หน้าแรก ภูมิภาค ชาวบ้านครวญ ถ...

ชาวบ้านครวญ ถนนพัง20ปีไม่ซ่อม เอางบไปซื้อรถดับเพลิง5ล้าน อบต.อ้างติดเขตอุทยาน

1.11.17 | 15:51 น.

เมื่อวันที่ 1 พ.ย. ที่องค์การบริหารส่วนตำบลบ่อน้ำร้อน อ.กันตัง จ.ตรัง นายไชยงค์ ไชยกุล กำนัน ต.บ่อน้ำร้อน พร้อมผู้นำชุมชน และพร้อมกับชาวบ้านประมาณ 50 คน เดินทางขอพบนายธำรง นนทแก้ว นายก อบต.บ่อน้ำร้อน เพื่อสอบถามถึงแนวทางการแก้ไขปัญหา ถนนชำรุดสายสิเหร่บ้านเหนือ-บ้านทุ่งเจริญ ซึ่งเป็นถนนภายในหมู่บ้านที่เชื่อมต่อหลายพื้นที่ มีสภาพชำรุด ผิวถนนบางช่วงเป็นลูกรัง หินคลุก บางช่วงเป็นดินโคลน พอฝนตกชาวบ้านเดือดร้อนอย่างหนักมานานเกือบ 20 ปี ระยะทางเกือบ 10 กม.สัญจรไป-มา ไม่สะดวก อีกทั้งยังเป็นถนนที่นักท่องเที่ยวผ่านไปยังน้ำตกนกยูงซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียง หนำซ้ำเคยเกิดอุบัติเหตุจนได้รับบาดเจ็บและยานพาหนะเสียหายไปแล้วนับครั้งไม่ถ้วน ทนรอว่าจะมีหน่วยงานรับผิดชอบก็กลับไร้วี่แวว จนทนไม่ไหว รวมตัวกัน เดินทางสอบถามว่าพอจะมีหนทางช่วยเหลือบ้างหรือไม่ หรือจะปล่อยให้ชาวบ้านเจ้าของภาษีต้องทนทุกข์ย่อมรับชะตาต่อไป หรือต้องรอเกิดความเสียหายในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนมากไปกว่านี้ ท่ามกลางกำลังของเจ้าหน้าที่อาสาสมัคร (อส.) เฝ้าระวังเหตุการณ์อยู่ตลอดเวลา


โดยในทั้งสองฝ่ายได้ร่วมพูดคุยเจรจากัน ถึงเหตุผลความจำเป็น โดยฝ่ายชาวบ้านอ้างว่าเพราะเดือดร้อน ทนไมได้อีกต่อไป ทางผู้บริหาร อบต.ในฐานะผู้รับรับผิดชอบพื้นที่ต้องหาวิธีเร่งด่วนแก้ปัญหาถนนเส้นดังกล่าวโดยเร็วที่สุด อีกทั้ง ชาวบ้านระบุว่า นายก อบต.บริหารงาน ผิดพลาด ปัญหาความเดือดร้อนของชาวบ้านที่มีอยู่เฉพาะหน้าไม่ยอมแก้ไข แต่กลับนำงบประมาณไปซื้อรถดับเพลิง มูลค่าเกือบ 5 ล้านบาท ซึ่งชาวบ้านมองว่าเป็นการแก้ปัญหาไม่ตรงจุด นอกจากนี้ชาวบ้านให้เหตุผลว่า อบต.อ้างว่าติดเขตอุทยานฯ แต่ในความเป็นจริงถนนเส้นดังกล่าว มีเพียงบางส่วน เท่านั้นที่ติดเขตอุทยานฯ

ทั้งนี้ นายไชยงค์ ไชยกุล กำนัน ต.บ่อน้ำร้อน กล่าวว่า ถ้าชาวบ้านไม่เดือนร้อนจริงๆ ไม่มีใครอยากมา อบต. เพราะทุกคนต้องดิ้นรนทำมาหากิน ไม่มีใครอยากมารบกวนทำให้ นายก และผู้บริหาร อบต.เดือดร้อน แต่เนื่องจากชาวบ้านทนไม่ไหวจริงๆ ก่อนหน้านี้เคยมาประสานขอให้มีการช่วยเหลือแก้ไขปัญหาเรื่องถนนเส้นดังกล่าว แล้วหลายครั้ง แต่ก็ไร้วี่แวว อ้างเพียงว่า ติดเขตอุทยานฯแห่งชาติหาดเจ้าไหม ทำอะไรไม่ได้ เพราะอุทยานฯไม่อนุญาติ ทั้งๆที่พวกตนเองและชาวบ้านรู้ว่า ทุกอย่างมีทางออก แต่กลับไม่ยอมทำ ทำเป็นทองไม่รู้ร้อนกัน จึงจำเป็นต้องมาสอบถามด้วยตนเอง ว่าพอจะมีทางออกทางแก้หรือไม่ ก่อนที่ชาวบ้านจะสุดทน ดำเนินการขั้นต่อไป ที่อาจจะทำให้ไม่สบายใจกัน

ด้านนายธำรง นนทแก้ว นายก อบต.บ่อน้ำร้อน กล่าวว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นตนเองก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ พยายามประสานงานเจรจากับทุกฝ่าย ทั้ง อุทยานฯ และ อบจ.ตรัง เพื่อขอสนับสนุน เครื่องจักรกล ให้มาปรับผิวจราจรให้ชาวบ้านสามารถใช้ได้ ซึ่งก็มีการรับปากกันไว้แล้ว และพยายามจะแก้ปัญหาให้เร็วที่สุด

Advertisement