เมื่อวันที่ 19 ตุลาคม พระมงคลวโวปการ หรือ หลวงพ่อเจ้าคุณชำนาญ อุตฺตมปญฺโญ เจ้าอาวาสวัดชินวรารามวรวิหาร (พระอารามหลวง) เจ้าคณะตำบลบางขะแยง ต.บางขะแยง อ.เมือง จ.ปทุมธานี เปิดเผยว่า ความคืบหน้า กรณี หลังจาก ได้พบเศียรพระพุทธรูปโบราณ จำนวนเกือบ 300 ชิ้น เป็นหินทรายแดง และหินทรายขาว รวมทั้งปูนขาว บริเวณใต้พระอุโบสถ โดยต่อมา วันที่ 18 มี.ค. ที่ผ่านมา สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราชได้เสด็จมาที่วัดชินวรารามวรวิหาร เพื่อตรวจดูพระอุโบสถที่กำลังบูรณะ และเขื่อนริมน้ำเจ้าพระยา โดยสมเด็จพระสังฆราชได้ มีลิขิตให้อนุรักษ์เศียรพระพุทธรูปที่พบ มีไว้ให้อนุชนรุ่นหลังได้ดูโดยทำเป็นพิพิธภัณฑ์ ซึ่งเรื่องนี้เจ้าหน้าที่กรมศิลปรากร ได้ร่วมสืบค้นรายละเอียดประวัติ ความเป็นมา เพราะจนถึงขณะนี้ ก็ยังไม่มีหลักฐานระบุชัดเจนว่าเป็นสมัยไหน แต่มีการพูดกันไปมา ว่าที่พบเป็นเศียรพระพุทธรูปสมัยอยุธยา เนื้อศิลาทรายแดง และทรายขาว มีอายุกว่า 400 ปี เพราะตามประวัติพระเจ้าวรวงศ์เธอ กรมหลวงชินวรสิริวัฒน์ สมเด็จพระสังฆราชเจ้า อดีตสมเด็จพระสังฆราชในสมัยรัตนโกสินทร์พระองค์ได้เสด็จมาบูรณะวัดมะขามใต้ซึ่งเกิดจากการร่วมวัดร้าง 2 วัดคือ วัดในและวัดคลองควายในอดีตพระพุทธรูป เนื้อหินทราย คาดว่าจะเป็นการสร้างแต่ครั้งสมัย ที่ถูกสร้างขึ้นมาสมัยโน้นบ้าง สมัยนั้นบ้าง

ส่วนการก่อสร้างพิพิธภัณฑ์ ซึ่งอยู่ระหว่างดำเนินการ ทางสถาปนิก ได้ถอดแบบรูปทรงมาจากตึกชินวร เป็นอาคาร 2 ชั้น 24 X 24 เมตร ใช้งบประมาณ ก่อสร้าง 18 ล้านบาท ไม่มีกำหนดการแล้วเสร็จ จะทำไปเรื่อยๆ เพราะเป็นเงินบริจาคจากพุทธศาสนิกชน และพี่น้องประชาชน มิได้ใช้งบประมาณจากส่วนราชการ พระพุทธรูปที่ชำรุดเสียหาย ที่จะนำบรรจุภายในพิพิธภัณฑ์ ขณะนี้เก็บรักษาไว้ใต้ถุนศาลาการเปรียญวัด โดยในโอกาสต่อไป เมื่อพิพิธภัณฑ์แล้วเสร็จ จะมีเจ้าหน้าที่จากกรมศิลปากร ออกแบบ ระบบการถ่ายเทอากาศและการควบคุมอุณหภูมิ ให้เหมาะสมกับเศียรพระและวัสดุโบราณ เพื่อป้องกันมิให้เกิดชำรุดเสียหายไปมากกว่านี้ รวมทั้งการบันทึก ประวัติก็ยังอยู่ระหว่างการสืบค้น เพื่อให้อนุชนรุ่นหลังได้ศึกษาต่อไป


