หน้าแรก ภูมิภาค เดินหน้าเต็มส...

เดินหน้าเต็มสูบ มอเตอร์เวย์บางปะอิน-นครราชสีมา เร่งพิจารณาเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ

15.03.16 | 20:20 น.

วันที่ 15 มี.ค.59 เมื่อเวลา 10.00 น.ที่ห้องประชุมมูลนิธิท้าวสุรนารี ศาลากลางจังหวัดนครราชสีมา นายสุรพันธ์ ดิสสะมาน รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา จัดการประชุมแก้ไขปัญหาราษฎรที่ได้รับผลกระทบจากโครงการก่อสร้างทางหลวงพิเศษหมายเลข 6 (มอเตอร์เวย์ ) สายบางปะอิน – นครราชสีมา โดยมีคณะกรรมการ ซึ่งเป็นผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ประกอบด้วยนายอดุลย์ เชาว์วาทิน ผู้อำนวยการสำนักงานทางหลวงที่ 10 (ทล.10 ) นครราชสีมา นายเสน่ห์ นิ่งใจเย็น ผอ.ส่วนกฎหมายและจัดกรรมสิทธิ์ที่ดิน ทล.10 และองค์กรปกครองท้องถิ่น (อปท.) ร่วมนำเสนอแลกเปลี่ยนข้อมูลและพิจารณาปัญหาตามข้อร้องเรียนจากผู้ได้รับผลกระทบ เพื่อให้การดำเนินการก่อสร้างโครงการ ฯ สายบางปะอิน – นครราชสีมา รวมระยะทาง 196 กม. เป็นไปตามนโยบายของรัฐบาล โดยกำหนดจุดเริ่มจากบริเวณทางแยกต่างระดับถนนแหวนรอบนอกกรุงเทพฯ ด้านตะวันออก (ทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข 9) อ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา สิ้นสุดบริเวณ กม.2 ถนนทางเลี่ยงเมืองนครราชสีมา มีด่านเก็บค่าผ่านทาง 9 แห่ง มีศูนย์บริการทางหลวง 1 แห่ง สถานีบริการทางหลวง ( service area ) 2 แห่ง และที่พักริมทางหลวง ( rest area ) หากการก่อสร้างเป็นไปตามกำหนดจะแล้วเสร็จประมาณปี 2562

นายเสน่ห์ เปิดเผยว่า ข้อสรุปจากข้อเรียกร้องของผู้ได้รับผลกระทบโครงการฯ โดยมีเรื่องค่าทดแทนการเวนคืนที่ดินต่ำกว่าความเป็นจริงในตลาดซื้อขายกว่า 10 เท่า ทำให้ชาวบ้านไม่สามารถหาซื้อที่ดินแปลงใหม่ได้ และเรื่องการพิจารณาปรับเปลี่ยนรูปแบบการก่อสร้างฯ เช่นการลดรูปแบบการก่อสร้าง โดยให้สร้างทางลอดหรือทางบริการเพิ่มเติม ที่ประชุมมีมติให้คณะกรรมการรวบรวมข้อเท็จจริง นำมาพิจารณาอีกครั้ง โดยให้เสร็จสิ้นภายในเดือนมีนาคม เพื่อเร่งรัดการจ่ายงบประมาณให้เป็นไปตามหลักกฎหมายและมีความเหมาะสม ในลักษณะเยียวยาให้ชาวบ้านได้รับผลกระทบน้อยที่สุด

อย่างไรก็ตาม นายเสน่ห์กล่าวว่า การจ่ายเงินค่าทดแทนในการเวนคืนที่ดิน สิ่งปลูกสร้างและพืชผล ขณะนี้กรมทางหลวง ได้รับงบประมาณค่าสิ่งปลูกสร้างและพืชผลแล้ว จำนวน 334,101,600 บาท กำหนดจ่ายเป็นค่าสิ่งปลูกสร้าง 372 ราย ค่าพืชผล 537 ราย โดยจ่ายเมื่อวันที่ 24 ก.พ. และ 8 มี.ค. ที่ผ่านมา เป็นค่าสิ่งปลูกสร้าง 74 ราย รวมเงิน 56,313,044 บาท ค่าพืชผล 81 ราย รวมเงิน 19,233,978 บาท รวม 75,547,022 บาท  และจะดำเนินการจ่ายครั้งต่อไปในวันที่ 23 มีนาคม ค่าสิ่งปลูกสร้าง 87 ราย เป็นเงิน 56,887,448 บาท ค่าพืชผล 96 ราย เป็นเงิน 13,802,695 บาท รวม 70,690,143 บาท