เมื่อวันที่ 3 ตุลาคม ร.ต.อ.กล้าณรงค์ จันทรมณี รอง สว.(สอบสวน) สภ.วังทอง จ.พิษณุโลก รับแจ้งมีรถเก๋งชนกับรถจักรยานยนต์มีผู้บาดเจ็บสาหัส บนถนนสายเลี่ยงเมืองพิษณุโลก–นครสวรรค์ ก่อนถึงสำนักงานขนส่งแห่งใหม่ หมู่ 6 ต.วังพิกุล อ.วังทอง หลังรับแจ้งจึงรุดไปตรวจสอบพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สมาคมกู้ภัยข่าวภาพ ที่เกิดเหตุพบผู้บาดเจ็บ 2 ราย นอนหมดสติอยู่ในป่าหญ้าริมทาง ทราบชื่อคือ นางทวี ลุ่มหล้า อายุ 42 ปี อยู่บ้านเลขที่ 20/1 หมู่ 6 ต.วังพิกุล อ.วังทอง สภาพมีบาดแผลฉีกขาดตามร่างกายหลายแห่ง เลือดไหลออกปากและจมูก อาการสาหัส ส่วนอีกรายคือ นายเชิด ศรีเครือ อายุ 73 ปี อยู่บ้านเลขที่ 70 หมู่ 6 ต.วังพิกุล อ.วังทอง ซึ่งเป็นบิดาของนางทวี ศีรษะแตกเลือดไหลอาบใบหน้า และมีรอยถลอกฟกช้ำทั่วร่างกาย ยังพอมีสติพูดคุยได้เล็กน้อย เจ้าหน้าที่เร่งปฐมพยาบาลก่อนนำตัวส่งโรงพยาบาลพุทธชินราช ห่างออกไปประมาณ 50 เมตร พบรถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นเวฟ สีบรอนซ์-เงิน ทะเบียน ขกษ 841 พิษณุโลก สภาพถูกชนด้านท้ายรถจนเสียหายยับเยิน
ต่อมามี นายภาณุเดช ลุ่มหล้า อายุ 18 ปี บุตรชายของนางทวีเดินทางมายังจุดเกิดเหตุ พร้อมให้การว่า เมื่อช่วงเช้านี้มารดาได้ขี่รถจักรยานยนต์ไปรับนายเชิด ซึ่งเป็นบิดา และมีศักดิ์เป็นตาของตน เพื่อพากันไปรับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐในตัว อ.วังทอง แต่ระหว่างทางมาถึงยังจุดเกิดเหตุกลับถูกรถยนต์เก๋งขับชนท้ายเข้าอย่างจังเสียงดังสนั่น ทำให้แม่และตากระเด็นตกลงไปในป่าหญ้าข้างทาง ก่อนจะถูกรถยนต์เก๋งลากรถจักรยานยนต์ครูดไปกับพื้นถนนไกลกว่า 50 เมตร
ผู้เห็นเหตุการณ์แจ้งว่า รถยนต์เก๋งที่ชนนั้นเป็นรถยี่ห้อบีเอ็มดับเบิ้ลยู สีดำ ไม่ทราบทะเบียน ภายหลังเกิดเหตุได้ขับรถหลบหนีมุ่งหน้าไปทางแยกวัดสะกัดน้ำมันอย่างรวดเร็ว โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจวิทยุสกัดจับแต่ไร้วี่แวว ซึ่งจะตรวจสอบกล้องวงจรปิดริมทางเพื่อหาหลักฐานติดตามตัวคนขับรายนี้มาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

