เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ดร.วีรพงศ์ ไชยเพิ่ม ผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) กล่าวชี้แจงกรณีโซเชียลมีเดียวิจารณ์การออกคำสั่งมาตรา 44 ของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่มองว่าการออกกฎหมายดังกล่าวเป็นการผลักดันให้โครงการในพื้นที่ EEC ผ่านโดยไม่คำนึงถึงการมีส่วนร่วมของประชาชน และกฎหมายที่มีบังคับใช้อยู่ ซึ่งรวมถึงโครงการท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด เฟส 3 นั้นว่า 1.การดำเนินโครงการท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด ระยะที่ 3 กนอ.ได้จัดทำรายงาน EHIA ซึ่งผ่านการมีส่วนร่วมทั้งระดับชุมชน อำเภอ และจังหวัด (ค.1, ค.2 และ ค.3) ตามประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เรื่อง กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ ระเบียบปฏิบัติและแนวทางในการจัดทำรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม สำหรับโครงการหรือกิจกรรมที่อาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อชุมชนอย่างรุนแรง ทั้งทางด้านคุณภาพสิ่งแวดล้อม ทรัพยากรธรรมชาติและสุขภาพ ประกาศ ณ วันที่ 29 ธันวาคม 2552 ครบถ้วนแล้ว และ กนอ.ได้นำเสนอ สผ.พิจารณา ซึ่ง สผ.พิจารณาครั้งที่ 1 แล้ว และให้ กนอ.ชี้แจงข้อเท็จจริงเพิ่มเติม กนอ.ได้จัดทำและจัดส่งข้อเท็จจริงเพิ่มเติมต่อ สผ.แล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาของ สผ.
2.กฎหมายเกี่ยวกับผังเมืองที่ใช้บังคับอยู่ในปัจจุบัน คือกฎกระทรวงให้ใช้บังคับผังเมืองรวมจังหวัดระยอง พ.ศ.2560 ซึ่งมีแผนผังกำหนดการใช้ประโยชน์ที่ดินตามที่ได้จำแนกท้ายกฎกระทรวงด้วย (ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 19 มกราคม 2560) และร่างประกาศผังเมืองรวมมาบตาพุด ซึ่งขณะนี้อยู่ในขั้นตอนที่ 7 กล่าวคือภายหลังจากที่ได้มีการปิดประกาศเพื่อให้ผู้มีส่วนได้เสียพิจารณาให้ข้อคิดเห็น/ข้อคัดค้าน/ข้อเสนอแนะ ต่อคณะกรรมการด้านผังเมืองครบ 90 วันแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือการรวบรวมตรวจสอบพิจารณาคำร้องและแจ้งผลการพิจารณาคำร้องต่อผู้ร้อง (หากมี) ซึ่งจากการตรวจสอบการใช้พื้นที่สำหรับโครงการพัฒนาท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด ระยะ 3 พบว่าไม่ขัดต่อกฎหมายว่าด้วยผังเมืองและร่างประกาศผังเมืองฯ ดังที่กล่าวมา
“โครงการพัฒนาท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด ระยะ 3 ของ กนอ.ได้ดำเนินการตามขั้นตอนส่งเสริมการมีส่วนร่วมของชุมชนตามกฎหมาย รวมถึงไม่ขัดต่อการใช้ประโยชน์ตามกฎหมายผังเมืองของจังหวัดระยอง และร่างประกาศผังเมืองรวมมาบตาพุด (ผังเมืองเฉพาะ) ที่มีการทบทวนอยู่ ฉะนั้น มาตรา 44 ตามที่เป็นข่าว จึงไม่เอื้อประโยชน์ต่อโครงการท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุดระยะที่ 3 แต่อย่างใด อย่างไรก็ตาม กนอ.ได้ตระหนักถึงความห่วงใยของทุกฝ่าย และจะถือปฏิบัติตามข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัดต่อไป” ผู้ว่า กนอ.กล่าว

