หน้าแรก ภูมิภาค ผู้ว่าฯตรังไม...

ผู้ว่าฯตรังไม่ยอม! ยันพะยูนตายไม่ใช่กระบวนการล่า อย่าอคติ ลั่นต้องจับคนทำให้ได้

1.11.17 | 14:53 น.

เมื่อเวลา 08.30 น. วันที่ 1 พฤศจิกายน ที่ห้องแถลงข่าวศาลากลางจังหวัดตรัง นายศิริพัฒ พัฒกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง เป็นประธานการแถลงข่าวประจำสัปดาห์ โดยมีรองผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง หัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้องร่วมแถลงต่อสื่อมวลชน โดยหนึ่งประเด็นซึ่งเป็นเรื่องที่ประชาชนให้ความสนใจกรณี พบซากพะยูนที่บริเวณป่าโกงกาง ที่ปากคลองโต๊ะขุน หมู่ 7 ต.เกาะลิบง อ.กันตัง จ.ตรัง สภาพซากอวัยวะบางส่วนทหายไป เช่น ส่วนหัว กระดูก เนื้อ เหลือเฉพาะหนังและลำไส้ ที่ทางหน่วยอนุรักษ์พันธุ์สัตว์ป่าหมู่เกาะลิบง ออกมาระบุว่าเกิดจากกระบวนการล่า สอดรับกับการออกมาให้สัมภาษณ์ของอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมว่า ชาวบ้านเกาะลิบง ต.เกาะลิบง อ.กันตัง จ.ตรัง มีกระบวนการล่าพะยูน และหลังจากที่พบซากพะยูนตัวดังกล่าว นายชัยพฤกษ์ วีระวงศ์ หัวหน้าเขตห้ามล่าพันธุ์สัตว์ป่าหมู่เกาะลิบง เข้าแจ้งความไว้ที่ สภ.กันตัง จ.ตรัง ไปแล้วก่อนหน้านี้


ด้าน พ.ต.อ.พีระพงษ์ ฉายอรุณ ผกก.สภ.กันตัง กล่าวว่า กรณีคดีที่พบซากพะยูนที่เกาะลิบง อ.กันตัง จ.ตรัง ในส่วนของทางตำรวจจะให้ความสำคัญในเรื่องของการสืบสวนสอบสวน โดยความผิดที่เกี่ยวข้องกับคดีนี้มี 3 ประเด็น คือ 1) เรื่องการล่า 2) มีซากสัตว์สงวนไว้ในครอบครอง 3)การค้าซากสัตว์ โดยเรื่องการล่าขณะนี้อยู่ในระหว่างการสืบสวนสอบสวนว่า พะยูนเสียชีวิตอย่างไร ซึ่งจากการชันสูตรซากจากทางสัตวแพทย์ ยังไม่สามารถระบุถึงสาเหตุการตาย เพียงแต่ระบุว่า ซากที่พบเป็นอวัยวะไส้ ผิวหน้า ส่วนที่หายไปเป็นกะโหลก กระดูก ซึ่งข้อมูลทางการแพทย์ยืนยันว่าพะยูนถูกชำแหละหลังเสียชีวิตแล้วเป็นแนวทางที่ทำให้ทราบว่า การเสียชีวิตเกิดจากอุบัติเหตุ ไม่ว่าจะติดอวนชาวประมง ดังนั้น การล่าจึงอยู่ระหว่างการตรวจสอบอยู่

พ.ต.อ.พีระพงษ์กล่าวอีกว่า ส่วนในเรื่องของการมีซากสัตว์สงวนฯไว้ในครอบครอง เรื่องที่ไม่ปรากฏว่าพบเพราะไม่มีใครพบตัวผู้ต้องหา พบแต่เพียงซากพะยูนตัวดังกล่าวติดอยู่ในบริเวณป่าโกงกาง จึงไม่มีใครยืนยันว่ามีการพบบุคคลที่เกี่ยวข้องหรือผู้ต้องสงสัย เนื่องจากการชำแหละก็ไม่มีใครเห็น ซากพะยูนที่พบ สัตวแพทย์ระบุว่า ตายไม่น้อยกว่า 5 วันมีสภาพเน่าเปื่อย ส่วนประเด็นเรื่องการค้า หรือเอาไปซึ่งกระดูกชิ้นส่วนพะยูน ก็ยังไม่พบตัวบุคคลอยู่ระหว่างการสืบสวนอยู่เช่นกัน

“ในเบื้องต้นคาดการณ์ว่า ชาวบ้านเกาะลิบงเองมีความรักพะยูนเนื่องจากเป็นสัตว์อนุรักษ์ จึงไม่น่าเชื่อว่าจะเป็นคนเกาะลิบง อาจจะมีประมงพื้นบ้านข้างเคียงที่เข้ามาวางอวนแล้วเจอพะยูนด้วยความบังเอิญ อีกทั้งการชำแหละพะยูนเกิดขึ้นหลังจากที่พะยูนตายไปแล้ว โดยเราตั้งหลักจากผลผ่าพิสูจน์โดยสัตวแพทย์ที่รายงานมา ซึ่งจากการรายงานผมจึงตั้งข้อสังเกตว่า มีความเป็นไปได้ที่การชำแหละจะเกิดขึ้นหลังการเสียชีวิตไประยะหนึ่ง สะท้อนจากการนำอวัยวะไปเพียงบางส่วน ที่เชื่อว่าน่าจะยังใช้งานได้ ขณะที่ส่วนที่ทิ้งไว้นั้นเพราะเน่าแล้ว ตัวอย่างเช่น การทิ้งไส้ที่เน่ามากไว้ โดยเฉพาะปีกของมดลูกที่ถูกตัดออกไปเพียงบางส่วนที่ยังไม่เน่ามาก รวมถึงตับและหัวใจที่หายไป” พ.ต.อ.พีระพงษ์กล่าว

Advertisement

นายศิริพัฒ พัฒกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง กล่าวว่า การตายของพะยูนที่พบในพื้นที่เกาะลิบง อ.กันตัง จ.ตรัง ที่มีการออกมาพูดกันว่าเกิดจากกระบวนการล่านั้น ในเมื่อไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่ามีกระบวนการล่าหรือไม่ ตนขอปฏิเสธเลยว่า ไม่ใช่กระบวนการล่าพะยูนอย่างเด็ดขาด ด้วยหลักเหตุผลและผลมันจึงไม่ใช่เรื่องของกระบวนการ ตนมีวุฒิสภาวะและไม่เคยปฏิเสธที่ที่ตัวเองพูด ขนาดผลการพิสูจน์ทราบออกมาอย่างนี้แล้ว แต่ยังมีการปักใจเชื่อว่ามีการล่าอยู่ดี นี่จึงเป็นประเด็นของความอคติส่งผลต่อให้เกิดผลเสียต่อการสื่อสาร ตำรวจสรุปเบื้องต้นว่า พะยูนน่าจะตายก่อนหลังจากนั้นมีคนมาเจอซากและชำแหละไม่ใช่ตายสดๆ ล่าสดๆ และชำแหละสดๆ ขัดวิสัยของคำว่าล่าที่จะเอาเนื้อเอาเขี้ยว ซึ่งกลุ่มนี้ยังเชื่อว่าเป็นการล่า

นายศิริพัฒกล่าวอีกว่า นอกจากนี้ ยังมีอีกกลุ่มหนึ่งส่งคลิปวิดีโอของฤๅษีตนหนึ่งโฆษณาเรื่องซี่โครงพะยูนแช่ในน้ำมันโดยบอกว่ามีกระบวนการจริงๆ ว่าเอาไปทำเครื่องลางของขลัง ผมก็ไม่ว่าอะไร เป็นเรื่องเชื่อไม่ได้ ไม่รู้จะเป็นพะยูนจริงหรือเปล่า ส่วนอีกกลุ่มพยายามบอกตนว่าเขารู้เป็นคนหมู่ไหน ตำบลไหน รู้ตัวคนด้วย ตนจึงมอบหมายให้ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดตรังไปสืบมาว่าจริงหรือเปล่า สรุปแล้วกลุ่มที่เชื่อว่ามีกระบวนการล่าก็เป็นความเชื่อส่วนบุคลที่จะต้องหาความจริงให้ได้

“ผมยืนยันว่ายังไงก็ต้องจับให้ได้ เพราะจะได้รู้ว่าเป็นกระบวนการจริงหรือเปล่า เป็นการล่าพะยูนจริงหรือเปล่า เพราะผมบอกแล้วว่า ต้องให้ความเป็นธรรมกับคนตรัง จังหวัดตรัง เพราะถ้ามีคนทำแบบนี้ไม่กี่คนแล้วมาเหมาว่าเป็นกระบวนการล่า ถึงแม้คนตรังล่าจริง แต่ถ้าคนตรังแถวเกาะลิบงปล่อยให้มีกระบวนการนี้ เพราะฉะนั้นคนตรังก็ไม่ดี เรื่องนี้จะออกมาในรูปแบบไหน คนตรังก็เสียทั้งสิ้นซึ่งผมยอมไม่ได้ เพราะผมเป็นผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง ต่อไปผมสั่งการให้ นายอำเภอกันตัง และอำเภอปะเหลียน ลงพื้นที่เกาะลิบง และเกาะสุกร สัปดาห์ละ 1 วันจะได้ฟังข่าว มีมิตรเยอะๆมาคุยทั้งเรื่องดีและลบ และได้การข่าวดีขึ้น” นายศิริพัฒกล่าว