หน้าแรก ในประเทศ ศาสนา องค์กรชาวพุทธ...

องค์กรชาวพุทธแจ้งความคนแฉเจ้าอาวาสวัดสวนดอก หลังออกรายการดีเบต ชี้ใส่ร้ายคณะสงฆ์เชียงใหม่

18.10.17 | 14:40 น.

กรณีพระราชรัชมุนี เจ้าอาวาสวัดสวนดอก พระอารามหลวง ต.สุเทพ ในฐานะเจ้าคณะอำเภอเมืองเชียงใหม่ แสดงหลักฐานอันเป็นเท็จ หรือปกปิดข้อความจริงต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ยื่นคำขอมีบัตรประจำตัวประชาชน โดยสวมบัตรประจำตัวประชาชน 13 หลักของ ด.ช.ดวงดี เวียงดินดำ บ้านหนองดินดำ ต.บ้านแก้ง อ.ภูเขียว จ.ชัยภูมิ ซึ่งเสียชีวิตไปแล้ว ตั้งแต่ปี 2538 ทั้งที่พระราชรัชมุนี ไม่ได้มีสัญชาติไทย คือ บิดามารดา เป็นชาวไทใหญ่ ไม่ใช่เมียนมา อาศัยอยู่แนวชายแดนติดกับ อ.แม่อาย นั้น

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 18 ตุลาคม ที่สำนักงานตำรวจภููธรภาค 5 อ.เมือง จ.เชียงใหม่ ภาคีเครือข่ายองค์กรชาวพุทธจังหวัดเชียงใหม่ 7 องค์กร กว่า 40 คน นำโดยนางพรรณี บุญประเสริฐ นายกพุทธสมาคมจังหวัดเชียงใหม่ นายมานิตย์ ขันธสีมา นายกยุวพุทธิสมาคมจังหวัดเชียงใหม่ นายเชษฐา หิมอนุกุล ประธานกิตติมศักดิ์กลุ่มหนุ่มสาวจังหวัดเชียงใหม่ ได้ยื่นหนังสือถึงผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 ผ่าน พล.ต.ต.ชูรัตน์ ปานเหง้า รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 หัวหน้าพนักงานสอบสวนคดีพระราชรัชมนุี สวมบัตรประชาชน เพื่อแจ้งความดำเนินคดีกับนายกิตติศักดิ์ แสนทวีสุข ผู้กล่าวหาพระราชรัชมุนี คดีดังกล่าวฐานมีความผิดต่อพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) สงฆ์ ม.44 ตรี หมิ่นประมาทหรือใส่ร้ายคณะสงฆ์จังหวัดเชียงใหม่ พร้อมแนบบทสนทนารายการ “ดีเบตโต้เหตุผลค้นความจริง” ทางไทยทีวีสีช่อง 3 และอุปกรณ์ Flash drive บันทึกรายการดังกล่าว มามอบเป็นหลักฐาน เพื่อประกอบดำเนินคดีดังกล่าว ทั้งนี้ ภาคีเครือข่ายองค์กรชาวพุทธจังหวัดเชียงใหม่ ได้ชูป้ายมีข้อความว่า “ขอดำเนินคดีกับผู้ใส่ร้ายคณะสงฆ์จังหวัดเชียงใหม่” ด้วย

ทั้งนี้ พล.ต.ต.ชูรัตน์ ได้รับหนังสือดังกล่าว พร้อมกล่าวว่า ได้ตั้งโต๊ะให้พนักงานสอบสวนดูข้อกฏหมายแล้ว พร้อมเชิญนางพรรณี และตัวแทน รวม 5 คน ไปพูดคุย และให้ปากคำกับพนักงานสอบสวนเบื้องต้นก่อน ว่าดำเนินคดีดังกล่าวอย่างไร โดยใช้เวลาเพียง 30 นาที ก่อนกลุ่มผู้มายื่นหนังสือแจ้งความ เดินทางกลับ

พล.ต.ต.ชูรัตน์กล่าวว่า ได้เชิญตัวแทนองค์กรชาวพุทธ 5 คน มาให้ข้อมูลและสอบปากคำเบื้องต้นก่อน ว่าแจ้งข้อหาอย่างไร ในฐานะอะไร เข้าข่ายกระทำผิดกฎหมายใดบ้าง เพื่อส่งเรื่องไปให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการ ถ้าเข้าข่ายมีมูลความผิด ดำเนินคดีตามกฎหมาย ถ้าไม่เข้าข่าย องค์กรชาวพุทธและคณะสงฆ์ หรือผู้เสียหาย สามารถฟ้องต่อศาลได้เอง

“คดีของพระราชรัชมุนี เป็นเรื่องเฉพาะตัว ไม่เกี่ยวกับการแจ้งความดำเนินคดีกับนายกิตติศักดิ์ ส่วนความคืบหน้าคดี ได้เรียกปลัด อ.แม่อาย ที่ย้ายไปเป็นปลัด อ.ดอยเต่า มาให้ปากคำแล้ว ซึ่งคดีดังกล่าวมีอายุความ ต้องทำความขั้นตอนกฎหมาย ซึ่งคดีดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อปี 2540 การสอบสวนจะย้อนหลังไป 20 ปีหรือไม่นั้น เป็นเรื่องทะเบียนราษฎร์ ส่วนการดำเนินคดี ใช้เวลาเท่าไรนั้นตอบไม่ได้ ขึ้นอยู่กับพยานหลักฐาน ไม่แน่แล้วแต่ฝีมือ” พล.ต.ต.ชูรัตน์กล่าว

Advertisement

นายชัยกร ปรีชาหาญ ทนายความของภาคีเครือข่ายองค์กรชาวพุทธจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า การแจ้งความดำเนินคดีกับนายกิตติศักดิ์ ไม่ได้มาปกป้องหรือขอความเป็นธรรมให้กับพระราชรัชมุนีอย่างใด แต่เพื่อปกป้องคณะสงฆ์และพระดีที่ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบเท่านั้น เนื่องจากได้รับความมัวหมองจากการดีเบตรายการดังกล่าว เป็นการบิดเบือนข้อเท็จจริง และกล่าวหาคณะสงฆ์ทั้งจังหวัดว่า เลอะเทอะเปรอะเปื้อนมาตั้งนานแล้ว ซึ่งไม่เป็นความจริงอย่างใด ถือเป็นการเหยียบย่ำจิตใจองค์กรชาวพุทธ และชาวเชียงใหม่ทั้งจังหวัด จึงมาแจ้งความดำเนินคดีดังกล่าว เนื่องจากเข้าข่ายผิดตาม พ.ร.บ.สงฆ์ ม.44 ตรี โดยนำพยานหลักฐานมามอบให้พนักงานสอบสวนคดีดังกล่าวภายหลัง เพื่อประกอบสำนวนคดีดังกล่าวด้วย

ด้าน นายสมบูรณ์ กันทะปา อายุ 85 ปี เจ้าของโรงเรียนอนุบาลดรุณนิมิต อ.เมืองเชียงใหม่ ที่มาร่วมยื่นหนังสือดังกล่าว กล่าวว่า พระราชรัชมุนีเป็นพระดี ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ มีศีลธรรม ธรรมวินัยดี เผยแพร่พระพุทธศาสนา สร้างคุณประโยชน์ต่อวงการสงฆ์เชียงใหม่อย่างมาก ทำให้ประชาชนศรัทธาและเคารพท่านมาก ซึ่งเจ้าอาวาสวัดสวนดอกไม่ได้ทำผิดพระธรรมวินัย แต่ผิดทางโลก ไปสวมบัตรประชาชนผู้ตายเท่านั้น

“ส่วนตัวเห็นว่า น่าเป็นบุญกุศลแก่ครอบครัวผู้เสียชีวิตมากกว่า ที่พระราชรัชมุนี เป็นพระสงฆ์ทำความดีมาตลอดชีวิต ถ้าเป็นพระไม่ดีหรือทำความชั่ว ไม่ต้องเอาไว้ อยากฝากทุกฝ่ายช่วยกันดูแลพระพุทธศาสนา ส่วนคดีความของพระราชรัชมุนี ก็ต้องว่าไปตามกฎหมาย” นายสมบูรณ์กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภาคีเครือข่ายองค์กรชาวพุทธจังหวัดเชียงใหม่ 7 องค์กร ที่แจ้งความดำเนินคดีกับนายกิตติศักดิ์ ประกอบด้วย พุทธสมาคมจังหวัดเชียงใหม่ ยุวพุทธิสมาคมจังหวัดเชียงใหม่ กลุ่มหนุ่มสาวจังหวัดเชียงใหม่ สมาคมศิษย์เก่า มจร.เชียงใหม่ สมาคมสหธรรม สมาพันธ์ชาวพุทธจังหวัดเชียงใหม่ และศูนย์พิทักษ์พระพุทธศาสนาจังหวัดเชียงใหม่