หน้าแรก ภูมิภาค สลด! พบซากพะย...

สลด! พบซากพะยูนถูกฆ่าซุกในป่าโกงกาง เกาะลิบง ชาวบ้านเชื่อ ‘จัดฉาก’

23.10.17 | 11:14 น.

สลดพบซากพะยูนถูกฆ่าซุกในป่าโกงกาง บนเกาะลิบง อ.กันตัง จ.ตรัง หลังกรมอุทยานฯสั่งเข้มลาดตระเวน ชาวบ้านเชื่อเป็นการจัดฉาก ขณะที่ผู้ว่าฯชี้คนเป็นโรคจิตประกาศไม่ยอมเอาตายผู้กระทำ

รายงานข่าวจากจังหวัดตรังแจ้งว่า เมื่อกลางดึกคืนวันที่ 22 ตุลาคม เจ้าหน้าที่เขตห้ามล่าพันธุ์สัตว์ป่าหมู่เกาะลิบง ต.เกาะลิบง อ.กันตัง จ.ตรัง นำโดยนายชัยพฤกษ์ วีระวงศ์ หัวหน้าเขตห้ามล่าพันธุ์สัตว์ป่าหมู่เกาะลิบง พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ 12 นาย นำซากพะยูนที่เหลือเฉพาะส่วนหนังและลำไส้ ที่ตรวจยึดได้จากการที่เจ้าหน้าที่ทำการลาดตระเวนพื้นที่ เพื่อดูแลป้องกันไม่ให้มีคนล่าพะยูนในพื้นที่ตามคำสั่งของอธิบดีกรมอุทยานฯที่ออกมาให้ข่าวก่อนหน้านี้ว่าขบวนการล่าพะยูนยีงมีอยู่จริง ซึ่งเป็นต้นเหตุทำให้พะยูนในประเทศไทยเหลือเพียงประมาณ 200 ตัว โดยเฉพาะต่อมามีการระบุว่าเจ้าหน้าที่สามารถล่อซื้อชิ้นเนื้อของพะยูนได้จากร้านอาหารแห่งหนึ่งบนเกาะลิบง โดยการตรวจยึดชิ้นส่วนของพะยูนในครั้งนี้ เกิดจากทำงานลาดตระเวรของจ้าหน้าที่ติดต่อกัน 3 วัน 2 คืน

เจ้าหน้าที่พบซากพะยูนที่เหลือเฉพาะส่วนหนังและลำไส้ ถูกทิ้งแขวนไว้ในป่าโกงกาง ที่ปากคลองโต๊ะขุน หมู่ที่ 7 ต.เกาะลิบง อ.กันตัง จ.ตรัง ซึ่งคาดว่าตายมาแล้วประมาณ 2 วันที่ผ่านมา พะยูนน่าจะมีน้ำหนักไม่ต่ำกว่า 200 กิโลกรัม จึงนำกลับมาขึ้นฝั่งเพื่อนำมาแจ้งความร้องทุกข์ที่ สภ.กันตัง เพื่อติดตามหากลุ่มผู้กระทำความผิดต่อไป ส่วนซากพะยูนเจ้าหน้าที่จะนำส่งไปเก็บรักษาไว้ที่ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย วิทยาเขตตรังต่อไป

นายชัยพฤกษ์ กล่าวว่า หลังจากอธิบดีกรมอุทยานฯออกมาให้ข่าวว่ามีการล่าพะยูนเกิดขึ้นจริง จึงได้สั่งการให้ในพื้นที่จัดชุดลาดตระเวนเฝ้าระวัง ป้องกัน ซึ่งทำงานมาตลอด 3 วัน 2 คืน จนกระทั้งวันที่ 22 ตุลาคม เจ้าหน้าที่จึงไปพบซากพะยูนซึ่งมีเฉพาะส่วนหนังและลำไส้ ที่บริเวณป่าโกงกาง ที่ปากคลองโต๊ะขุน หมู่ที่ 7 ต.เกาะลิบง อ.กันตัง จ.ตรัง จึงสามารถยืนยันได้ว่ามีการล่าพะยูน ตามที่ท่านอธิบดีฯได้ให้ข่าวไว้จริง แต่ไม่แน่ใจว่าขบวนการล่าพะยูนจะเอาเนื้อไปบริโภคหรือไม่ แต่ส่วนที่หายไป เช่น ส่วนหัว กระดูก เนื้อ ซึ่งเป็นที่ต้องการตามกระแสข่าวที่เคยมีมา ตามความเชื่อหายไปหมด เหลือเฉพาะหนังและลำไส้

Advertisement

จึงเชื่อว่าเมื่อปรากฏหลักฐานนี้ ชาวบ้านจะเชื่อได้ว่ามีขบวนการล่าพะยูนจริง ซึ่งเมื่อ 30ปี ก่อนชาวประมงหรือชาวบ้านมีการกินเนื้อพะยูนจริง เพราะพะยูนมีมากในทะเล จึงคิดว่าพะยูนก็เป็นปลาชนิดหนึ่ง แต่เมื่อมีการออกกฎหมายคุ้มครองในปี 2535 ทำให้เกิดกระแสการอนุรักษ์ การล่าพะยูนจึงหายไป ส่วนที่พบก็มักจะพบซากในสภาพสมบูรณ์ เนื่องจากเกิดจากติดเครื่องมือประมง และ ในรอบ 6 ปีที่ตนมารับตำแหน่งหัวหน้าที่นี้ พบพะยูนถูกฆ่าชำแหละเนื้อจริงๆในวันนี้ ซึ่งก่อนหน้านี้ไม่เคยพบเห็นซากพะยูนในลักษณะนี้มาก่อน และเชื่อว่าชาวบ้านทราบข่าวเรื่องนี้ก็คงจะเชื่อว่า มีขบวนการล่าพะยูนจริง หลังจากนี้จะต้องเพิ่มความเข้มงวดและความร่วมมือจากชาวบ้านให้มากขึ้น เพื่อการป้องกัน เพราะลำพังเจ้าหน้าที่มีประมาณ 50 คนเท่านั้น มีไม่เพียง ขณะนี้พื้นที่ต้องดูแลมากกว่า200,000 ไร่ เป็นพื้นที่ทางทะเลแสนไร่เศษ ต้องขอกำลังสนับสนับสนุนและงบประมาณเพิ่ม

ขณะที่ชาวประมงพื้นบ้านหลายคนหลังทราบข่าวว่า เจ้าหน้าที่พบชิ้นส่วนของพะยูนถูกทิ้งไว้ในป่าโกงกาง ส่วนหัว กระดูก และเนื้อ หายไป เชื่อว่าเป็นการจัดฉากของเจ้าหน้าที่ตามใบสั่งของนายอย่างแน่นอน โดยต่างตั้งข้อสังเกตว่าหากมีการล่าจริง หรือมีการลักลอบเอาเนื้อพะยูนที่ได้จากการตายเพราะเครื่องมือประมง คนร้ายจะไม่ทิ้งซากไว้ให้เจ้าหน้าที่ไปพบ แม้แต่เลือดของพะยูนก็ไม่มีให้เห็น และพื้นที่ทะเลรวมทั้งป่าชายเลยกว้างใหญ่ไพศาล

คนไปพบก็น่าจะเป็นชาวบ้านที่ออกไปหาปลา หาปู ไม่ใช่เจ้าหน้าที่ลาดตระเวนไปพบ จึงเชื่อว่าการพบซากชิ้นส่วนพะยูนในครั้งนี้ เกิดจากเจ้าหน้าที่ร่วมกันจัดฉาก เพื่อให้การออกให้ข่าวเรื่องขบวนการล่าพะยูน เพื่อนำเขี้ยว กระดูก และเนื้อไปขายในตลาดมืดของอธิบดีกรมอุทยานฯมีอยู่จริง และรองรับวันที่ 25 ตุลาคมนี้ ที่อธิบดีกรมอุทยานฯมีกำหนดการจะลงพื้นที่มาชี้แจงทำความเข้าใจกับชาวบ้าน กรณีให้ข่าวเรื่องขบวนการล่าพะยูนด้วย ซึ่งหลังจากนี้จะนัดชาวประมงและชาวบ้านมาหารือร่วมกัน

นายศิริพัฒ พัฒกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง กล่าว่า ถือว่าเป็นข่าวที่น่าเศร้าที่สิ่งมีชีวิตที่หายากในโลกนี้ตายไปอีก 1ตัว แต่ไม่มีใครทราบว่าตายเพราะอะไร ซากที่เจอทำให้เป็นที่แปลกใจว่า มีส่วนที่หายไปและส่วนทีเหลืออยู่ ดูแล้วไม่ค่อยสอดคล้องกับลักษณะการล่า โดยที่ซากพะยูนไปติดอยู่ภายในป่าโกงกาง สมมุติว่าถ้ามีการชำแหละจะไปชำแหละตรงไหน เอาซากพะยูนที่มีน้ำหนักมากกว่า 100 กิโลกรัมขึ้นมาบนเรือมาชำแหละและเหวี่ยงทิ้งในป่าโกงกางก็ไม่สะดวกนัก คือลักษณะอย่างนี้แผนประทุษกรรมไปสอบถามตำรวจแล้วจะรู้ดี อย่างไปถามอุทยานฯแต่ให้ถามตำรวจ เพราะมันฆ่าสิ่งมีชีวิต การเหลือร่องรอยอย่างนี้และอยู่ในสถานที่อย่างนี้มันเป็นรื่องที่จะต้องหาคำตอบต่อไป

นายศิริพัฒ กล่าวอีกว่า อย่างไรก็ตามไม่ว่าพะยูนจะตายด้วยเหตุใด ก็ถือว่าคนทำเป็นคนชั่ว และถ้าหากเป็นกระบวนการที่ทำก็เป็นกระบวนการที่ชั่ว คนชั่วถ้าหากว่ากฎหมายลงโทษไม่ได้ พระเจ้าก็ลงโทษไมว่าจะอยู่ศาสนาใด จะทำไปเพื่ออะไรก็แล้วแต่ เพื่อบริโภค หรือการงาน หรือกลุ่ม การเอาชีวิตของสิ่งมีชีวิตที่หาได้ยากที่ไม่มีโอกาสต่อสู้นั้นบาป มาก ผมขอประนาณว่าชั่วมาก อยากจะกราบเรียนมายังพี่น้องประชาชนว่าเราต้องหนักแน่น เราคนตรังเราอยู่อย่างไรก็อยู่อย่างนั้น เรามีความบริสุทธิใจอย่างใรก็ทำอย่างนั้น ใครที่คิดไม่ดี ก็ขอให้พินาศไปและผมก็เชื่อว่า ทางกรมอุทยานฯจะหนักแน่นพอที่จะไม่ด่วนสรุปอะไรง่ายๆ เพราะถ้าเนื้อพะยูนกิโลกรัมละ 150 บาท 100กิโลก็ 1500 บาทเอง และขณะนี้ 100 กิโลกรัมถ้าชำแหละไปแล้วจะไปขายที่ไหน ชู่ตู้เย็นที่ไหน ใครบริโภค

“ไปตามมาด้วยด้วยว่า มีเมนูพิเศษพะยูนหรือไม่ ถ้าไม่จริงแล้วจะถามกลับไปหรือไม่ว่า ทำให้มีข่าวนี้ขึ้นคิดอย่าไร เช่น มีคนอ้วนคนหนึ่ง คนผอมคนหนึ่ง คิดกันขึ้นมา แล้วให้คนตัวเล็กคนหนึ่ง คนตัวใหญ่คนหนึ่งรับลูกต่อ ผมเองก็มีข่าวในใจอยูแต่อะไรที่จับไม่มั่นคั้นไม่ตาย ก็ว่ากันไปก่อน แต่ว่าสักวันหนึ่งสืบมาได้ไม่ว่าจะเป็นทางตำรวจสันติบาลก็ดี ทางทหารก็ดี ไม่ใช่ข่าวเฉพาะทางกรมอุทยานฯ กรมก็ว่าไปเรื่องของกรม ตนก็มีข่าวของตน ไม่ว่าจะด้านปกครอง ทหาร ตำรวจ ชัดเจน ตรวจสอบกันไปสำหรับคนที่คิดชั่ว แต่ถ้าสมมุติว่า มันเกิดกระบวนการขึ้นจริง ตนคิดว่าต้องรีบจับมาและคุยอีก เพราะเชื่อว่าเป็นสภาพจิตที่ไม่ปกติ มันไม่มีทางเลยที่จะรวยได้จากการฆ่าพะยูนตาย ปีละ1 หรือ 2 ปีตัว น่าจะต้องมาพบแพทย์ และตนกำลังปรึกษาหารือกับทาง ผอ. รพ.ตรัง ว่าคนที่คิดอย่างนี้ สร้างเรื่องขึ้นมา หรือทำทีมขึ้นมาทำข่าวอย่างนี้ถือว่าเป็นความบกพร่องทางด้านจิตใจอย่างมาก ที่กระทำให้เกิดการกระทบกระเทือนต่อสภาพจิตใจของคนส่วนใหญ่ ไม่คำนึงว่าผลเสียหายจะเกิดขึ้นอย่างไรกับสิ่งที่ได้มา หรือคาดหวังว่าจะได้มา ไม่ว่าจะได้มาในเรื่องของผลงาน งบประมาณ หรือว่าความดีความชอบ ตนคิดว่าเรื่องนี้ทางจังหวัดจะต้องเปิดเผยกันแล้ว” นายศิริพัฒ กล่าว

นายศิริพัฒ กล่าวอีกว่า เรื่องนี้ผมในฐานะผู้ว่าราชการจังหวัด จะไม่ยอมเด็ดขาด คนตรังไม่ยอมเด็ดขาดทีจะปล่อยให้เป็นเรื่องที่ใครนึกจทำอะไรก็ทำได้กับพะยูน ใครจะนึกทำได้ก็ทำกับคนจังหวัดตรัง คนทำจะมีดจตนารมย์ใดๆไม่ว่าจะเป็นเจตนาเป็นเกมกีฬา เอามาเป็นเครื่องรางของขลังอะไรก็ตาม ขอให้หยุดได้แล้ว ผมเอาตายเลยนะครับ คำว่าเอาตาย ถ้าโทษประหารคนทำก็จะถูกประหารชีวิต เพราะทำให้เกิดความเสียหายมากเหลือเกิน ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ ไม่ใช่เรื่องที่จะมาอย่างที่ชาวบ้านพูดกันว่าจัดฉากรับลูกกัน อ้วนคน ผอมคน ตัวเล็กคน ตัวใหญคน และยังมีคนอยู่เบื้องหลัง ยังเป็นนิทานอยู่นะ ยังไม่เป็นเรื่องจริง ถ้าเป็นเรื่องจริงเมื่อไหร่แล้วสนุกเลย ตนยืนยันว่า คนจังหวัดตรัง โดยเฉพาะผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง จะไม่ยอมให้มีการล่าพะยูนเกิดขึ้น จะไม่ยอมให้มีการทำอย่างคนโรคจิตนี้เกิดขึ้น และจะปรับทัศนคติข้าราชการที่เกียวข้อง โดยเฉพาะเขตห้ามล่า กรมอุทยานฯ อย่างไปงมงายมุ่งเพียงแต่ว่า คนตรังล่าพะยูน ทฤษฎีนี้ต้องปรับทัศนคติไม่ใช่เรื่องเล่น ไม่ใชเป็นเรื่องเฉพาะของกรมอุทยานฯซึ่งอธิบดีคุยกับตนเองว่า เราจะต้องมาช่วยกันรักษาพะยูน ท่านอธิบดีไมได้บอกว่า ช่วยบอกคนตรังว่าอย่าฆ่าพะยูน อธิบดีไม่ได้พูดเลย อาจจะเคยมีคนให้ข้อมูลท่านก็เท่านั้นเอง