หน้าแรก ภูมิภาค รุดเยี่ยม &#8...

รุดเยี่ยม ‘ลุงเอี่ยม วัดไร่ขิง’ ให้ความรู้ พ.ร.บ.คนขอทาน เพื่อนสนิทยันไม่ได้จน มีเงินใช้ไม่ขัดสน

15.03.16 | 17:35 น.
วันที่ 15 มีนาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นางขวัญวงศ์ พิกุลทอง รองอธิบดีกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ(พส.) พร้อมคณะเข้าให้กำลังใจนายเอี่ยม คัมภิรานนท์ อายุ 66 ปี ภูมิลำเนาเดิมอยู่บ้านเลขที่ 87 ซอย 7 ถนนพหลโยธิน ต.ปากเพรียว อ.เมือง จ.สระบุรี หรือที่รู้จักกันทั่ว คือ ลุงเอี่ยม วัดไร่ขิง ผู้พิการทางการเคลื่อนไหว และสื่อความหมาย ลิ้นไก่สั้น หูตึง ที่พักอาศัยอยู่ในเพิงค้าสวัสดิการวัดไร่ขิง เลขที่ 061-062 เพื่อประสานความช่วยเหลือในเรื่องของสวัสดิการสังคมที่ลุงเอี่ยมจะได้รับการสงเคราะห์ มีนางชวนชม จันทวงษ์ พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดนครปฐม นางมยุรี ดำเนินผล ผู้อำนวยการศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งจังหวัดนครปฐม รายงานการช่วยเหลือนายเอี่ยม คัมภิรานนท์ หรือลุงเอี่ยม ตั้งแต่ 14 -21 กันยายน 2558 โดยมีนายอุดร สิริอาภรณ์ อาจารย์โรงเรียนวัดไร่ขิง ช่วยเป็นล่ามสื่อสารให้ และวันที่ 11 มีนาคม 2559 นางมยุรี ดำเนินผล ผอ.ศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งจังหวัดนครปฐมได้เข้าเยี่ยมลุงเอี่ยมและมอบผ้าห่ม เงินสดจำนวนหนึ่ง กระทั่งมีข่าวว่านายเอี่ยม ถูกวัดไร่ขิงขับไล่ จึงมาให้ความรู้เกี่ยวกับ พ.ร.บ.ควบคุมการขอทาน และพ.ร.บ.คุ้มครองคนไร้ที่พึ่ง แก่ผู้เกี่ยวข้องและผู้ใกล้ชิดนายเอี่ยม คัมภิรานนท์  หรือลุงเอี่ยมได้เข้าใจ
นางขวัญวงศ์ กล่าวว่า จากการสื่อสารกับลุงเอี่ยม มีความต้องการพักอาศัยอยู่ที่เพิงร้านค้าสวัสดิการของวัดไร่ขิงนี้ ไม่อยากไปอยู่ที่อื่นเพราะกลัวถูกจับ ไปอยู่ที่ไหนก็ถูกจับ อยากอยู่ใกล้วัดไร่ขิง จึงให้พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์(พม.)จังหวัดนครปฐม ประสานกับ พม.จังหวัดสระบุรี เพื่อขึ้นทะเบียนผู้สูงอายุให้แก่ลุงเอี่ยม จะได้เงินสวัสดิการผู้สูงอายุ เดือนละ 600 บาท และเงินสวัสดิการผู้พิการอีก เดือนละ 800 บาท และย้ำว่าที่มาเยี่ยมและให้กำลงใจนายเอี่ยม คัมภิรานนท์ หรือลุงเอี่ยม ในฐานะผู้พิการ และผู้สูงอายุ ไม่ใช่มาเรื่องลุงเอี่ยมขอทาน
ด้านนางมยุรี กล่าวว่า กรณีลุงเอี่ยม เป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อน เนื่องจากลุงเอี่ยมเป็นสัญลักษณ์ของวัดไร่ขิง นักท่องเที่ยวที่มาเที่ยววัดไร่ขิงจะจำลุงเอี่ยมได้ และถามหาลุงด้วยความห่วงใย จึงต้องวางแผนการช่วยเหลือ สงเคราะห์อย่างรอบคอบ และลุงเอี่ยม มีความประสงค์ที่จะอยู่วัดไร่ขิงโดยไม่ยอมไปไหนเนื่องจากมีความผูกพันกับวัดไร่ขิง ซึ่งปัจจุบันมีหน่วยงานเครือข่ายในพื้นที่ให้การดูแลอย่างดีแล้ว ในส่วนศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งจังหวัดนครปฐม ได้เข้ามาให้กำลังใจ ตรวจสุขภาพ ร่างกาย และให้ความรู้เรื่องพ.ร.บ.คนขอทาน และพ.ร.บ.คนไร้ที่พึ่งอย่างต่อเนื่อง
ส่วนนายอุดร เปิดเผยว่า รู้จักกับลุงเอี่ยม มาตั้งแต่ปีพ.ศ.2522 เมื่อครั้งมาเป็นครูที่โรงเรียนนี้ใหม่ๆ ทำให้สามารถสื่อสารจับอาการของลุงเอี่ยมได้ ซึ่งต้องยอมรับว่าลุงเอี่ยมเป็นเหมือนสัญลักษณ์ของวัดไร่ขิง ในฐานะผู้พิการที่มีใจเอื้อเฟื้อ และทางวัดก็มีความผูกพันกับลุงเอี่ยมเหมือนแกเป็นส่วนหนึ่งของวัดไร่ขิง และเป็นคนวัดไร่ขิง แต่ด้วยสภาพร่างกายของแกและการที่แกไปนั่งพักหลังโบสถ์ ทำให้คนที่มาไหว้หลวงพ่อวัดไร่ขิง มองแกเป็นคนพิการมานั่งขอทาน จึงให้เงินแกมาตลอด ซึ่งที่ผ่านมาจะเห็นว่าลุงเอี่ยมแกได้เงินมาในแต่ละปีก่อนมีงานประจำและจะเอาเงินมาถวายหลวงพ่อวัดไร่ขิงเพื่อซื้อดอกไม้ใช้ในงานประจำปี
“ลุงเอี่ยมยืนยันเสมอว่าจะไม่ไปไหน อยากอยู่วัดไร่ขิง เพราะอยู่ที่วัดไร่ขิงมานาน อยู่วัดไร่ขิงก่อนผมเสียอีก และก็ไม่ยอมรับสวัสดิการจาก พม.ทั้งผู้สูงอายุ และผู้พิการ ลุงเอี่ยมบอกว่ามีเงินพอใช้แล้วเอาเงินเหล่านี้ไปช่วยคนอื่น แต่เงินเหล่านี้หากลุงเอี่ยมไม่รับและมอบให้ใครเป็นลายลักษณ์อักษร ก็ไม่สามารถนำไปใช้ให้ใครได้ แต่วันนี้ลุงเอี่ยมยอมพิมพ์ลายนิ้วมือเพื่อมอบอำนาจให้ไปรับเงินผู้พิการแทน และมอบให้นายสมพงษ์ ทองเกิด หรือลุงขาว เพื่อนต่างวัยที่ช่วยเหลือดูแลมาตลอดเป็นผู้รับเงินสวัสดิการผู้พิการเดือนละ 800 บาท เพื่อใช้ดำรงชีพต่อไปแทน” นายอุดร กล่าว
201603151539191-20021028190252
ขณะที่นายสมพงศ์ กล่าวว่า ตนมีอาชีพรับจ้างทั่วไปอาศัยอยู่ห้องเช่า ต.อ้อมใหญ่ อ.สามพราน โดยเมื่อปี 2536 มาเที่ยววัดไร่ขิง และมาเจอลุงเอี่ยมโดยบังเอิญ และรู้สึกผูกพันกับลุงเอี่ยม และไปมาหาสู่ลุงเอี่ยมที่วัดไร่ขิงตลอดและต่อมาก็มาอยู่ดูแลลุงเอี่ยมช่วยแกเรื่องส่วนตัว ลุงเอี่ยมแกไม่ได้ยากไร้หรือเดือดร้อนเรื่องเงินอย่างที่บางคนคิด แกมีเซฟของแกอยู่ปลอดภัย แกระวังระแวงคนอื่นจะมาใกล้แกไม่ได้หรอก และแกมีเงินเก็บฝากธนาคารประจำ โดยสมุดธนาคารแกจะเก็บเองเวลาจะเบิกแกก็จะให้นายเชาว์ ขับแท็กซี่มารับไปเบิกเงิน แกจะไม่ไว้ใจใครทั้งนั้น  นอกจากนั้นแกยังมีที่ดินมูลค่ากว่า 3 ล้านบาท ในซอยสุด สุขถาวร(ไร่ขิง 22)เวลาแกจะไปเที่ยวไหนแกก็จะให้โทรตามนายเชาว์ รถแท็กซี่ประจำมารับไปเที่ยว ส่วนใหญ่ก็จะไปวัดมหาธาตุ อ.เมืองเพชรบุรี จ.เพชรบุรี วัดป่าเลไลยก์ อ.เมือง จ.สุพรรณบุรี โดยให้ค่าเช่าครั้งละ 2,000 บาท ซึ่งในแต่ละครั้งตนไม่ได้ไป แกไปกับนายเชาว์ลำพังสองคน
ขณะที่นางมะลิวัลย์ หลีค้า แม่ค้าบาร์บีคิวร้านค้าสวัสดิการ กล่าวว่า ข่าวลุงเอี่ยมที่ลงๆ กันนี้ผิดหมด ไม่เป็นความจริงเลยสักเรื่อง กล่าวหาว่าวัดขับไล่ลุงเอี่ยม วัดไล่ลุงเอี่ยมตรงไหน คณะกรรมการวัดเมตตาลุงเอี่ยมให้มาอยู่ที่ร้านค้าสวัสดิการวัดไร่ขิง 1 ห้อง แต่มีแม่ค้ารายหนึ่งติดกันเห็นว่ามันจะคับแคบเลยให้อีก 1 ห้อง จึงเป็นสองห้องติดกันและร้านตนหลังชนกัน ก็จะเห็นแกทุกวัน ทักทายกัน เมื่อก่อนหน้านี้ลุงเอี่ยมแกไปวัดมหาธาตุ จ.เพชรบุรี 5-6 วัน มีคนวัดมหาธาตุมาส่งบอกว่าลุงเอี่ยมแกตกเก้าอี้บาดเจ็บ พวกเราเลยมาช่วยกันดูแลแกไม่ได้คิดอะไร ฉันปิดร้านดึกจึงดูแลแกได้มากกว่าคนอื่น ไม่ใช่ดูแลคนเดียว ทุกวันนี้ลุงเอี่ยมแกอยู่ตรงนี้แกก็มีรายได้ 400-500 บาททุกวันอยู่แล้ว แกไม่เดือดร้อนเรื่องเงินอยู่แล้ว ดังนั้นที่ข่าวไปลงแบบนั้นเสียหายหมด วัดไร่ขิงเสียหาย หลวงพ่อเสียหาย