ชาวบ้านสระบัวก่ำ ลุกฮือ ประท้วง รง.โรงงานเอทานอล ทำน้ำเสียทะลักหมู่บ้าน ยืดเยื้อมา12ปี โรงงานยอมจ่ายชดเชย6ล้าน
เมื่อเวลา 15.00 น.วันที่ 4 ตุลาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ชาวบ้านในพื้นที่ บ้านสระบัวก่ำ ต.หนองมะค่าโมง อ.ด่านช้าง จ.สุพรรณบุรี กว่า 300 คน จำนวน 2 หมู่บ้าน ได้ลุกฮือขึ้นประท้วงโรงงานผลิตเอทานอล ของ บ.ไทยอะโกรเอนเนอร์ยี่จำกัดมหาชน บริเวณ หน้ารพ.สต.บ้านสระบัวก่ำ หลังเกิดอุทกภัยน้ำท่วมน้ำป่าไหลหลาก จนทำให้น้ำเสียในบ่อกักเก็บน้ำเสีย ของโรงงานเอททานอลเกิดล้นทะลัก คันกั้นดินพังครืนลงมา หลายรอบ ทำให้น้ำเสียไหลเข้าสู่พื้นที่เป็นวงกว้าง เสียหายกว่า 600 หลังคาเรือน ได้แก่ พื้นที่ ต.หนองมะค่าโมง อ.ด่านช้าง ต.ทัพหลวง ต.แจงงาม ต.หนองโพธิ์ อ.หนองหญ้าไซ ต.หนองกระทุ่ม ต.หัวเขา อ.เดิมบางนางบวช ชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบจึงพากันมารวมตัวถือป้ายประท้วงโรงงานผลิตเอทานอล เพื่อให้ปิดโรงงาน หลังชาวบ้านรับไม่ไหวกับปัญหาดังกล่าว ซึ่งมีกำลัง จนท.ทหาร ตำรวจ กว่า 30 นาย คอยสังเกตการณ์อย่างใกล้ชิด จากนั้นได้ตัวแทนของโรงงาน ตัวแทนผู้นำชุมชน และ หน่วยงานราชการ เข้ามาตกลงเจรจา กับปัญหาในครั้งนี้ ตั้งโต้ะพูดคุยกัน เพื่อหาข้อสรุป
โดยตัวแทนชาวบ้านจำนวน กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้นำชุมชน ที่ได้รับผลกระทบ ได้กล่าวถึงปัญหาซึ่งชาวบ้านต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นของโรงงานแห่งนี้ ซ้ำซากจำเจ มานานกว่า 12 ปีแล้ว ทั้งมลพิษกลิ่น น้ำเสีย พอมีปัญหาเกิดก็ไม่แก้ปัญหาให้ยั่งยืน ทำอย่างเป็นรูปธรรม อย่างเหตุการณ์ครั้งนี้ทำให้ชาวบ้านได้รับผลกระทบเสียหาย ทั้งสภาพร่างกาย จิตใจ และ บ้านเรือน อีกทั้งชาวบ้านประสบปัญหาพืชไร่นาข้าวพังเสียหาย ของใช้ในบ้านเครื่องอุปโภคบริโภคพังเสียหายหมด และร่างกายยังมีผื่นขึ้นตามตัว เวียนหัว มึนหัวจากกลิ่นเหม็นของน้ำเน่าเสีย คละคลุ้งไปทั่ว และยังหวั่นกับสารพิษตกค้าง จากน้ำเสีย โดยวันนี้จึงอยากเรียกร้องให้ทางโรงงานปิดไปเลย ทางชาวบ้านไม่ไหวแล้ว เพราะที่ผ่านมาไม่แก้ปัญหาอย่างยั่งยืน เสียที
ด้าน นายบุญชู จันทร์สุวรรณ นายกอบจ.สุพรรณบุรี วันนี้ได้เดินทางมาประชุมร่วมกับหลายฝ่ายเรียกร้องให้ทางโรงงานได้รับผิดชอบต่อชาวบ้าน เพราะหลังจากได้มีการพูดคุยกัน พบว่า การแก้ปัญหาของโรงงานยังไม่มีความชัดเจนพอ ที่ผ่านมากว่า 12 ปี ชาวบ้านได้ต่อสู้มาโดยตลอด ทั้งพากันไปร้องเรียนหน่วยงานและสื่อ กับปัญหาเรื่องกลิ่นจากก๊าซไข่เน่า และ น้ำเสีย จนหลายครั้งผู้ใหญ่บ้านต้องมาร้องไห้มาหาตน เพราะไม่สามารถทำอะไรได้ พอมาเกิดปัญหาที ก็แก้กันไปทีนึง ในวันนี้ตนจึงต้องอยู่ข้างประชาชน เคียงข้างต่อสู้ให้ถึงที่สุด เพื่อให้ชาวบ้านได้อุ่นใจว่า ไม่ได้ทอดทิ้ง เราจะช่วยแก้ไขปัญหาไปด้วยกัน
ด้านนายประภัตร โพธสุธน และนายจองชัย เที่ยงธรรม อดีตสส.เมืองสุพรรณบุรี ได้ออกโรงช่วยชาวบ้านอีกแรง โดยเป็นคนกลางในการร่วมเจรจากับตัวแทนโรงงานต้นเหตุ

นายประภัตร เปิดเผยว่า ชาวบ้านต้องได้รับเยียวยาเบื้องต้น ก่อน เพราะหากพูดคุยตกลงกันไม่รู้เรื่องวันนี้ ก็จะไม่จบ เลยเป็นตัวแทนชาวบ้านยื่นข้อเสนอ ให้ทางโรงงานต้องจ่ายเงินชดเชย ให้ชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบครัวเรือนละ 10,000 บาท ก่อนในเบื้องต้น ส่วนเรื่องชาวบ้านจะเรียกร้องให้ปิดโรงงานหรือจะไม่เอาบ่อเก็บกักน้ำเสียนั้น ก็ขึ้นอยู่กับชาวบ้านจะตกลงดำเนินการอย่างไรกับทางหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องและว่ากันไป ตามขั้นตอนกระบวนการกฎหมาย ส่วนค่าเสียหายเรื่องบ้านเรือน ของใช้ พืชสวนไร่นา ก็ให้หน่วยงานรัฐสำรวจแล้วแจ้งความเสียหายมา เพื่อให้โรงงานรับผิดชอบต่อไปอีกตามความเป็นจริง ซึ่งหลังนายประภัตรพูดจบ ได้ขอให้ทางตัวแทนโรงงานรีบชี้แจงว่าจะตกลงตามนี้หรือไม่ ให้ชี้แจงกับชาวบ้านไปเลย เพื่อแสดงความรับผิดชอบอย่างจริงใจ เพราะทางโรงงานเองก็มีรายได้มากพอที่จะชดเชยให้กับชาวบ้านอยู่แล้ว

ด้านนายสมชาย โล่ห์วิสุทธิ์ ประธานจนท.บริหาร บ.ไทยอะโกรเอนเนอร์ยี่จำกัดมหาชน ได้ทำการชี้แจงกับชาวบ้านว่า. ทางโรงงานขอน้อมรับผิดกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และขอแสดงความรับผิดชอบ โดยจะจ่ายให้ครัวเรือนละ 1-2 พันบาทก่อน เมื่อพูดจบเท่านั้น ชาวบ้านพากันโห่ร้องไม่พอใจ พร้อมแสดงจุดยืนไม่ยอม จนนายประภัตรต้องเสนอให้นายสมชายลองทบทวนอีกครั้ง ว่า ควรชดเชยให้ชาวบ้านเท่าไร ตามความเหมาะสม ซึ่งต่อมา ทางนายสมชาย จึงรับปากตกลงยินดีจะจ่ายเงิน จำนวน 6 ล้านบาท โดยจัดสรรให้ครอบครัวละ 1 หมื่นบาท ในเบื้องต้น เพื่อเป็นการเยียวยาสภาพจิตใจก่อน ซึ่งให้ชาวบ้านมาลงทะเบียนรายชื่อไว้ ในวันพรุ่งนี้ แล้วจะมีการจ่ายเงินชดเชยให้ไม่เกินวันศุกร์นี้ ส่วนเรื่องการชดเชยด้านอื่นๆ อาทิ ความเสียหายของบ้านเรือน และ พืชสวนไร่นา ซึ่งขณะนี้ทางหน่วยงานรัฐได้กำลังเร่งตรวจสอบ เพื่อนำข้อมูลมาประเมินค่าความเสียหาย และทางโรงงานจะยินดีชดใช้ให้ตามความเหมาะสม ส่วนการแก้ปัญหาด้านบ่อเก็บกักน้ำเสียนั้น ขณะนี้ทางโรงงานได้พยายามอุดรอยรั่วและทำคันกั้นดินให้แข็งแรงมากขึ้น ซึ่งขณะนี้ฝนยังตกหนัก ทำให้มีปัญหาอยู่ ซึ่งทางโรงงานได้วางแผนในการจะทำบ่อเก็บกักน้ำเสีย แบบไอระเหย ซึ่งกำลังวางแผน ต้องใช้งบประมาณหลายร้อยล้านบาท ตอนนี้ทางโรงงานก็ถูกปิดโรงงานเป็นเวลา 45 วัน ซึ่งก็จะเร่งดำเนินการทำแผนจัดการกับบ่อกักเก็บน้ำเสียต่อไป ส่วนเรื่องอื่นจะเร่งดำเนินการหาจุดยืนร่วมกันกับชาวบ้านอีกครั้ง หลังจากนี้

นายพิภพ บุญธรรม รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี กล่าวว่า วันนี้ได้มาเจรจาตกลงกับชาวบ้าน หลังปัญหานี้ยืดเยื้อมาหลายวัน ทางจังหวัดได้ตั้งคณะกรรมการ 3 ฝ่าย ในการตรวจสอบและแก้ไขปัญหา ซึ่งก็เบื้องต้นชาวบ้านก็จะได้รับเงินเยียวยาจากโรงงานเป็นเงิน ครัวเรือนละ 10,000 บาทก่อน ส่วนเรื่องค่าเสียหายทางจังหวัดได้สั่งการให้นายอำเภอที่มีพื้นที่ได้รับผลกระทบตั้งศูนย์ดำรงธรรมประจำอำเภอ เพื่อลงรายชื่อผู้เสียหาย ขณะนี้ทุกฝ่ายก็พยายามหาแนวทางช่วยเหลือชาวบ้านให้ได้มากที่สุด ซึ่งทางจังหวัดก็มีมาตรการให้โรงงานอุตสาหกรรมทุกรายในพื้นที่จ.สุพรรณบุรี ได้เข้าประชุมทุกเดือน เพื่อมีระบบป้องกันอย่างดี หลายโรงงานยอมลงทุนสูง หลายร้อยล้านบาท เพื่อจัดการปัญหาต่างๆให้กระทบต่อสิ่งแวดล้อมและชาวบ้านน้อยที่สุด และที่ผ่านมา ทางบ.ไทยอะโกรเอ็นเนอร์ยี่จำกัดมหาชน ก็ได้รับปากตกลงในการแก้ไขปัญหาทุกครั้ง ซึ่งตอนนี้ต้องถึงเวลาแล้ว ที่ทางโรงงานจะต้องรับผิดชอบต่อสังคมอย่างยั่งยืน ไม่ใช่แก้ปัญหาไปที ตามที่ชาวบ้านร้องเรียนมาบ่อยครั้ง ยื้ดเยื้อมานานเป็นสิบปี ซึ่งครั้งนี้ก็เป็นโอกาสที่ทางโรงงานจะได้พิสูจน์ตัวเองว่าจะจริงจังกับการแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นหรือไม่ เพราะหากไม่ทำตาม ก็คงต้องมีมาตารการกระบวนการทางกฎหมายต่อไป
ส่วนทางด้านน้ำเสียที่ขณะนี้ได้ทะลักเข้าท่วมในหมู่บ้านในหลายจุด จนแผ่เป็นพื้นที่กว้าง ไป 3 อำเภอแล้ว หลายฝ่ายกังวลว่าน้ำเสียเหล่านี้จะลงไปในแม่น้ำท่าจีน ยิ่งสร้างความเสียหายมาก เพราะขณะนี้ได้แก้ปัญหาด้วยการระบายน้ำจากเขื่อนกระเสียวมาเจือจางลง โดยน้ำเสียนั้นก็มีสารพิษตกค้าง ขณะนี้น้ำได้ไหลลงลำห้วยกระเสียว โดยพบว่าอีกหลายจุด ไม่มีการสกัดกั้นน้ำ ทำให้น้ำเสียเริ่มไหลลงสู่แม่น้ำท่าจีนบ้างแล้ว ชาวบ้านจึงหวั่นวิตกว่าหากน้ำเสียที่มีสารพิษเหล่านี้ไหลลงสู่แม่น้ำท่าจีน จะส่งผลกระทบอย่างมากต่อระบบนิเวศน์ จึงอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการแก้ไขอย่างเร่งด่วน

นายธนพงศ์ จันทร์สุวรรณ กำนันตำบลหนองมะค่าโมง กล่าวว่า 12 ปีแล้ว ที่ชาวบ้านที่นี่ต้องทนทุกข์ทรมานกับปัญหาเรื่องกลิ่นเหม็น อากาศ น้ำเน่าเสีย อยู่กับสารพิษ ซึ่งทางโรงงานมีบ่อกักเก็บน้ำเสียกว่า 60 บ่อ ในหลายจุด ทุกครั้งที่เกิดปัญหา ชาวบ้านก็ได้รับผลกระทบหนัก ทางโรงงานก็ไม่มีความชัดเจน ไม่มีการแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืนและจริงจัง เวลาไปประชุมตนเคยเสนอว่าควรทำอย่างไรหาระบบที่บริหารจัดการที่ดี เพราะไม่อยากให้ชาวบ้านได้รับผลกระทบ แต่ก็ไม่เคยเห็นเป็นแบบรูปธรรมเสียที พอมาเกิดเหตุการณ์ทีหนึ่งก็แก้ปัญหาไปที เลยตอนนี้ยังไม่แน่ใจว่า การแก้ปัญหาครั้งนี้จะตรงจุดหรือไม่ เพียงแต่หวังว่า ให้ทำตามที่คำสัญญาที่รับปากไว้ แล้วกัน ชาวบ้านจะได้ไม่ต้องเดือดร้อน เพราะตอนนี้หลายคนเครียดหนัก บางคนร้องไห้ถึงขนาดอยากผูกคอตาย เพราะบ้านน้ำท่วมและข้าวของเครื่องใช้พังเสียหายหมด ไม่มีเงินจ่ายค่าหนี้สิ้นที่ผ่อนข้าวของเครื่องใช้ แถมยังต้องมาทนดมกลิ่นกับน้ำเน่าเสีย สารพิษตกค้าง ร่างกายก็ป่วย เงินที่ได้จากการเยียวยา ยังไม่แน่ใจด้วยซ้ำว่าจะคุ้มค่าเพียงพอต่อความรู้สึกและสิ่งที่สูญเสียไปหรือไม่ กับการทนทุกข์กับปัญหาเหล่านี้มาตลอด 12 ปี

