เมื่อวันที่ 14 ตุลาคม นายประจญ ปรัญช์สกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยา เปิดเผยว่าพื้นที่พะเยาแต่ละอำเภอรวม 9 อำเภอ ได้เกิดฝนตกต่อเนื่องใน 3-4 วันผ่านมา ล่าสุดทำให้ระดับน้ำในกว๊านกว่า 12.000 ไร่ มีปริมาณน้ำเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ระดับกักเก็บน้ำในกว๊านหรือความจุ 33.8 ล้าน ลบ.ม. และล่าสุดระดับน้ำในกว๊านฯ ทั้งหมดไม่น้อยกว่า 73 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น216.15% การที่ระดับน้ำในกว๊านเกินที่กักเก็บ ทำให้พื้นลุ่มน้ำท้ายกว๊านพะเยาที่ไหลผ่านแม่น้ำอิง 4 อำเภอ คือ อ.เมือง, ดอกคำใต้, ภูกามยาว, จุน และ อ.เชียงคำ ได้รับผลกระทบจากกระแสน้ำหลากที่ผ่านผ่า เป็นเหตุทำให้พนังกั้นน้ำ(พนังน้ำอิง) ในพื้นที่ อ.เมืองพะเยา ต.ท่าวังทองหมู่ 4-6-8 น้ำที่ล้นจากสปิลเวย์กว๊านพะเยาทะลักเข้าท่วมที่นา 3-4 หมู่บ้านเสียหายกว่า 500 ไร่ ส่วนความเสียหายอย่างเป็นทางการทั้งหมดทั้งจังหวัดอยู่ระหว่างสำรวจ
นายประจญกล่าวอีกว่า เบื้องต้นการแก้ปัญหาทางด้านวาตภัย, อุทกภัย ได้เน้นไม่ให้กระทบต่อพื้นที่ทางการเกษตรของประชาชน และหากเสียหายก็ให้เสียน้อยที่สุด และได้ร่วมประชุมกับประชาชน-ผู้นำชุมชน และหน่วยงานของรัฐ ในฐานะประธานคณะทำงานบริหารจัดการ และขับเคลื่อนการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยวาตภัยและดินถล่ม ได้เตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์ฝนตกชุกในห้วงเดือน ต.ค. นี้ เบื้องต้นได้สั่งให้ประมงจังหวัดฯยังไม่ให้เปิดประตูระบายน้ำในกว๊านพะเยา เพียงแต่ให้น้ำไหลล้นผ่านสปิลเวย์ทั้ง 2 ข้าง เป็นการระบายแบบธรรมชาติ ทั้งนี้ เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบต่อพื้นที่เกษตรทำนาทั้งเหนือกว๊าน, ใต้กว๊าน แต่ให้หน่วยงานเกี่ยวข้องเฝ้าระวังสถานการณ์ อย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมรายงานสถานการณ์ทุกนาที เมื่อระดับน้ำเกินที่กักเก็บแล้วให้หน่วยงานองค์การบริหารส่วนท้องถิ่น (อปท.) เตรียมเครื่องจักรกลเข้าซ่อมแซมทันที
นอกจากนี้ แล้วประชาชนที่อยู่รอบกว๊านพะเยา 4-5 ตำบล เริ่มได้รับความเดือดร้อนจากน้ำล้นกว๊าน เอ่อเข้าท่วมในพื้นที่ ต.แม่ใส, บ้านต๋อม, บ้านต๊ำ, สันป่าม่วง,-ต.ท่าวังทอง อ.เมืองพะเยา ราษฎรได้รับความเดือดร้อนกว่า 500 ครัวเรือน
นอกจากนี้ แล้วยังให้ติดตามสถานการณ์, รายงานปริมาณน้ำในอ่างเก็บพื้นที่พะเยา 9 อำเภอ รวม 60 แห่ง ทั้งนี้ ก็เพื่อเตรียมพร้อมรับมือพายุลูกใหม่ ที่เคลื่อนตัวเข้าประเทศในวันนี้คือ “ขนุน”

