เมื่อเวลา 06.00 น. วันที่ 26 ตุลาคม ชาวไทยภูเขาเผ่าม้ง จำนวน 3 หมู่บ้าน คือ ดอยปุย ขุนช่างเคี่ยน และภูพิงค์ กว่า 400 คน ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ ที่อาศัยอยู่ใกล้เคียงกับพระตำหนักภูพิงคราชนิเวศน์ สวมชุดประจำเผ่ามารวมตัวกันที่สามแยกทางเข้าหมู่บ้านดอยปุุย-ขุนช่างเคี่ยน โดยถือพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ขึ้นเหนือศีรษะ พร้อมถือป้ายข้อความ “..การปิดทองหลังพระคนโดยมากไม่ค่อยชอบ เพราะนึกว่าไม่มีใครเห็น แต่ถ้าทุกคนพากันปิดทองแต่ข้างหน้า พระจะเป็นพระที่งามบริบูรณ์ไม่ได้…” และ ‘…ถ้าประชาชนไม่ทิ้งข้าพเจ้าแล้ว ข้าพเจ้าจะละทิ้งประชาชนได้อย่างไร…’ มุ่งหน้ามายังพระตำหนักภูพิงคราชนิเวศน์ ซึ่งเป็นพระตำหนักที่ในหลวงรัชกาลที่ 9 เสด็จแปรพระราชฐานทุกครั้งเมื่อคราวเสด็จมาปฏิบัติพระราชกรณียกิจในพื้นที่ภาคเหนือ

โดยเด็กๆ ได้ร่วมกันร้องเพลง ‘พระราชาในนิทาน และต้นไม้ของพ่อ’ ซึ่งเด็กๆ ต่างมีน้ำตาคลอเบ้า ในขณะที่ผู้เฒ่าผู้แก่ต่างพากันร่ำไห้ พร้อมกล่าวว่า คิดถึงบุญคุณของพระองค์ท่านที่พระราชทานให้คนจนอย่างพวกเราจนมีชีวิตที่ดีมาจนถึงทุกวันนี้

หลังจากนั้นทั้งหมดเริ่มเดินเท้าลงจากยอดดอยเมื่อเวลา 06.45 น. มุ่งหน้าผ่านวัดพระธาตุดอยสุเทพมหาวรวิหารและลานอนุสาวรีย์ครูบาศรีวิชัย เพื่อกราบขอพรอธิษฐานจิตน้อมส่งเสด็จพระองค์ท่าน และมุ่งหน้าเดินทางต่อไปยังจุดหมายปลายทาง ณ ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติ เฉลิมพระเกียรติ 7 รอบ พระชนมพรรษา เพื่อร่วมพิธีถวายดอกไม้จันทน์จังหวัดเชียงใหม่ ในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร เพื่อร่วมน้อมส่งเสด็จพระองค์ท่านเป็นครั้งสุดท้าย
นายเมธาพันธ์ เฟื่องฟูกิจการ ผู้ใหญ่บ้านม้งดอยปุย อ.เมือง จ.เชียงใหม่ เปิดเผยว่า พระองค์เคยตรัสว่าพวกเราชาวม้งเป็นเพื่อนบ้านของพระองค์ พวกเราซาบซึ้งใจมาก แม้พระองค์ท่านจะจากพวกเราไปแล้ว แต่คุณงามความดีที่ท่านทำไว้เป็นแบบอย่างที่พวกเราจะสานต่อและน้อมนำแนวทางพระราชดำริมาใช้ในชีวิตประจำวัน ถึงแม้ว่าเราจะเป็นกลุ่มชาติพันธุ์แต่เราเป็นคนไทย ขอสัญญาว่าจะประพฤติตนเป็นคนดีช่วยพัฒนาชาติไทยเพื่อตอบแทนพระองค์ท่าน

