หน้าแรก ภูมิภาค ตั้งปธ.สอบข้อ...

ตั้งปธ.สอบข้อเท็จจริงคดี ‘พระราชรัชมุนี’ สวมบัตรแล้ว ด้านเจ้าคณะโหล่งขอดวอนแยกแยะ อย่าโจมตีพระชั่ว-เลวไปหมด

24.10.17 | 17:22 น.

กรณีพระราชรัชมุนี เจ้าอาวาสวัดสวนดอก พระอารามหลวง ต.สุเทพ ในฐานะเจ้าคณะอำเภอเมืองเชียงใหม่ แสดงหลักฐานอันเป็นเท็จ หรือปกปิดข้อความจริงต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ยื่นคำขอมีบัตรประจำตัวประชาชน โดยสวมบัตรประจำตัวประชาชน 13 หลักของ ด.ช.ดวงดี เวียงดินดำ บ้านหนองดินดำ ต.บ้านแก้ง อ.ภูเขียว จ.ชัยภูมิ ซึ่งเสียชีวิตไปแล้ว ตั้งแต่ปี 2538 ทั้งที่พระราชมนุี ไม่ได้มีสัญชาติไทย คือ บิดามารดา เป็นชาวไทใหญ่ ไม่ใช่เมียนมา อาศัยอยู่แนวชายแดนติดกับ อ.แม่อาย ต่อมาอำเภอแม่อายได้เข้าแจ้งความดำเนินคดีกับพระราชรัชมุนีนั้น


เมื่อวันที่ 24 ตุลาคม นายสิทธิ์ศักดิ์ อภิกุลชัยสุทธิ์ นายอำเภอแม่อาย จ.เชียงใหม่ เผยถึงความคืบหน้าคดีดังกล่าวว่า ทางอำเภอได้ตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงเรื่องดังกล่าวแล้ว มีนายวรศักดิ์ พานทอง ปลัดอาวุโส อ.แม่อาย หัวหน้ากลุ่มงานบริหารงานปกครอง เป็นประธาน โดยประสานงานกับ พ.ต.อ.ก่ำแก้ว สุยาติ ผกก.สภ.แม่อาย เพื่อติดตามคดีโดยตลอด พร้อมมอบเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมให้พนักงานสอบสวน เพื่อประกอบสำนวนคดีดังกล่าว

ล่าสุด ทาง พ.ต.อ.ก่ำแก้ว แจ้งว่า ได้ประสานงานท้องที่ 2 แห่ง คือ อ.ภูเขียว จ.ชัยภูมิ และเขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กทม.เพื่อสอบพยานและผู้เกี่ยวข้อง หาจุดเชื่อมโยงที่พระราชรัชมุนี ได้สวมบัตรแทนคนตาย คาดว่าใช้เวลาสักพัก ก่อนส่งเอกสารหลักฐานและสำนวนสอบสวนผู้เกี่ยวข้องมาให้พนักงานสอบสวนที่ สภ.แม่อาย ส่วนประเด็นที่ญาติของพระราชรัชมุนี ยืนยันว่าเจ้าอาวาสวัดสวนดอก เกิดที่ อ.แม่อาย และขึ้นทะเบียนเป็นผู้พลัดถิ่น และมีสิทธิได้รับสัญชาติไทย แต่ไม่ได้มาขึ้นทะเบียนขอสัญชาติ แต่ไปสวมบัตรแทนคนตายนั้น ขอดูรายละเอียดเรื่องดังกล่าวก่อน เนื่องจากเพิ่งมารับตำแหน่ง วันที่ 16 ตุลาคมที่ผ่านมา หรือ 9 วันที่ผ่านมา จึงขอเวลาศึกษาข้อมูล และข้อเท็จจริงก่อน ว่ามีความเป็นมาอย่างไร แต่ได้รายงานความคืบหน้าให้นายปวิณ ชำนิประศาสน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ทราบทุกระยะ

ด้านพระครูวรวรรณวิวัฒน์ เจ้าอาวาสวัดบ้านหลวง ในฐานะเจ้าคณะตำบลโหล่งขอด อ.พร้าว และประธานบูรณะวัดพระธาตุดอยเวียงชัยมงคล กล่าวถึงกรณีพระราชรัชมุนี สวมบัตรประชาชนคนตาย ว่า ส่วนตัวเห็นว่าพระราชรัชมุนี ได้ทำประโยชน์ต่อวงการสงฆ์ โดยเฉพาะการเผยแพร่พระพุทธศาสนาส่งเสริมการศึกษาทั้งพระสงฆ์ สามเณร และชาติพันธุ์ ในเขต อ.แม่อาย อ.ฝาง อ.ไชยปราการ ทั้งเป็นอาจารย์สอนบาลี เพื่อพระสงฆ์และสามเณร ได้รับเปรียญธรรม พร้อมแต่งหนังสือ 4-5 เล่ม เพื่อให้พระและสามเณร ได้ศึกษาเล่าเรียน โดยใช้เวลาแต่งหนังสือเพียง 3 เดือนเท่านั้น

Advertisement

“ไม่ว่าใครก็ตาม เป็นคนไทย หรือชาติพันธุ์ ถ้าบวชครองผ้าเหลืองแล้ว ถือว่าเป็นพระสงฆ์ แม้แต่ประเทศเมียนมา ถ้าบวชครองผ้าเหลืองแล้ว เขาจะไม่ยุ่งเกี่ยว ถ้าเป็นพระชั่วหรือไม่ดี เขาถือว่าเป็นเรื่องส่วนตัว ไม่เกี่ยวกับการเผยแพร่พระพุทธศาสนา และทำประโยชน์ต่อส่วนรวม ดังนั้นอยากให้พุทธศาสนิกชนและสื่อแยกแยะ ไม่ใช่โจมตีเป็นพระชั่ว พระเลวไปหมด แต่พระก็อยู่ภายใต้กรอบกฎหมายเช่นเดียวกับประชาชนทั่วไป ดังนั้นอย่าเพิ่งตัดสินใคร เพราะอยู่ในขั้นตอนของกระบวนการยุติธรรม เพื่อพิสูจน์ว่าพระราชรัชมุนี ทำผิดกฏหมายหรือไม่อย่างไร” พระครูวรวรรณวิวัฒน์ กล่าว