ผู้สื่อข่าวรายงานจากจังหวัดแพร่ เมื่อคืนที่ผ่านมา (เวลา 20.00 น.วันที่ 26 ตุลาคม) พระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ในหลวงรัชกาลที่ 9 มีพิธีถวายพระเพลิง (เผาจริง) นำโดยนายพงศ์รัตน์ ภิรมรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่ เจ้าคณะจังหวัดแพร่ ผู้นำศาสนาพุทธ คริสต์ และชาวมุสลิมที่ทำพิธีในมัสยิดของตนเอง หัวหน้าส่วนราชการ และประชาชนที่ยังคงรอการถวายพระเพลิงจริงยังคงเนืองแน่นอยู่บริเวณสี่แยกพรหมวิหารสี่ หน้าสนามหลวงสวนสุขภาพเฉลิมพระเกียรติ ร. 9 เนื่องจากแรงศรัทธาที่มีต่อพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 อย่างแรงกล้า จนต้องปล่อยให้มีการถวายพระเพลิงไปพร้อมๆ กับการแสดงมหรสพสมโภชน์ จนถึงเวลา 22.00 น. ผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่ ได้เป็นประธานนำชาวจังหวัดแพร่ จุดไฟพระราชทางเพลิงดอกไม้จันทน์ที่ชาวจังหวัดแพร่ร่วมส่งเสด็จสู่สวรรคาลัยในครั้งนี้ มีผู้ร่วมถึง 60,378 คน แยกเป็นอำเภอดังนี้ อ.เมือง 16,189 คน อ.สอง 7,110 คน อ.ร้องกวาง 5,495 คน อ.สูงเม่น 12,150 คน อ.เด่นชัย 7,115 คน อ.ลอง 4,679 คน อ.วังชิ้น 5,240 คน อ.หนองม่วงไข่ 3,900 คน ถือเป็นประวัติการของจังหวัดแพร่มีมีประชาชนออกมาร่วมกิจกรรมมากที่สุดอย่างไม่เคยมีมาก่อน

เวลา 07.30 น.วันที่ 27 ตุลาคม ผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่ และผู้แทนราชการพ่อค้าประชาชนจะร่วมกันนำเถ้าดอกไม้จันทน์ ไปที่ท่าน้ำบ้านเชตะวัน ริมฝั่งแม่น้ำยม เพื่อทำการลอยเถ้าดอกไม้จันทน์ตามราชประเพณีที่สืบทอดกันมา เชื่อว่าจะสร้างความร่มเย็นสุขสบายของดวงพระวิญญาณที่ไปสู่สรวงสวรรค์และพศกนิกรที่ในแผ่นดินไทยเกิดความร่มเย็นทั่วกัน หลังจากนั้นจะออกทุกข์ในวันที่ 30 ตุลาคมนี้

