วันที่ 8 ตุลาคม 2560 ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดกาฬสินธุ์ แจ้งว่าชาวบ้านกว่า 70 คนนำโดยนายจีรศักดิ์ จราฤทธิ์ ผญบ.บ้านโพนสวาง หมู่ที่ 4 และนายณรงค์ ถนอมกุล ผญบ.คำน้ำแซบ หมู่ที่ 6 ตำบลนามะเขือรวมตัวเรียกร้องให้ส่วนราชการที่รับผิดชอบ เร่งดำเนินการซ่อมแซมถนนระหว่างบ้านโพนสวาง หมู่ 4 – บ้านคำน้ำแซบ หมู่ 6 ต.นามะเขือ อ.สหัสขันธ์ จ.กาฬสินธุ์ซึ่งเป็นจุดที่ถนนคอนกรีตเชื่อมระหว่าง 2 หมู่บ้านถูกกระแสน้ำป่าพัดพังทลายและถูกตัดขาด นานกว่า 1 เดือนแต่ไม่ได้รับการแก้ไข
โดยชาวบ้านได้พาไปที่ถนนสายดังกล่าวปรากฏพบว่า มีร่องรอยกระแสน้ำพัดขาดออกจากกันหลุมลึกกว่า 3 เมตร กว้างถึง 10 เมตร ผิวถนนเป็นคอนกรีตและอีกสายเป็นลูกรัง ที่ผ่านมาใช้ประโยชน์เพื่อการสัญจร มีการนำไม้ไผ่เข้ามาทำเป็นถนน แต่เนื่องจากผิวการจราจรสัญจรลำบาก จึงต้องเลี่ยงไปใช้ถนนเส้นทางอื่น ด้วยระยะทางกว่า 20 กม.
นายณรงค์ ถนอมกุล ผญบ.คำน้ำแซบ หมู่ 6 กล่าวว่า ปัญหานี้ เดิมชาวบ้านใน ต.นามะเขือ โดยเฉพาะ 3 หมู่บ้าน คือบ้านคำน้ำแซบ บ้านโพนสวาง บ้านคำเจริญ ใช้เป็นเส้นทางหลักในการสัญจรมาหลายสิบปี ทั้งติดต่อราชการ ขนส่งพืชผลการเกษตร แต่กลับถูกตัดขาดเป็นหลุมลึกกว่า 3 เมตร ความยาวประมาณ 10 เมตร กลายเป็นร่องน้ำขวางกั้น ไม่สามารถเดินทางติดต่อกันได้ ทำให้ชาวบ้านที่เคยใช้เส้นทางนี้สัญจรไปนาไปไร่ ได้รับความเดือดร้อน เพราะต้องเลี่ยงไปใช้เส้นทางอื่นที่อ้อมไกลเกือบ 20 กม. และสิ้นเปลืองค่าน้ำมันและเสียเวลาในการเดินทาง ซึ่งต้องทนกับสภาพดังกล่าวมานานนับเดือน
“จุดที่ถนนตัดขาดนี้ สภาพเดิมเป็นท่อระบายน้ำวางเรียงคู่รวม 8 ท่อนแต่ได้เริ่มชำรุดเสียหายหลังถูกกระแสน้ำจากพายุเซินกากัดเซาะไปส่วนหนึ่ง ก่อนที่จะพังทลายและถนนถูกตัดขาดเมื่อวันที่ 15 ก.ย.60 ที่ผ่านมา จากกระแสน้ำป่าที่เกิดจากพายุทกซูรี โดยวันที่เกิดเหตุชาวบ้านได้รายงานความเสียหายไปที่เทศบาลตำบลนามะเขือเจ้าของพื้นที่ ซึ่งทราบว่าได้มาสำรวจแล้ว แต่เวลาล่วงเลยมานานนับเดือน ยังไม่ได้รับการแก้ไขแต่อย่างใด เห็นแต่พาเจ้าหน้าที่และทหารมาเดินสำรวจแล้วก็กลับไปเท่านั้น ยังไม่มีอะไรคืบหน้าอ้างว่าไม่มีงบประมาณ อีกทั้ง ในส่วนของ นายอำเภอสหัสขันธ์ ก็เข้ามาสำรวจแต่ก็ยังไม่มีการแก้ไขปัญหาให้แต่อย่างใด”
ขณะที่ นายจีรศักดิ์ จราฤทธิ์ ผญบ.บ้านโพนสวาง หมู่ 4 กล่าวว่า นอกจากความแรงของกระแสน้ำป่าที่เกิดจากพายุเซินกาและทกซูรี จะพัดถนนสายบ้านโพนสวาง-บ้านคำน้ำแซบจนขาดและลึกดังกล่าวแล้ว ยังได้พัดถนนลูกรังเชื่อมระหว่างบ้านโพนสวาง – บ้านดงคำพัฒนา หมู่ 12 ต.หนองแวง อ.สมเด็จ จ.กาฬสินธุ์ ซึ่งเป็นเส้นทางลัดระหว่าง อ.สหัสขันธ์-อ.สมเด็จจนขาดลึก 4 เมตร ยาวประมาณ 10 เมตรอีกด้วย ซึ่งชาวบ้านได้ช่วยกันทำสะพานไม้ไผ่ขึ้นชั่วคราว พอได้เดินข้ามและขี่จักรยานยนต์ข้ามผ่านบรรเทาความเดือดร้อนเท่านั้น แต่รถใหญ่ไม่สามารถผ่านได้
“นอกจากนี้จุดที่ถนนขาดทั้ง 2 แห่ง อยู่ด้านทิศตะวันออกและทิศตะวันตกบ้านโพนสวาง ซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของเทศบาลตำบลนามะเขือ จากการสอบถามผู้บริหารเทศบาลฯถึงสาเหตุที่ยังไม่ดำเนินการซ่อมแซมแก้ไข อ้างว่าไม่มีงบประมาณ ขณะที่ชาวบ้านตกอยู่ในภาวะเดือดร้อน และกังวลว่าถ้าอยู่ในภาพนี้ จะต้องมีปัญหาในการขนส่งพืชผลทางการเกษตรหลังสิ้นฤดูเก็บเกี่ยวเป็นอย่างมาก เพราะต้องใช้ถนนสัญจรเพื่อขนส่งผลผลิตทั้งข้าว อ้อย มันสำปะหลัง ยางพารา ซึ่งหากใช้เส้นทางเลี่ยงที่อ้อมเป็นระยะทางไกลอย่างทุกวันนี้ จะต้องเสียค่าขนส่งเพิ่มขึ้นอีกหลายเท่าตัว อย่างไรก็ตามหากการเรียกร้องครั้งนี้ ไม่ได้รับการแก้ไข ก็จะรวมตัวเรียกร้องขอความช่วยเหลือกับผู้มีส่วนเกี่ยวข้องต่อไป”
ขณะที่นางสมประสงค์ สุพัฒนาพงศ์ นายกเทศมนตรีตำบลนามะเขือ กล่าวว่า ได้ทราบปัญหาถนนขาดมาตั้งแต่วันที่เกิดเหตุ และรีบสำรวจความเสียหาย เพื่อประเมินงบประมาณดำเนินการซ่อมแซมแก้ไข แต่เนื่องจากอิทธิพลความรุนแรงของกระแสน้ำป่าที่เกิดจากพายุเซินกา ต่อเนื่องถึงพายุทกซูรี ส่งผลกระทบทั้งเส้นทางจราจร และพื้นที่การเกษตรเป็นบริเวณกว้าง และจากการสำรวจพบว่ายังมีเส้นทางจราจรได้รับความเสียหายทั้งหมด 6 จุด บางจุดได้ทำการซ่อมแซมไปแล้วเพื่อให้ชาวบ้านเดินทางสะดวกขึ้น ขณะที่ 2 จุดดังกล่าวได้รับความเสียหายมาก จึงต้องวิเคราะห์การแก้ไขว่าจะวางท่อหรือใช้บ๊อกซ์คัลเวิร์ต เพื่อให้เกิดความยั่งยืน ซึ่งต้องรองบประมาณดำเนินการ
นางสมประสงค์กล่าวอีกว่า ที่ผ่านมาทางเทศบาลฯ ได้ประสานและรายงานหน่วยงานราชการต่างๆ เช่น อำเภอ ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยฯ ทหารกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อยฯ และ อบจ.กาฬสินธุ์ เพื่อของบประมาณสนับสนุน เนื่องจากเทศบาลมีงบไม่เพียงพอ ในการแก้ปัญหาช่วงนี้ ได้เกลี่ยงบประมาณที่เหลือ เพื่อนำมาใช้ในภารกิจจำเป็นเร่งด่วนเนื่องจากภัยพิบัติธรรมชาติ โดยจัดงบซ่อมแซมท่อลอดถนนบ้านโพนสวาง-คำน้ำแซบ ซึ่งได้ผู้รับเหมาแล้วเมื่อวันที่ 29 ก.ย. 60 แต่ยังไม่สามารถลงมือทำงานได้ เนื่องจากเกิดภาวะฝนตกหนักในพื้นที่ มีกระแสน้ำไหลเชี่ยว เป็นอุปสรรคในการทำงาน เชื่อว่าหลังฝนหยุดจะสามารถทำงานได้ ขณะที่ถนนสายโพนสวาง-ดงคำพัฒนา จะนำลูกรังไปเทและบดอัด เพื่อให้สามารถสัญจรได้ ก่อนที่จะหางบประมาณดำเนินการก่อสร้างอย่างถาวรต่อไป
ล่าสุด แหล่งข่าวในพื้นที่แจ้งว่า หลังจากชาวบ้านได้ร้องเรียนกับผู้สื่อข่าว กรณีถนนถูกตัดขาดทั้ง 2 จุดแล้ว ได้รับการประสานจากผู้บริหารเทศบาลตำบลนามะเขือว่า ผู้รับเหมาจะเริ่มดำเนินการซ่อมแซมโดยวางท่อลอดถนนตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป

