หน้าแรก ภูมิภาค ปวีณารุดเยี่ย...

ปวีณารุดเยี่ยม ‘น้องเอิร์ธ’ เหยื่อขังล็อกเกอร์ฉีดยาจุดไฟ เจ้าตัวไม่โกรธเพื่อน แต่ยังผวาเปลวไฟ แม่ขอย้ายโรงเรียน

5.10.17 | 16:37 น.

วันที่5ตุลาคม 2560 จากกรณีที่ผู้ปกครองของนักเรียนชาย อายุ14ปีของโรงเรียนแห่งหนึ่งในจ.ชัยนาท เข้าร้องเรียนต่อมูลนิธิปวีณาเพื่อเด็กและสตรี ว่าลูกชายตนถูกเพื่อนทำร้ายด้วยการขังในล็อกเกอร์เก็บของแล้วใช้ย่าฉีดยังพ่นเข้าจากนั้นจุดไฟแช็กจนเกิดไฟลุกทำให้ลูกชายได้รับบาดเจ็บ เข้ารักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลชัยนาทนเรนทรตั้งแต่วันที่20กันยายนที่ผ่านมานั้น


ล่าสุดเวลา13:00 น.นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิ ปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี เดินทางไปยังโรงพยาบาลชัยนาทนเรนทร จ.ชัยนาทเพื่อเยี่ยมน้องเอิร์ธ นักเรียนชั้น ม.3ที่ถูกเพื่อนขังในล็อกเกอร์แล้วฉีดย่าฆ่ายุงและจุดไฟ ซึ่นอนรักษาตัวอยู่ โดยได้สอบถามเหตุการณ์และให้กำลังใจน้องเอิร์ธที่เล่าให้ฟังว่า ทั้ง3คนเป็นเพื่อนสนิทกลุ่มเดียวกัน และมักจะเล่นหยอกล้อกันเสมอ แต่ครั้งนี้เกิดเลยเถิดด้วยความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ เพราะไม่คิดว่ายาฉีดยุงจะติดไฟ จนตนได้รับบาดเจ็บ ซึ่งตนเองไม่ได้โกรธเพื่อนๆเพราะคิดว่าเป็นอุบัติเหตุ แต่ก็ยังหวาดผวากับเรื่องของเปลวไฟอยู่

ส่วนทางด้าน น.ส.กชพรรณ แม่ของน้องเอิร์ธเปิดเผยว่าจากเหตุการณ์นี้ตนเองไม่ได้โกรธเด็กทั้ง3คน แต่ไมค่อยพอใจกับการให้ความช่วยเหลือของทางโรงเรียน เพราะไม่มีน้ำใจที่จะเยียวยา ต้องรอเงินชดเชยจากพ่อแม่ของเด็กคู่กรณีเท่านั้น ซึ่งตนมองว่าเป็นการไร้ความรับผิดชอบของผู้บริหาร จึงอยากให้มูลนิธิปวีณาเข้ามาช่วยเหลือ และต้องการย้ายน้องเอิร์ธไปเรียนที่โรงเรียนใน จ.อุทัยธานีบ้านเกิดทันที

นางปวีณากล่าวว่าจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นคงต้องเร่งเยียวยาสภาพจิตใจของเด้กทั้ง4คนเพราะยังเป้นเยาวชนด้วยกันทั้งหมด โดยเฉพาะน้องเอิร์ธที่เป็นผู้ได้รับบาดเจ็บ ต้องให้นักจิตวิทยาเด็กเข้ามาดูแลเป็นพิเศษ ส่วนเรื่องการรักษานั้นทางโรงพยาบาลชัยนาทนเรนทรรายงานว่าน้องเอิร์ธใช้สิทธิบัตรทองซึ่งไม่ต้องมีค่าใช้จ่ายอะไร ส่วนอาการบาดเจ็บเป็นระดับ 2 ซึ่งถือว่าไม่รุนแรงมากนัก และไม่มีโอกาสที่จะพิการ แต่ยังต้องเฝ้าระวังอาการแผลดึงรั้ง แต่โดยรวมไม่มีอะไรน่ากังวล ส่วนการย้ายโงเรียนนั้นสามารถดำเนินการได้ตามความต้องการของแม่น้องเอิร์ธ ด้านคดีความคงแม่น้องเอิร์ธก็เตรียมที่จะเข้าแจ้งความร้องทุกข์ที่ สภ.เมืองชัยนาท ซึ่งการสอบสวนคงต้องกระทำต่อหน้าสหวิชาชีพและผู้ปกครอง ซึ่งคงต้องปล่อยให้เป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจและส่วนเกี่ยวข้อง แต่สามารถสบายใจได้ว่าทุกหน่วยงานให้การช่วยเหลือดูและเยาวชนทั้ง4คนอย่างเต็มที่

Advertisement