
ล่าสุด เมื่อเวลาประมาณ 13.30 น. ที่ผ่านมา กรมควบคุมมลพิษได้รายงานคุณภาพอากาศในพื้นที่ จ.เชียงราย ว่า จากการตรวจปริมาณฝุ่นละอองในอากาศที่มีขนาดเล็กกว่า 1 ไมครอน พบว่า ในเขต อ.เมือง วัดได้ในปริมาณ 115 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ซึ่งถือว่าอยู่ในเกณฑ์คุณภาพอากาศปานกลาง โดยยังไม่มีผลกระทบต่อสุขภาพ กระนั้นพบว่ายังสามารถมองเห็นความขมุกขมัวได้อย่างชัดเจนระยะไกล และถือว่าใกล้เคียงกับปริมาณที่อาจมีผลกระทบต่อสุขภาพตั้งแต่ 120 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตรขึ้นไป ส่วนที่ อ.แม่สาย ชายแดนไทย-พม่า พบว่ามีกลุ่มฝุ่นละอองหมอกควันปกคลุมไปทั่วบริเวณอย่างชัดเจน โดยสามารถมองเห็นได้ชัดจากดอยเวา โดยมีปริมาณฝุ่นละอองในอากาศอยู่ที่ 152 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ทั้งนี้ ในฝั่งประเทศไทยพบมีการเข้มงวดอย่างต่อเนื่อง แต่ในฝั่งประเทศเพื่อนบ้านยังพบมีควันไฟลอยในบางจุดโดยเฉพาะตามชุมชนหนาแน่น

ขณะที่สภาพอากาศและคุณภาพอากาศในพื้นที่จังหวัดพะเยาพบว่า สภาพอากาศโดยทั่วไปเมื่อช่วงเช้ามีอากาศเย็นในพื้นที่บริเวณอำเภอรอบนอก จนช่วงสายประมาณ 10.00 น. อากาศเริ่มร้อนขึ้น มีหมอกควันลอยทั่วไปในอากาศ ฟ้าหลัว เด็กเล็กต่างอาบน้ำเพื่อคลายร้อน สำหรับคุณภาพอากาศที่วัดได้ในวันนี้ จากสถานีตรวจคุณภาพอากาศ ต.เวียง อ.เมือง จ.พะเยา บริเวณริมกว๊านพะเยา ค่าพีคิวเอ็มวัดได้ 141 ไมโครกรัม/ลบ.เมตร ค่าเอคิวไอ อยู่ที่ 110 คุณภาพอากาศมีผลกระทบต่อสุขภาพ
นายรัฐวุฒิชัย ใจกล้า นายกองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านตุ่น อ.เมือง จ.พะเยา กล่าวว่า เมื่อวันที่ 13 มีนาคมที่ผ่านมา ได้เกิดเหตุไฟไหม้ป่าไผ่ของบ้านบัว หมู่ 4 ต.บ้านตุ่น ซึ่งไม่เกิดไฟไหม้หลายปีแล้ว แต่ปีนี้ปรากฏว่ามีไฟไหม้ทำให้เสียหายจำนวนมาก ทาง อบต.ได้ประสานงานขอรถดับเพลิงจาก อบต.แม่นาเรือ และ อบต.แม่ใส มาช่วยดับเพลิง ขณะนี้กำลังอยู่ในขั้นตอนสำรวจความเสียหาย นอกจากนี้สถานการณ์หมอกควันยังคงมีไฟป่าจากด้านหลังดอยหลวง ไหม้ข้ามมาจาก อ.วังเหนือ จ.ลำปาง วันนี้ (15 มี.ค.) มีการประชุมระดับจังหวัด ตนจะนำเรื่องนี้เข้าหารือในที่ประชุมเพื่อขอความช่วยเหลือจากทางจังหวัดประสานงานการลดปัญหาไฟป่าและหมอกควันข้ามจังหวัดต่อไป

