วันที่ 5 ตุลาคม จากกรณีที่ผู้ปกครองนักเรียนชาย อายุ 14 ปี ของโรงเรียนแห่งหนึ่งใน จ.ชัยนาท เข้าร้องเรียนต่อมูลนิธิปวีณาเพื่อเด็กและสตรีว่า ลูกชายตนถูกเพื่อนทำร้ายด้วยการขังในล็อกเกอร์เก็บของแล้วใช้ยาฉีดพ่นเข้าใส่ จากนั้นจุดไฟแช็กจนเกิดไฟลุกทำให้ลูกชายได้รับบาดเจ็บ เข้ารักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลชัยนาทนเรนทร ตั้งแต่วันที่ 20 กันยายนที่ผ่านมานั้น
ล่าสุดทีมข่าวลงพื้นที่เกิดเหตุพบนายสมเกียรติ สุทธิเจริญ ผู้อำนวยการโรงเรียน พาทีมข่าวไปดูที่เกิดเหตุเป็น ห้องอาบน้ำซักผ้า ใต้เรือนนอนที่ 9 โดยจุดเกิดเหตุเป็นล็อกเกอร์ขนาด กว้างประมาณ 60 ซ.ม. สูง 150 ซ.ม. ซึ่งเป็นที่เด็กชายผู้ได้รับบาดเจ็บเข้าไปนั่งและถูกไฟคลอก
นายสมเกียรติ เปิดเผยว่า จากการสอบสวนพบว่าเด็กชายทั้ง 4 คน ในเหตุการณ์ เป็นเพื่อนสนิทในกลุ่มเดียวกัน ซึ่งมัดจะเล่นหยอกล้อกันลักษณะนี้อยู่เป็นประจำ แต่ครั้งนี้ด้วยความคึกคะนองของเด็กและความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ทำให้เกิดเหตุน่าเศร้าดังกล่าว แต่เพื่อนๆและครูยืนยันว่า ไม่ใช่การเจตนาทำร้ายอย่างแน่นอน
และหลังเกิดเหตุผู้ปกครองของเด็กที่ได้รับบาดเจ็บก็เข้ามาพบครูแล้ว โดยขอร้องไม่ให้ดุด่าเด็กที่ก่อเรื่องเพราะสงสาร และตัวเด็กที่รับบาดเจ็บก็ขอร้องไม่ให้เอาเรื่องเพื่อนๆทั้ง 3 คนด้วย เพราะเป็นการเล่นกัน ในส่วนของการเรียกร้องค่ารักษานั้น ได้ตกลงกันว่าผู้ปกครองของเด็กทั้ง 3 คน จะจ่ายให้รวมกัน 10,000 บาททุกๆ 15 วัน จนกว่าผู้ได้รับบาดเจ็บจะหายเป็นปกติ ซึ่งผู้ปกครองเด็กก็ยอมรับเงื่อนไข และรับการขอขมาจากเพื่อนๆของลูก แต่จู่ๆมีการไปร้องเรียนมูลนิธิฯทางโรงเรียนก็งง และไม่ทราบว่าผู้ปกครองเด็กที่บาดเจ็บต้องการอะไร
ในส่วนของการดำเนินคดี พ.ต.ท.ปฏิกรณ์ หาญหัตถกิจ หัวหน้าพนักงานสอบสวน สภ.เมืองชัยนาท เปิดเผยว่า ตั้งแต่เกิดเหตุ แม่ของเด็กที่ได้รับบาดเจ็บยังไม่ได้เดินทางมาแจ้งความร้องทุกข์แต่อย่างใด มีเพียงญาติเดินทางมาพบ ซึ่งทางตำรวจไม่สามารถรับแจ้งได้ เนื่องจากคดีที่เกี่ยวข้องกับเด็กต้องให้ผู้ปกครองตามกฏหมายเท่านั้นจึงจะแจ้งความร้องทุกข์ได้



