หน้าแรก ภูมิภาค คลื่นกัดเซาะช...

คลื่นกัดเซาะชายทะเลตรัง ต้นสนใหญ่ริมชายหาดโค่นล้มระเนระนาด

15.10.17 | 20:23 น.

คลื่นกัดเซาะชายทะเลตรัง เริ่มส่งผลกระทบ อุทยานฯเร่งแก้ปัญหา ขณะที่ชมรมโรงแรมและท่องเที่ยว ค้านสร้างพนังกั้นคลื่นแบบถาวร


ปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งของคลื่นลมในพื้นที่เขตอุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม ชายหาดทะเลตรัง ดูเหมือนว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่ได้เข้ามาแก้ไขอย่างจริงจัง ปล่อยให้สถานที่พักผ่อนหลายแห่งถูกน้ำกัดเซาะเสียหาย ต้นสนใหญ่ริมชายหาดโค่นล้มระเนระนาด ขณะที่อุทยานฯเจ้าไหม แก้ปัญหาด้วยการใช้ธรรมชาติ แก้ภัยธรรมชาติ ด้านประธานชมรมการโรงแรมและท่องเที่ยวหาดปากเมง ไม่เห็นด้วยกับการสร้างเขื่อนป้องกันคลื่นแบบถาวร

ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่สำรวจสถานที่ท่องเที่ยวริมชายหาดทะเลตรัง พบว่าหลายพื้นที่มีต้นสนขนาดใหญ่ล้มระเนระนาด ดูไม่สวยงาม เนื่องจากโดนกระแสคลื่นกัดเซาะโคนต้นรากลอยออกจากพื้นดิน ไม่มีที่เกาะยึดทำให้ล้มจำนวนหลายต้น บางต้นล้มเป็นเวลานานเหลือเพียงแกนลำต้นเท่านั้น แต่ไม่มีการตัดหรือขนย้ายออกไปจากชายหาด ยังคงปล่อยให้ล้มอยู่สภาพเช่นเดิม ส่วนศาลาพักร้อนริมชายหาดโดนกระแสคลื่นกัดเซาะจนทำให้ตัวศาลาทรุดตัว ถูกกลืนหายไปกับผืนทราย ไม่มีเจ้าหน้าที่ ที่เกี่ยวข้องเข้ามาบูรณาการใหม่ หรือปรับปรุงแก้ไข

โดยเฉพาะบริเวณชายหาดหัวหิน อ.สิเกา จ.ตรัง ชายหาดถูกคลื่นซัดเสียหายลึกเข้ามาในแผ่นดินกว่า 15 เมตรในปีนี้ สิ่งปลูกสร้าง เช่น สนามกีฬา และอาคารเอนกประสงค์ของ อบต.บ่อหิน กำลังจะทรุดตัวลงในทะเล โดยก่อนที่การพังทลายของชายฝั่งจะมากเหมือนทุกวันนี้ ทาง อบต.บ่อหิน เคยร้องขอความช่วยเหลือต่อหน่วยงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม แต่ก็ถูกนิ่งเฉยมาตลอด มาถึงวันนี้ความเสียหายจากคลื่นกัดเซาะชายฝั่งรุนแรงขึ้นเป็นหลายเท่าตัว

Advertisement

และล่าสุดทางอุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม ได้มีการทดสอบการใช้ธรรมชาติ แก้ปัญหาภัยทางธรรมชาติ โดยการนำไม้มาผูกมัดบริเวณหาดทราย บริเวณชายหาดปากเมง แต่อยู่ในระหว่างทดสอบ โดยคลื่นซัดทรายมาติดรั้งไม้ที่ผูกมัดเป็นแนวยาว เพื่อเป็นพนังกั้นคลื่น แก้ปัญหาคลื่นกัดเซาะชายฝั่ง หลังจากการก่อสร้างพนังกันคลื่นแบบถาวร ได้รับการคัดค้าน เนื่องจากจะทำให้พนังกั้นคลื่นบดบังทัศนียภาพความสวยงามทางทะเล มีตัวอย่างให้เห็นแล้ว

โดยเฉพาะนายสหวัน เสน่หา ประธานชมรมการท่องเที่ยวและโรงแรมหาดปากเมง กล่าวว่ากรณีน้ำกัดเซาะชายฝั่ง นั้น การแก้ปัญหาเฉพาะหน้าเป็นเรื่องเร่งด่วน อยากให้เจ้าหน้าที่ลงมาดูแลแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าวันต่อวัน สำหรับโครงการที่จะทำนาน ๆ นั้น มันไม่ทันกับสภาพปัญหา ถ้าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหรือทางภาครัฐจะลงมาช่วยดูแล ก็ต้องแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นทันที อย่างกรณีคลื่นกัดเซาะต้นไม้ก็ต้องหาวิธีแกไขทันที ซึ่งก็มีหลายวิธีที่จะช่วยเหลือในเรื่องกัดเซาะ แต่ถ้ามาสร้างเขื่อนทั้งหมด จะทำให้ความสวยงามทางธรรมชาติหายไป เขื่อนอย่างไรก็คือเขื่อน ถึงแม้สร้างแล้วจะมีหาดแต่มันก็เป็นรูปแบบของเขื่อนไม่ใช่หาดในปัจจุบัน ซึ่งมีความละเอียดอ่อนของธรรมชาติอยู่แล้ว