เมื่อวันที่ 15 มีนาคม ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากพลเมืองดีว่า ที่บ้านขวาง หมู่ 8 ต.ตั้งใจ อ.เมือง จ.สุรินทร์ มีนางมน สุดดี อายุ 84 ปี พิการไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ และน.ส.ลำดวน สุดดี อายุ 59 ปี ซึ่งเป็นบุตรสาว สุขภาพไม่ค่อยจะดี รายได้มาจากเบี้ยยังชีพคนชราของแม่ เพียงเดือนละ 600 บาท สองแม่ลูก อาศัยอยู่ภายในบ้านหลังเล็กๆ มีสภาพเก่าผุพัง ไร้ที่พึ่ง มีสภาพชีวิตความเป็นอยู่อย่างอัตคัดขัดสน ต้องอดมื้อกินมื้อ บางวันก็ไม่มีข้าวสารจะกรอกหม้อ
ผู้สื่อข่าวจึงได้รุดลงพื้นที่ บ้านเลขที่ 28/3 บ้านขวาง หมู่ 8 ต.ตั้งใจ อ.เมือง จ.สุรินทร์ พบว่า บ้านของสองแม่ลูกเป็นบ้านไม้ยกสูง สภาพเก่าผุพัง มุงหลังคาสังกะสี มีรูรั่ว ตีฝาบ้านด้วยเศษไม้ พอบังแดดบังลมได้ แต่ไม่สามารถกันฝนได้ น.ส.ลำดวน ต้องใช้ผ้าชุบน้ำเพื่อเช็ดตัวให้ นางมน ผู้เป็นแม่ ตลอดเวลาเนื่องจากป่วยและเป็นอัมพาตไม่สามารถขยับตัวได้เอง ไม่มีเรี่ยวแรงแม้กระทั่งจะเคี้ยวอาหารต้องรับประทานแต่ข้าวต้มโรยเกลือ ป้อนเป็นอาหารพอประทังชีวิตไปวันๆหลังป้อนข้าวป้อนน้ำเสร็จ น.ส.ลำดวนก็จะทำกายบริหารให้แม่ทุกวัน โดยการนวดบริเวณแขน ขา นิ้ว เพราะเกรงว่าแม่ตนเองจะปวดเมื่อย บางวันก็มีชาวบ้านมาเยี่ยม และนำอาหารแห้งติดไม้ติดมือมาฝาก เพราะด้วยความสงสาร เกรงจะพากันอดข้าว นางลำดวนถึงกับกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ เมื่อเห็นชาวบ้านรู้สึกเป็นห่วง ขณะที่วันนี้เป็นวันที่หมอนัดพอดี เพื่อนบ้าน อาสานำรถกระบะมารับ เพื่อไปส่งที่ โรงพยาบาลใกล้บ้าน ไปตรวจดูอาการตามที่หมอนัด ซึ่งสภาพทุลักทุเลมาก ต้องใช้คนประมาณ 3-4 คน ช่วยกันแบก นางมน ไปทั้งที่นอน กลางแดดที่ร้อนระอุ มีเพียงแค่ร่มคันเล็กๆ พอบังแดดให้ไปถึงโรงพยาบาล ซึ่งระยะทางประมาณ 20 กิโลเมตร ใน 1 เดือน ต้องไปโรงพยาบาลประมาณ 5-8 ครั้ง
น.ส.ลำดวน กล่าวว่า เมื่อประมาณ 2-3 ปีก่อน ตนมีอาชีพรับจ้างทั่วไป เลี้ยงดูแม่ มีพี่น้องร่วมมารดา 5 คน นานๆ จะพากันกลับบ้านที ซึ่งนางมน หลงๆ ลืมๆ อยู่แล้ว วันหนึ่งเกิดลื่นล้ม แขนหัก แล้วได้เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งใน จ.สุรินทร์ ต่อมาก็ไม่สามารถจะลุกเดินได้ ด้วยความจนก็ต้องให้แม่นอนรักษาตัวอยู่บ้าน รักษาตามมีตามเกิด ตาก็เริ่มพร่ามัว ตนต้องหยุดรับงาน เพื่อมาดูแลแม่อย่างใกล้ชิด เพราะแม่ของตนไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ พี่น้องที่เคยกลับมาเยี่ยมแม่ ก็ไม่กลับมาอีกเลยและไม่มีใครส่งเสียช่วยค่าเลี้ยงดูอีกด้วย ส่วนเรื่องการกินก็ได้เพื่อนบ้านช่วยกันหยิบยื่นบ้าง มีร้านอาหารอยู่ข้างบ้าน จะแบ่งเนื้อหมูมาให้ทุกเช้าเพื่อนำมาสับเป็นชิ้นเล็กต้มข้าวป้อนแม่ ตนรู้สึกเศร้าใจพร้อมกับรู้สึกซาบซึ้งในเวลาเดียวกัน พี่น้องตนเองไม่มาเหลียวแลแม่ แต่กลับพบน้ำใจของชาวบ้านที่ช่วยเหลือเกื้อกูล ตนจะได้เบี้ยคนชราของแม่ทุกเดือน เดือนละ 600 บาท พอหุงหาอาหารได้ แต่แม่ไม่ได้เบี้ยคนพิการ เพราะตนไม่มีค่ารถจะพาแม่ไปขอใบรับรองแพทย์ ที่โรงพยาบาลสุรินทร์ เพื่อมายื่นขอเบิกเบี้ยคนพิการ ลำพังเพื่อนบ้านพาไปโรงพยาบาลโดยไม่คิดค่ารถ แค่นี้ตนก็เกรงใจมากแล้ว
ส่วนนางเสรีย์ จำปาทอง อายุ 54 ปี บ้านเลขที่ 28/1 หมู่ 8 ต.ตั้งใจ อ.เมือง จ.สุรินทร์ กล่าวว่า ตนก็ลำบากเหมือนกัน ต้องหาเช้ากินค่ำ ตนรู้สึกสงสารเพราะว่าตนก็เป็นโรคร้ายเหมือนกันไม่รู้จะมีชีวิตไปได้อีกนานแค่ไหน แต่ถ้าตนไม่เข้ามาช่วยหยิบยื่นดูแล เกรงว่า 2 แม่ลูกจะไม่มีกินกัน ตนก็พยายามจะช่วยเหลือทุกวิถีทาง ทั้งข้าวสาร ทั้งพาไปส่งที่โรงพยาบาล โดยไม่เคยคิดค่ารถแม้แต่บาทเดียว บางเดือนก็พาไปส่งที่โรงพยาบาล 7 – 8 ครั้ง เพื่อพาไปรักษาตัว ตนรู้สึกสงสาร 2 แม่ลูกคู่นี้มาก นางมนต์ มีลูก 5 คน แต่กลับถูกทอดทิ้งไม่เหลียวแล เหลือแต่ลูกสาวคนโตซึ่งสภาพร่างกายก็ย่ำแย่แล้วที่คอยเลี้ยงดูแม่
ทั้งนี้ จึงขอวิงวอนผู้ใจบุญที่เห็นใจและต้องการช่วยเหลือ 2 แม่ลูกชีวิตสุดรันทด สามารถติดต่อสอบถามได้ที่ นางเสรีย์ จำปาทอง (เพื่อนบ้าน) เบอร์โทร. 08-2863-8893 นางชัน พุ่มพวง (ผู้ใหญ่บ้าน) เบอร์โทร. 08-0172-8559 หรือบริจาคผ่านบัญชีช่วยเหลือได้ที่ ชื่อบัญชี นางลำดวน สุดดี และ นายชัน พุ่มพวง และ นางโนรีย์ มั่นหมาย ธนาคารกรุงไทย สาขาจอมพระ เลขที่บัญชี 320-0-48185-4 หมายเหตุ เหตุที่เปิดบัญชีร่วมเพราะเป็นการคุมค่าใช้จ่ายให้เกิดประโยชน์มากที่สุด โดยเป็นคณะกรรมการหมู่บ้าน และชี้แจงให้ลูกบ้านทราบความเคลื่อนไหวของบัญชี.

