เมื่อวันที่ 31 ตุลาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่าได้รับแจ้งจากชาวบ้านในพื้นที่ อ.สนม จ.สุรินทร์ ว่าภายในวัดศรีสว่างโคกสะอาด ต.สนม อ.สนม อ.สนม มีเมรุที่มีลักษณะแปลกแตกต่างจากเมรุวัดทั่วไปเนื่องจากมีสีสันที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น สีแดง เหลือง น้ำเงิน ชมพู เขียว ขาว และสีฟ้า เป็นต้น จากการลงพื้นที่ไปยังวัดดังกล่าว เพื่อสอบถามข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นพบพระลูกวัด กำลังพากันกวาดลานวัด บริเวณรอบเมรุหลากสี และพบว่าเมรุดังกล่าว ถูกทาด้วยสีที่หลากหลายจริง มีความสวยงามสดใส และแปลกตากว่าเมรุวัดทั่วไปเป็นอย่างยิ่ง นอกจากนี้ ที่ด้านหลังเมรุ บริเวณด้านบนของช่องเก็บเชิงตะกอน มีการวาดภาพการ์ตูน โดราเอม่อน สีฟ้า พนมมือไหว้ ใบหน้ายิ้มแย้ม ขณะที่ด้านข้างทั้งซ้ายและขวาเขียนคติเตือนใจ หลากหลายสำนวนไว้ อาทิ จงอย่าประมาทในการใช้ชีวิต เพราะไม่ใช่ฮีโร่เหมือนในหนังการ์ตูน ,อันชีวิตคนเราก็เท่านี้ จนหรือมีคนเราก็เท่านั้น วาสนาคนเราไม่เท่ากัน อันความตายเท่านั้นที่เท่าเทียม และอีกหลายหลายคำคติเตือนใจรอบๆเมรุ นอกจากนี้ยังเขียนคำว่า อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา ที่บริเวณเหนือช่องประตูเผาศพด้านหน้าอีกด้วย และพึ่งทาสีเมรุเสร็จหมาดๆเมื่อวันที่ 28 ตุลาคม ที่ผ่านมาอีกด้วย
พระครูประทีป ธรรมวงศ์ เจ้าอาวาสวัดศรีสว่างโคกสะอาด และเจ้าคณะอำเภอสนม กล่าวว่าที่ทาสีเมรุหลากสีสันนี้ ก็เพราะว่าเป็นกุศโลบาย เพราะว่างานศพเป็นงานที่โศกเศร้า เสียใจ อาลัยอาวรณ์ไม่ว่าจะเป็นบุคคลใดก็แล้วแต่ เมื่อมีการสูญเสียบุคคลที่เรารัก คนที่เราเคารพนับถือ ทุกคนก็จะเกิดความเสียใจ หดหู่ อาลัยอาวรณ์กว่าความรู้สึกอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นทั้งเจ้าภาพงานศพและแขกที่มางานศพ ทุกคนต่างก็มีความรู้สึกเหมือนกัน หลังจากนั้นจึงมีกุศโลบายว่า จะทำอย่างไรถึงจะคลายความโศกเศร้าได้บ้าง ให้มีความชื่นบาน โดยพระสงฆ์ที่เข้าร่วมอุปสมบทหมู่ถวายเป็นพระราชกุศล 55 รูปในพื้นที่อ.สนมได้มาจำวัด ปฏิบัติธรรมอยู่ที่วัดได้เห็นสภาพเมรุที่สีหม่นหมอง เนื่องจากทาสีมานานจึงมาปรึกษาขออนุญาตทาสีเมรุใหม่ อาตมาจึงได้อนุญาตให้ทาสีใหม่ได้และให้กุศโลบายสีที่จะทาใหม่ ส่วนเงินที่นำมาใช้ทาสีทางพระสงฆ์ที่อุปสมบทหมู่มีการรับบริจาคกันในหมู่พระสงฆ์ที่ได้เงินมา 8 พันกว่าบาท

พระครูประทีป กล่าวต่อว่าหลังจากทาสีเสร็จมีประชาชนที่สงสัยมาถามว่าทำไมทาหลากหลายสี อาตมาได้อธิบายถึงเรื่องให้กุศโลบายข้างต้นดังกล่าวให้ฟัง ส่วนภาพโดราเอม่อน ก็เป็นการออกแบบกุศโลบายของพระสงฆ์ที่อุปสมบทหมู่ดังกล่าวที่วาดและออกแบบกันเอง ส่วนคำว่าอนิจจัง ทุกขัง อนัตตา ที่เขียนด้านบนประตูช่องเผาศพ ด้านหน้า ก็เพื่อให้เห็นถึงความไม่เที่ยงแท้ของมนุษย์ มนุษย์ที่เกิดมาไม่ว่าจะเป็นชายก็ดี หญิงก็ดี ล้วนแล้วแต่ตกอยู่ในกฏความจริงด้วยกันทั้งนั้น กฎความจริงก็มีอยู่ด้วยกัน 3 อย่าง ไม่ว่าจะเป็น อนิจจัง หมายถึง กฎที่ไม่เที่ยง ทุกคนล้วนตกอยู่ในกฎนี้ คือความไม่เที่ยงแท้แน่นอน จะมีการเปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลาของมัน ส่วนกฎทุกขัง แปลว่าความทุก ทุกคนที่เกิดมาไม่มีใครที่จะหลีกพ้นในเรื่องของความทุกข์ไปได้เลย ทุกคนต้องประสบด้วยกันทั้งนั้น และกฎ อนัตตา เป็นสิ่งที่ไม่ใช้ตัวไม่ใช่ตน อย่างมนุษย์เรา ก็เป็นเพียงการถูกปรุงแต่งเท่านั้นเอง คือมาจากธาตุทั้ง 4 คือ ดิน น้ำ ลม และไฟ และก็สมมุติกันขึ้นมาเป็นคน เป็นนาย ก. นาย ข. แต่ที่จริงแล้วคือความไม่เที่ยง ไม่สามารถบังคับบัญชาให้อยู่ในอำนาจจิตใจของแต่ละบุคคลได้ สรุปแล้วทุกคนที่เกิดมาในโลกนี้ ไม่ว่าจะชนชั้นวรรณะไหนก็แล้วแต่ ก็ล้วนตกอยู่ในกฎของความจริงด้วยกันทั้งนั้น


