ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 15 มีนาคม เจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจ สภ.ลับแล จ.อุตรดิตถ์ เข้าระงับเหตุหลังจาก นางฟ้า (ขอสงวนนามสมมุติ) อายุ 58 ปี ราษฎร หมู่ 5 ต.แม่พูล อ.ลับแล โทรศัพท์แจ้งขอความช่วยเหลือหลังถูกแก๊งเงินกู้ดอกเบี้ยโหดทวงหนี้ หรือหมวกกันน็อก แต่ไม่ทันเพราะแก๊งทวงหนี้ไหวตัวทันออกจากที่เกิดเหตุเสียก่อน นางฟ้า กล่าวว่า ได้กู้เงินจากแหล่งทุนที่มีเบอร์โทรศัพท์ปิดตามเสาไฟฟ้า และโปรยตามถนน หลังขอกู้จะมีการทำสัญญาเรียกเก็บดอกเบี้ยร้อยละ 20 บาทต่อวัน ตัดสินใจกู้ยืมมาเป็นเงิน 4,000 บาท ผ่อนส่งมามากกว่า 1 ปีแล้ว แต่เจ้าหนี้ไม่ยอมลดเงินต้นให้ คิดแต่ดอกเบี้ย หากวันใดจ่ายไม่ครบก็จะทำการข่มขู่ บังคับให้ไปกู้เงินกู้จากเจ้าอื่นมาให้
“ทุกวันนี้มีหนี้สิ้นเงินกู้นอกระบบ 4 รายด้วยกัน มีอาชีพทำข้าวเกรียบขายมีรายได้วันละ 300 บาทเท่านั้น ต้องรับภาระเลี้ยงหลานอีก 1 คน ไม่รู้จะบากหน้าไปหาใครหรือขอความช่วยเหลือจากใครได้อีกแล้ว ทุกวันนี้จะนำเงินดอกเบี้ยไปใส่ถังที่แขวนต้นไม้ไว้ที่หน้าบ้าน ถึงเวลาเก็บเงินแก๊งเงินกู้ก็จะขับขี่รถจักรยานยนต์มาเก็บเงินในถังไป จะเป็นแบบนี้ทุกวันหากวันไหนเงินในถังไม่ครบก็จะเดือดร้อนเพราะแก๊งทวงหนี้จะมาด่าโวยวายหน้าบ้าน ความทุกข์ทรมานที่ได้รับเคยร้องเรียนไปยังศูนย์ดำรงธรรม จ.อุตรดิตถ์แล้ว แต่ก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น จึงอยากให้หน่วยงานภาครัฐเข้ามาดูแล และขอยอมเป็นหนี้ในระบบเพื่อจะได้นำเงินมาใช้หนี้นอกระบบแทน” นางฟ้า กล่าว
นายสุรศักดิ์ เจริญศิริโชติ ผู้ว่าราชการ จ.อุตรดิตถ์ กล่าวว่า ขณะนี้สำหรับแก๊งนายทุนส่งลูกน้องเก็บดอกเบี้ยโหดนั้นอยู่ระหว่างรวบรวมหลักฐานนำเสนอไปยังคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) และรัฐบาลแล้ว เพื่อดำเนินการต่อไปตามนโยบายควบคุมดูแลผู้มีอิทธิพล ยอมรับว่าจังหวัดได้รับการร้องเรียนจากชาวบ้านว่า มีนายทุนปล่อยเงินกู้ดอกเบี้ยโหด หรือ”แก๊งหมวกกันน็อก”ซ้ำเติมชาวบ้าน มีการข่มขู่ รบกวน จนชาวบ้านทำมาหากินไม่ได้ พอทราบแล้วว่าเป็นใคร ขอเวลาหาข้อมูลเบื้องลึกจากหน่วยงานด้านการข่าวก็จะสามารถจับกุมผู้อยู่เบื้องหลังเป็นนายทุนปล่อยเงินกู้ดอกเบี้ยโหด
“ชาวอุตรดิตถ์ มีหนี้นอกระบบจำนวนมาก ซึ่งเป็นผลกระทบสถาบันการเงินของรัฐที่ประชาชนเข้าถึงได้ยาก จังหวัดได้กำชับไปทางอำเภอให้ช่วยสอดส่องเรื่องนี้ รวมทั้งสถานีตำรวจภูธรทุกแห่งว่า มีกลุ่มหมวกกันน็อกเข้าไปข่มขู่ชาวบ้าน หรือพวกรับจ้างทวงหนี้ผิดกฎหมายหรือไม่ ส่วนประชาชนหากมีกลุ่มคนดังกล่าวมาข่มขู่ร้องเรียนมาตรงที่ผู้ว่าฯ เพื่อสั่งการให้เจ้าหน้าที่ทำงานได้รวดเร็วขึ้น ทราบว่ากลุ่มคนดังกล่าวนี้ได้เข้าไปข่มขู่ และกดดันชาวบ้านหลายแห่ง ส่วนรายชื่อผู้มีอิทธิผลใน จ.อุตรดิตถ์ ตอนนี้มีข้อมูลประมาณ 9 คน มีทั้งกลุ่มการพนัน และกลุ่มออกเงินกู้ เจ้าหน้าที่ของรัฐ ส่งข้อมูลไปยัง คสช.แล้ว” นายสุรศักดิ์ กล่าว


