วันที่ 14 มีนาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายสำราญ เอื้อจิรวาณิชย์ นายกเทศมนตรีเมืองอุตรดิตถ์ กล่าวว่า ลำน้ำคลองโพธิ์เป็นแม่น้ำสายหลักที่ไหลผ่านพื้นที่ชุมชนศิลาอาสน์ตะวันตก, ชุมชนหน้า วค., ชุมชน รพช., ชุมชนสมานมิตรและชุมชนบรมอาสน์ จำนวน 5 ชุมชน จาก 28 ชุมชน ของพื้นที่เทศบาลเมืองอุตรดิตถ์ ด้วยระยะทางยาวกว่า 8 กิโลเมตร ขณะนี้เกิดมีวัชพืชผักตบชวาเกิดขึ้นในแม่น้ำเป็นจำนวนมากเต็มพื้นที่แม่น้ำจนแทบมองไม่เห็นน้ำในลำคลองเลย ก่อให้เกิดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมทางน้ำ และก่อให้เกิดน้ำเสียเนื่องจากน้ำขาดออกซิเจนทำให้สัตว์น้ำประเภท ปลา ตายลงทันที รวมถึงเป็นแหล่งอาศัยหลบซ่อนของสัตว์มีพิษประเภทงูอีกด้วย และมิใช่แค่เป็นผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมเท่านั้น แต่ผัก
ตบชวายังขวางเส้นทางการไหลของน้ำอีกด้วย ทางเทศบาลได้ร่วมกับผู้นำชุมชน สถาบันการศึกษา พนักงานส่วนท้องถิ่น องค์กรเอกชนและเครือข่ายภาคประชาชน เข้ามามีส่วนร่วมในการจัดเก็บหรือกำจัดผักตบชวาที่อยู่ในลำน้ำคลองโพธิ์ให้หมดไปภายใน 1 เดือน โดยมีรถบรรทุก 6 คัน แบ๊คโฮชนิดตักยาวและตักสั้น จำนวน 2 คัน เป็นตัวช่วยกวาดเก็บขึ้นมา
นายสำราญ กล่าวว่า เพื่อแก้ไขปัญหาอุทกภัยในช่วงฤดูฝน ปัญหามลภาวะในลำน้ำคูคลองและเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการแก้ไขปัญหาภัยแล้งในการจัดเก็บน้ำ การระบายน้ำให้ไหลสะดวกขึ้น ซึ่งไม่ใช่หน้าที่ของใครคนใดคนหนึ่ง ทุกคนต้องเข้ามามีส่วนร่วม เพื่อให้คนในชุมชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีกับสิ่งแวดล้อมที่ดีในอนาคต โดยทางเทศบาลเมืองอุตรดิตถ์ เตรียมจัดงบประมาณพัฒนา 2 ฝั่งคลองให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวทางน้ำ ด้วยการปรับภูมิทัศน์ คาดใช้งบประมาณไม่ต่ำกว่า 100 ล้านบาท เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวจากต่างถิ่น ให้เข้ามาเที่ยวในเขตเทศบาลเมืองอุตรดิตถ์มากยิ่งขึ้น ส่วนผักตบชวาที่ถูกเก็บขึ้นมาแล้วจะนำไปทำเป็นปุ๋ยหมักแจกให้กับประชาชนทั่วไปได้นำไปใช้ประโยชน์กับพืชผลทางการเกษตรต่อไป

