เด็ก 9 ขวบถูกพ่อเลี้ยง-แม่ตี หนีออกจากบ้านอดข้าว กู้ภัยนำส่งรพ.กบินทร์บุรี
วันนี้ 11 ต.ค.60 หน่วยกู้ภัยสัจจะพุทธรรมแห่งประเทศไทย (อ.กบินทร์บุรี) ได้รับแจ้งจากชาวบ้าน ว่าพบเด็กชายอยู่หน้าเซเว่นกบินทร์บุรี 2 วันแล้ว จึงไปรับตัวส่งรพ.กบินทร์บุรี เป็นการด่วน หลังจากได้รับการให้น้ำเกลือแล้วเด็กยังมีอาการอ่อนเพลีย
เนื่องจากไม่ได้กินอาหารหลายวันจากการสอบถามในเบื้องต้นทราบชื่อน้องเก่ง (นามสมมุติ) อายุ 9 ขวบ นร.ชั้นป.3 โรงเรียนแห่งหนึ่ง อาศัยอยู่กับแม่และพ่อเลี้ยง เทศบาลตำบลกบินทร์บุรี อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี
น้องเก่งกล่าวว่า “ตัวเองออกจากบ้านมาตั้งแต่วันที่ 8 ต.ค.60 ที่ผ่านมา เนื่องจากพ่อเลี้ยงกับแม่และพี่ทุบตี ไม่รู้ว่าจะไปอยู่ที่ไหน จึงอาศัยหลับนอนข้างเซเว่นจนร่างกายอ่อนเพลีย กระทั่งเจ้ารับแจ้งและรับตัวมาส่งที่โรงพยาบาล
เบื้องต้น นพ.โชคชัย มานะดี ผอ.รพ.กบินทร์บุรี และเจ้าหน้าที่แพทย์เวร, พยาบาลได้ร่วมกันตรวจเช็คร่างกายสอบถามทราบวา สาเหตุที่หนีออกจากบ้านจนมีผู้พบเห็นและให้การช่วยเหลือน้องเก่งบอกว่า ตนเองได้ออกจากบ้านมา 3 วัน 3 คืนแล้ว ไม่ได้กินข้าว หากินน้ำที่พอหาหินได้ และยังบอกว่าที่ออกจากมาเพราะถูกพ่อเลี้ยง แม่ พี่ชายทำร้ายร่างกายประจำ เลยต้องหนีออกจากบ้านดีกว่า
ด้านนายวัลลภ ประวัติวงศ์ นายอำเภอกบินทร์บุรี หลังจากได้รับแจ้งว่าพบเด็กถูกทอดทิ้ง เจ้าหน้าที่นำตัวส่งโรงพยาบาลกบินทร์บุรี ได้เดินทางมาดูและสอบถามเรื่องราวที่เกิดขึ้น ซึ่งน้องเก่งพูดเหมือนเดิมว่าตัวเองถูกพ่อแม่ทำร้ายร่างกายอยู่บ่อยครั้ง จึงต้องหนีออกจากบ้านหาอยู่ตามที่ต่างๆ
นายวัลลภ จึงติดต่อไปยังผู้ใหญ่บ้าน ให้ช่วยติดตามพ่อแม่ของน้องให้มาที่โรงพยาบาลด่วน ผ่านไปหนึ่งชั่วโมงพ่อแม่ของน้องเก่ง ได้มาหาลูกชายที่นอนอยู่บนเตียงคนไข้ และได้สอบถามลูกว่าทำไมถึงหนีออกจากบ้านมาแบบนี้

พ่อแม่ได้ออกติดตามหาแต่ก็ไม่พบตัว จนมีผู้ใหญ่บ้านไปบอกจึงพากันมาเยี่ยม นายอำเภอได้ประสานไปยังบ้านพักเด็กและครอบครัว พม.ปราจีนบุรี และนักสังคมสงเคราะห์ ได้ร่วมกันสอบถามเด็กกับพ่อแม่ จากการตรวจร่างกายเด็กมีอาการเจ็บที่ช่องท้องด้านขวาหน่วงๆบ่อยๆ แพทย์วินิจฉัยว่าเด็กเป็นนิ่วในกระเพาะต้องผ่าตัดในวันนี้เพื่อให้ปลอดภัย
ต่อมา นายวัลลภร่วมกับโรงพยาบาลกบินทร์บุรี ได้ร่วมกันแถลงข่าวร่วมกัน 3 ฝ่ายโดยมีฝ่ายปกครอง หัวหน้าบ้านพักเด็ก พนักงานสอบสวนสภ.กบินทร์บุรีและเทศบาลกบินทร์บุรี โดยนางณิชาภา ทิพยาภรณ์ รองนายกฯและเจ้าหน้าที่ตามที่ได้รับฟังเรื่องราวที่เกิดขึ้น ได้ข้อสรุปว่า ทางผู้ปกครองโดยพ่อกับแม่ไม่พร้อมที่จะรับเลี้ยงดูแลลูกได้
จึงต้องทำเรื่องให้บ้านพักเด็ก รับไปดูแลชั่วคราวก่อนจนกว่าจะพร้อมที่จะรับเลี้ยงดูแลลูกได้ แต่ต้องให้น้องได้ผ่าตัดเสียก่อนถึงจะรับตัวไปดูแลที่บ้านพักเด็กได้ และจะหาที่ให้เรียนหนังสือใหม่ให้และจะดูแลอย่างดี เป็นไปได้ว่าน้องเก่งน่าจะหนีออกจากบ้านบ่อยๆและเป็นแบบนี้มา 1-2 ปี แล้ว
น้องเก่งพูดไม่ค่อยมีเสียงแม้จะพูดแรงๆแล้ว ร่างกายเล็กผอมบาง แม่กับพ่อเลี้ยงได้กล่าวว่า ตนยินดีให้บ้านพักเด็กรับตัวลูกชายไปดูแลได้เลย ตนเองไม่มีปัญญาดูแลลูกได้เพราะมีลูก 3 คน น้องเก่งเป็นลูกชายคนที่ 2 มีพี่ชาย1 คน และลูกคนเล็กอีก1 คน รวม 3 คน ฐานะทางบ้านยากจนมาก ต้องดูแลพ่อแก่ๆ อีก 1 คน ตนไม่ได้ทำงาน ต้องเลี้ยงดูลูกสาวคนสุดท้องอายุ 3 ขวบอีกคนหนึ่ง
พอมีรายได้จากสามีคนเดียวเงินทองไม่พอใช้ ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจได้กล่าวว่า พบเห็นเด็กชายเก่งนี้อยู่บ่อยๆ เคยนำไปส่งที่บ้านและก็ได้สอบถามเด็ก 2-3 ครั้งที่ผ่านมาเด็กบอกไม่อยากกลับบ้านได้แต่ร้องไห้ และก็บอกว่าถูกพ่อแม่พี่ชายทำร้ายร่างกายประจำๆ และตำรวจยังกล่าวอีกว่าพ่อกับแม่เด็กมีประวัติไม่ค่อยดี
ด้านรองนายกเทศมนตรีเทศบาลกบินทร์บุรีกล่าวว่าทางเทศบาลจะหาเงินช่วยเหลือในเบื้องต้นให้กับน้องเก่ง หรือจะมีผู้ใจบุญจะช่วยเหลือน้องเก่งติดผ่านมาได้ที่ตนได้ยินดีที่จะเป็นผู้ประสานให้รู้สึกสงสารเด็กเหมือนกันติดต่อสอบถามเบื้องต้นกับรองนายกเทศมนตรีเทศบาลกบินทร์บุรีหมายเลขโทรศัพท์ 086-991-7407



