เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 18 ต.ค.2560 นางสุภาพ คงรักษา ผู้ใหญ่บ้าน ม.4 ต.บางจะเกร็ง อ.เมือง จ.สมุทรสงคราม ได้รับแจ้งจากชาวบ้านที่ไปหยอดหอยหลอด ว่าพบปลากระเบนขนาดใหญ่เกยตื้นปากคลองฉู่ฉี่ ดอนหอยหลอด ม.4 ต.บางจะเกร็ง อ.เมือง จ.สมุทรสงคราม จึงนำชาวบ้านไปช่วยเหลือโดยการขุดดินโคนโดยรอบเพื่อให้น้ำท่วมขัง แต่เนื่องจากน้ำทะเลที่ลงทำให้ไม่สามารถช่วยเหลือ จึงนำผ้ายางไปรองใต้ท้องตัวปลาแล้วลากลงน้ำทะเล ซึ่งห่างฝั่งประมาณ 700 ม. พร้อมประสานนายจิรานุวัฒน์ ชูเพชร ประมงอำเภอเมืองสมุทรสงคราม, นายจักรพงษ์ พิพัฒมงคลพร นักวิชาการประมงปฏิบัติการสถานีวิจัยและพัฒนาประมงทะเลจังหวัดสมุทรสงคราม, น.ส.นฤมล ภัทราปัญญาวงศ์ นักวิชาการประมง สถาบันวิจัยประมงสมุทรสงคราม มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
เข้าตรวจสอบพบว่าเป็นปลากระเบนเพศเมียอายุประมาณ 30-40 ปี ลำตัวกว้าง 3 ม. ยาวถึงปลายหาง 5 ม. น้ำหนักกว่า 200 ก.ก. ซึ่งเจ้าหน้าที่พยายามช่วยกันบริบาลเพื่อให้ว่ายลงน้ำทะเล แต่ด้วยสภาพอากาศที่ร้อนประกอบกับปลากระเบนมีอาการอ่อนเพลียจากสภาพน้ำ ทำให้ตายในที่สุด เจ้าหน้าที่จึงช่วยกันนำซากปลากระเบนดังกล่าวขึ้นมาศึกษาที่ สถานีวิจัยและพัฒนาประมงทะเลจังหวัดสมุทรสงคราม ต.ลาดใหญ่ อ.เมือง จ.สมุทรสงคราม เพื่อหาสาเหตุการตายที่แท้จริงต่อไป
นางสุภาพ กล่าวว่า ตนได้รับแจ้งจากลูกบ้านว่าพบปลากระเบนเกยตื้นปากคลองฉู่ฉี่ จึงรีบไปช่วยเหลือแต่เกินกำลังจึงแจ้งเจ้าหน้าที่มาให้ความช่วยเหลือในครั้งนี้ อย่างไรก็ตามในช่วง 2-3 วันนี้ ชาวบ้านพบปัญหาน้ำทะเลเปลี่ยนเป็นสีแดง ปลาตายเป็นจำนวนมาก ส่วนสาเหตุคาดว่าอาจจะเกิดสภาพฝนที่ตกลงมาจากต้นน้ำ ทำให้น้ำจืดไหลลงออกปากอ่าวแม่กลอง มาเบียดกับน้ำเค็มจนเกิดปัญหาน้ำเปลี่ยนเป็นสีแดงก็เป็นได้ อย่างไรก็ตามขอให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องตรวจสอบหาสาเหตุที่แท้จริงด้วย


