ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันที่ 2 ตุลาคม เวลา 10.00 น. ที่ด่านความมั่นคง หมู่ 7 ต.ทุ่งหว้า อ.ทุ่งหว้า จ.สตูล จุดตรวจคีรีวง มว.ปล.เคลื่อนที่เร็ว กกล.เทพสตรี (ฉก.ร.5) ซึ่งเป็นรอยต่อ จ.ตรัง พ.ต.อ.สมศักดิ์ สังข์น้อย ผกก.สภ.ทุ่งหว้า นำกำลังมาร่วมกับ ร.ต.ปราโมทย์ นิลพันธ์ ผบ.มว.ปล.เคลื่อนที่เร็ว พร้อมกำลัง และเจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาบรรทัด ตั้งจุดตรวจบริการประชาชน พร้อมกำลังตำรวจ สภ.ทุ่งหว้า ผู้ใช้เส้นทางสัญจรไปมาระหว่างจังหวัด
โดยขณะให้บริการพบรถกระบะตอนครึ่ง โตโยต้า วีโก้ สีดำ ทะเบียน ผท 3045 สงขลา ต้องสงสัยขับรถมุ่งหน้าไป อ.ปะเหลียน จ.ตรัง เรียกตรวจค้นโดยมีนายประจิตร ปานลุง อายุ 49 ปี อยู่บ้านเลขที่ 154/2 หมู่ 10 ต.ทุ่งหว้า อ.ทุ่งหว้า จ.สตูล เป็นผู้ขับ โดยเจ้าหน้าที่ขอตรวจค้นหลังพบถุงกระสอบปุ๋ยต้องสงสัย 2 ถุง ตั้งอยู่ท้ายรถกระบะ เมื่อแกะออกดูถึงกับผงะ เมื่อเห็นซากค่างดำถูกถลกหนัง เหลือขนที่ข้อมือและข้อเท้า เลือดอาบ หัวถูกตัดทิ้งหาย ทั้ง 3 ตัวถูกยัดใส่ถุงพลาสติกอีกชั้นก่อนใส่กระสอบปุ๋ยปิดปากถุง ของกลางซากค่างดำ 3 ตัว หนัก 5,000 กรัม, 2,900 กรัม, 2,800 กรัม และอีกกระสอบปุ๋ยยังพบเครื่องในของค่างดำ ซากเครื่องในค่างดำ 7,500 กรัม
เบื้องต้นผู้ต้องหาให้การว่า ค่างดำมีพรรคพวกยิงเอามาให้ และต้องการจะนำกลับไปที่บ้าน จ.ตรัง และไม่ทราบว่าเป็นความผิด เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวดำเนินคดีในข้อหามีซากสัตว์ป่าคุ้มครองไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย พร้อมของกลางซากค่างดำ ส่งพนักงานสอบสวน สภ.ทุ่งหว้าดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไปว่านำค่างดำนี้มาจากป่าไหน



