กลุ่มชาวสวนยางขอเวลาพบนายกฯ 5 นาที เผยพบนายกฯยากที่สุด แม้กระทั่งโทรศัพท์ก็พูดไม่ได้ ล่ารายชื่อ 50,000 ชื่อยื่น สนช. ปลดบอร์ด กยท. ล้มเหลวในการบริหาร
วันที่ 3 พฤศจิกายน 2560 นายไพรัช เจ้ยชุม คณะกรรมการเครือข่ายชาวสวนยางแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ในวันที่ 3 พฤศจิกายน คณะกรรมการเครือข่ายชาวสวนยางจำนวนหนึ่งจะเดินทางไปยื่นหนังสือถึง ฯพณฯ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่เดินทางมาพบกับประชาชนที่ จ.นครศรีธรรมราช เรื่องของยางพารา เช่น ปัญหาตลาดกลางยางพาราของการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) ที่กำลังประสบปัญหาเกี่ยวกับการประมูลซื้อขายยางพารา
นายไพรัชกล่าวว่า ตัวแทนเครือข่ายสถาบันเกษตรกรชาวสวนยาง มีนายประทบ สุขสนาน รองประธานเครือข่ายฯระดับประเทศ นายถนอมเกียรติ ยิ่งฉ้วน ที่ปรึกษาประธานเครือข่ายฯระดับประเทศ นายวิสูตร สุชาฏา ประธานเครือข่ายฯจังหวัดนครศรีธรรมราช นายไพรัช เจ้ยชุม กรรมการเครือข่ายฯระดับประเทศ นายประยูรสิทธิ์ คณานุรักษ์ กรรมการเครือข่ายฯระดับประเทศ และนายวุฒิ รักษ์ทอง เครือข่ายฯจังหวัดสุราษฎร์ธานี
นายมนัส บุญพัฒน์ นายกสมาคมคนกรีดยางและชาวสวนยางรายย่อย (ส.ค.ย.) กล่าวว่า ได้ตั้งโต๊ะรับลงรายชื่อชาวสวนยางทั่วประเทศ โดยกระจายตั้งโต๊ะให้ลงชื่อในแบบฟอร์ม เพื่อให้คณะกรรมการการยางแห่งประเทศไทย 15 คน (บอร์ด กยท.) พล.อ.ฉัตรเฉลิม เฉลิมสุข ประธานบอร์ด กยท. ดร.ธีธัช สุขสะอาด ผู้ว่าการ กยท. พ้นจากตำแหน่งบอร์ด กยท.
นายมนัสกล่าวว่า ให้ได้รายชื่อประมาณ 50,000 ชื่อจากชาวสวนยางทั่วประเทศ แล้วจะทำการยื่นต่อประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เพื่อดำเนินการทำการถอดถอนให้พ้นจากตำแหน่งต่อไป จะทำการยื่นหนังสือไปยังหน่วยงาน องค์กรต่างๆ ทุกหน่วยที่มีอำนาจ จนกระทั่งไปถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ
“หากปล่อยเอาไว้ ทำให้ชาวสวนยางประสบกับความเดือดร้อนอย่างหนัก เนื่องจากขณะนี้ราคายางพาราได้ถดถอยลงตามลำดับ หรือเลือดไหลอย่างไม่หยุดยั้ง จึงจำเป็นต้องระงับเลือดที่ไหลออก โดยการลงรายชื่อ 50,000 ชื่อ เพื่อทำการถอดถอนให้พ้นจากตำแหน่ง เพราะบริหารเรื่องยางบกพร่องและผิดพลาด” นายมนัส กล่าว
นายมนัสกล่าวว่า ในรอบเดือนตุลาคม 2560 ตลาดกลางยางพารา การยางแห่งประเทศไทย (กยท.) จังหวัดสุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช สงขลา และยะลา 4 ตลาดกลาง กยท. ยางพารามีการออกสู่การประมูลซื้อขายประมาณ 800,000 กก./วัน เฉพาะเป็นยางแผ่นรมควัน แต่มีการประมูลประมาณ 20,000-30,000 กก./วัน โดยหมุนประมูลไปแต่ละตลาด
“ตลาดกลางยางพารา กยท.ล้มเป็นรายวัน โดยสลับหมุนเวียนแต่ละตลาดแต่ละวันตลอดเดือนตุลาคม 2560 เป็นเงินหลายสิบล้านบาท ยางพาราที่เหลือจากการล้มเลิกประมูลทำให้ค้างสต๊อก โดยไม่มีที่ไป เพราะหาที่ขายไม่ได้ กลายเป็นเศษขยะในที่สุด และราคาก็ลดลงเกินความเป็นจริง”
นายมนัสกล่าวว่า ในส่วนจะเข้ายื่นหนังสือถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ส.ค.ย.ที่เดินทางมาจังหวัดนครศรีธรรมราชจะไม่เข้ายื่น เพราะที่ผ่านมาการเข้าพบนายกรัฐมนตรีไม่ใช่เรื่องง่าย และยิ่งออกมาต่างจังหวัดก็ยิ่งยากมาก
“กลุ่มตนไม่ได้ไปพบนายกรัฐมนตรี เพราะเคยประสบด้วยตนเองมาแล้วที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี การรักษาความปลอดภัยที่เข้มข้น สแกนแม้กระทั่งสัญญาณโทรศัพท์ก็รับไม่ได้ หนังสือก็รับไม่ได้ พบนายกรัฐมนตรียากกว่า ที่ทำเนียบรัฐบาล กลุ่มจะไปยื่นที่ทำเนียบรัฐบาลดีกว่า”

