ห้ามนักท่องเที่ยวลงเล่นน้ำตกเอาาวัณเป็นวันที่ 3 เหตุฝนตกลงมาซ้ำ ขณะที่ จนท.เร่งเคลียร์พื้นที่ และเตรียมพร้อมรับนักท่องเที่ยวช่วงไฮซีซั่น
ความคืบหน้ากรณีเกิดเหตุน้ำป่าไหลหลากจากพื้นที่ป่าต้นน้ำของน้ำตกเอราวัณ ซึ่งเป็นน้ำตกที่สวยงามและมีชื่อเสียงระดับประเทศ มีทั้งหมด 7 ชั้นด้วยกัน ตั้งอยู่ในพื้นที่ อ.ศรีสวัสดิ์ จ.กาญจนบุรี โดยน้ำตกกลายเป็นสีขุ่นแดงผิดจากปกติและกระแสน้ำไหลเชี่ยวกรากอย่างมาก ขณะที่ความรุนแรงของน้ำอยู่ในระดับอันตราย ที่ทำการอุทยานฯ จึงประกาศห้ามมิให้นักท่องเที่ยวลงเล่นน้ำอย่างเด็ดขาด แต่ยังเปิดให้เที่ยวชมธรรมชาติถึงชั้นที่ 5 เท่านั้น ซึ่งสาเหตุเกิดจากฝนตกหนักในพื้นที่ป่าต้นน้ำติดต่อกันนานหลายวัน เหตุเกิดเมื่อกลางดึกของวันที่ 8 ต.ค. ที่ผ่านมา
ล่าสุดเมื่อเวลา 09.30 น. วันนี้ 11 ต.ค. 60 นายปรยุษณ์ ไวว่อง หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเอราวัณ ได้สั่งการให้นายยุทธพงษ์ ดำศรีสุข ผู้ช่วยหัวหน้าอุทยานฯเอราวัณ พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ติดตามและตรวจสอบสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมกับเข้าเคลียร์พื้นที่และสำรวจแอ่งน้ำ รวมทั้งจุดเสี่ยงต่างๆ รวมทั้งเข้าซ่อมแซมปรับปรุงสิ่งปลูกสร้าง สะพานไม้ และทางเดิน ที่ได้รับความเสียหายจากน้ำป่าที่ไหลบ่าเข้าท่วม เพื่อให้เกิดความปลอดภัย โดยสถานการณ์น้ำปัจจุบันพบว่า ระดับน้ำยังคงทรงตัว และยังคงมีสีขุ่นเข้ม ขณะที่ความรุนแรงของกระแสน้ำยังคงไหลแรง โดยเจ้าหน้าที่ได้เร่งช่วยกันเคลียร์เศษกิ่งไม้ที่ไหลมากับกระแสน้ำป่าให้พ้นออกจากแอ่งน้ำ เพื่อป้องกันอันตรายที่อาจจะเกิดกับนักท่องเที่ยวได้ ขณะที่บรรยากาศทั่วไปยังคงมีนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะชาวต่างชาติเดินทางเข้ามาเที่ยวชมความสวยงามของน้ำตกอย่างต่อเนื่อง ซึ่งวันนี้ทางอุทยานฯ ประกาศเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าเที่ยวชมได้เฉพาะชั้นที่ 1-5 เท่านั้น เนื่องจากชั้นที่ 6 และชั้นที่ 7 อยู่ระหว่างการเข้าเคลียร์พื้นที่ของทางเจ้าหน้าที่ แต่ยังคงห้ามมิให้ลงเล่นน้ำต่อเนื่องเป็นวันที่ 3 โดยมีเจ้าหน้าที่ยืนประจำจุดเสี่ยงต่างๆ เพื่อดูแลความปลอดภัยอย่างใกล้ชิด
นายยุทธพงษ์ ดำศรีสุข ผู้ช่วยหัวหน้าอุทยานฯ เอราวัณ เปิดเผยว่า สถานการณ์น้ำยังคงทรงตัว เนื่องจากเมื่อคืนที่ผ่านมาได้เกิดฝนตกลงมาซ้ำอีก จึงทำให้น้ำยังคงมีสีขุ่นเข้มอยู่ ซึ่งจะต้องรอให้ฝนทิ้งช่วง และหากในพื้นที่ไม่มีฝนตกลงมาสะสมอีก น้ำก็จะเกิดการตกตะกอน โดยจะใช้เวลาประมาณ 2-3 วัน น้ำตกก็จะกลับมาใสดังเดิม ซึ่งทางอุทยานฯ เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าเที่ยวชมได้ถึงชั้น 5 ส่วนชั้น 6 และ 7 ยังคงไม่อนุญาตให้เข้าไปในพื้นที่ และยังคงไม่อนุญาตให้นักท่องเที่ยวลงเล่นน้ำอย่างเด็ดขาด เพื่อความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว

ขณะนี้เจ้าหน้าที่ได้ระดมกำลังเข้าเคลียร์พื้นที่ก่อนอนุญาตให้นักท่องเที่ยวลงเล่นน้ำ ขณะเดียวก็ร่วมกันพัฒนาพื้นที่ด้านในของน้ำตก เพื่อเตรียมความพร้อมรองรับไฮซีซั่นหรือฤดูกาลท่องเที่ยวที่จะมาถึงนี้ โดยได้เข้าทำความสะอาดให้เกิดความสวยงาม รวมทั้งปรับปรุง ซ่อมแซม สิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวที่จะเข้ามาเยือนในช่วงเวลาดังกล่าว
ทั้งนี้ พบว่าในช่วงเดือนตุลาคมของปีที่ผ่านมา มีจำนวนนักท่องเที่ยวเข้ามาเที่ยวชมน้ำตกประมาณ 4-5 หมื่นคน โดยในปีนี้คาดว่าจะมีจำนวนนักท่องเที่ยวเพิ่มมากขึ้นกว่าปีที่แล้ว ซึ่งมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นทุกปี เนื่องจากกระแสโซเชียลเป็นตัวกระตุ้น
ในช่วงปลายฝนต้นหนาว ตั้งแต่เดือนตุลาคมเป็นต้นไป น้ำตกเอราวัณจะได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ โดยเฉพาะชาวรัสเซีย แต่ถ้าเข้าสู่ช่วงฤดูร้อน คือ ตั้งแต่เดือนมีนาคม หรือช่วงปิดเทอม โดยเฉพาะช่วงเทศกาลสงกรานต์ จะเป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวชาวไทยอย่างมาก ซึ่งส่วนใหญ่มักมากันเป็นครอบครัว
สำหรับห้องพักของอุทยานฯ สามารถรองรับนักท่องเที่ยวได้ประมาณ 50 คน ซึ่งมีสิ่งอำนวยความสะดวกพร้อม นอกจากนี้ยังมีลานกางเต้น ซึ่งติดกับแม่น้ำแควใหญ่ สามารถรองรับได้ประมาณ 700 คน โดยเฉพาะในช่วงฤดูหนาวจะได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวที่ชอบสัมผัสกับธรรมชาติและอากาศที่หนาวเย็นของน้ำตกเอราวัณอย่างมาก

