เมื่อวันที่ 18 ตุลาคม สถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ท้ายเขื่อนเจ้าพระยา ใน อ.สรรพยา จ.ชัยนาท ที่ 7ตำบลประกอบด้วย ต.สรรพยา ต.บางหลวง ต.เขาแก้ว ต.ตะหลุก ต.หาดอาษา ต.โพนางดำออก และ ต.โพนางดำตก ซึ่งล่าสุดพบว่ามีบ้านเรือนประชาชนถูกน้ำท่วมจำนวน 2,719 หลังคาเรือน หลายจุดมีระดับน้ำสูงกว่า 1.8 เมตร ชาวบ้านต้องขนของอพยพขึ้นมาอาศัยกิน-นอนอยู่บนถนนจำนวนมากกว่า 500 ครัวเรือน พื้นที่การเกษตรได้รับความเสียหายแล้วกว่า 16,000 ไร่ โดยเฉพาะที่ ต.โพนงดำตก ที่ระดับน้ำยังไม่มีทีท่าที่จะลดลง ทำให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต้องนำดินมาทำคันกั้นน้ำ ตามแนวถนนชัยนาท-สิงห์บุรี เพื่อป้องกันน้ำทะลักข้ามถนน ซึ่งหากมวลน้ำทะลักข้ามถนนได้ ก็จะสร้างความเสียหายไม่ต่างกับปี 2554 ที่ในปีนั้นชาวบ้านได้รับความเดือดร้อนอย่างหนักและกินเวลานานกว่า 2 เดือน
ขณะที่เช้าวันนี้ปริมาณน้ำจากภาคเหนือไหลผ่าน จ.นครสวรรค์เข้าสู่เขื่อนเจ้าพระยาเริ่มทรงตัว โดยวัดได้ 2,854 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ส่วนระดับน้ำเหนือเขื่อนเพิ่มขึ้น 5 ซม. วัดได้ 16.98 เมตร จากระดับน้ำทะเลปานกลางซึ่งต่ำกว่าตลิ่งเพียงเล็กน้อย โดยเขื่อนเจ้าพระยายังคงการระบายน้ำไว้ที่ 2,598 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ส่งผลให้ระดับน้ำท้ายเขื่อนทรงตัวอยู่ที่ 15.81 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง แต่ยังคงต้องมีการจับตาปริมาณฝนจากอิทธิพลของร่องมรสุมที่พาดผ่านภาคกลาง ซึ่งอาจจะทำให้ระดับน้ำเพิ่มขึ้นได้อีกในสัปดาห์นี้
โดยในช่วงเที่ยงวันนี้ บิ๊กฉัตร พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จะเดินทางลงพื้นที่เขื่อนเจ้าพระยา และเยี่ยมประชาชนผู้ประสบภัยน้ำท่วม อ.สรรพยา ด้วย


