ำยม บริเวณดอยเมืองผี ต.ห้วยหม้าย อ.สอง จ.แพร่ ที่สูบน้ำจากแม่น้ำยมเข้าสู่ระบบชลประทาน แต่ปีนี้ไม่มีการสูบน้ำเช่นทุกปีทำให้ต้องช่วยกันสูงน้ำที่ขังในท่อลอดถนนที่พอมีน้ำขังไปใช้ในที่นาของตนเอง โดยมีความหวังว่าจะหล่อเลี้ยงได้ซัก 2 ไร่ พอมีผลผลิตเพื่อนำไปใช้หนี้ค่าปุ๋ยก็พอแล้ว โดยตนต้องการให้มีการแก้ปัญหาอย่างยั่งยืนด้วยการทำแก้มลิงเหนือฝ่ายแม่ยมเพื่อเป็นต้นทุนน้ำที่สามารถใช้ได้ในฤดูแล้ง
ด้านนายทองดี จงสุข ผู้นำเกษตรกรปลูกต้นไม้ใช้หนี้ ต.ห้วยหม้าย อ.สอง จ.แพร่ กล่าวว่า ไม่ทราบว่าทางราชการจะมากั้นน้ำยมทำไม เพราะไม่มีการสูบน้ำเช่นทุกปี แต่การไม่ดำเนินการสูบน้ำ อาจเกิดจากไม่มีงบประมาณ หรือไม่คิดจะดำเนินการ อย่างไรก็ตามสิ่งที่เกิดขึ้นเกษตรกรที่ปลูกข้าวนาปรังและข้าวโพดต้องประสบปัญหาแน่ถ้าไม่เร่งสูบน้ำให้หล่อเลี้ยงพื้นที่เกษตรกรรมฝั่งตะวันตกของแม่น้ำยมได้
ขณะที่ นายสมบูรณ์ ใจเศษ ประธานสภาเกษตรกรจังหวัดแพร่ กล่าวว่า ทางสภาได้ติดตามการทำงานแก้ปัญหาภัยแล้งจากทางจังหวัดแพร่มาตลอด เข้าร่วมประชุมแก้ปัญหาหลายคณะ ทั้งการประชุมร่วมภาครัฐและเอกชน แต่แล้วก็พบว่าไม่มีการดำเนินการใดใด จังหวัดแพร่ซึ่งอยู่ในพื้นที่ต้นน้ำของแม่น้ำยม ปัจจุบันกำลังได้รับการแก้ปัญหาในการคิดหาวิธีการกับเก็บน้ำให้มีน้ำใช้เพียงพอโดยมหาวิทยาลัยนเรศวรเป็นผู้ดำเนินการศึกษาวิจัย แต่ปัญหาเฉพาะหน้านั้นทางราชการที่เกี่ยวข้องต้องเร่งดำเนินการก่อนที่จะได้รับความเสียหายรุนแรง

