หน้าแรก ภูมิภาค สงขลาระดมเครื...

สงขลาระดมเครื่องจักรกล ขุดคลองพื้นที่ 4 อำเภอ เพิ่มความสามารถระบายน้ำออก ทะเลสาบ

4.11.17 | 15:54 น.

เมื่อเวลา 09.00 น.วันที่ 4 พฤศจิกายนนี้ นายราชิต สุดพุ่ม รองผู้ว่าราชการ จ.สงขลา พร้อม นายนิพนธ์ บุญญามณี นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา ระดมเจ้าหน้าที่พร้อมเครื่องจักรกลหนัก ออกทำการขุดตัก รื้อวัชพืชและผักตบชวา ในคลองยู ต.รำแดง อ.สิงหนคร เพื่อเปิดทางน้ำ เพิ่มขีดความสามารถในการระบายน้ำออกจากพื้นที่ ให้สามารถระบายออกสู่ทะเลสาบสงขลาได้อย่างรวดเร็วมากขึ้น โดยคลองสายนี้มีระยะทางยาว 5 กิโลเมตร เต็มไปด้วยผักตบชวาและวัชพืช ต้องใช้เวลาในการขุดลอก 15 วัน จึงจะแล้วเสร็จ


นายนิพนธ์ กล่าวว่า นอกจากคลองในอำเภอสิงหนครแล้ว ยังได้กระจายเครื่องจักรกลออกปฏิบัติการขุดลอกคู คลอง ในชุมชนต่าง ในพื้นที่ 4 อำเภอคาบสมุทรสทิงพระ ได้แก่ สิงหนคร สทิงพระ กระแสสินธุ์และ ระโนด เพื่อให้คลองมีความพร้อมในการระบายน้ำออกสู่ทะเลสาบสงขลา บรรเทาความเดือดร้อนให้กับประชาชนในขณะนี้ได้มีการขุดลอกคูคลองในชุมชนได้เกือบครบทั้ง 16 อำเภอแล้ว และได้มีการจัดตั้งศูนย์อำนวยการเฉพาะกิจป้องกันและบรรเทาอุทกภัย วาตภัยและดินถล่ม ของ อบจ.สงขลา ซึ่งมีเจ้าหน้าที่พร้อมเครื่องจักรกลเตรียมความพร้อม สามารถออกปฏิบัติการช่วยเหลือประชาชนได้ตลอด 24 ชั่วโมง กรณีที่เกิดภัยขึ้น

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ฝนที่ตกหนักต่อเนื่องในช่วง 2 วันที่ผ่านมา ส่งผลทำให้เกิดปัญหาน้ำไหลระบายไม่ทัน เอ่อขึ้นมาท่วมถนนเลียบหาดสมิหลา ระยะทางประมาณ 100 เมตร โดยน้ำท่วมสูงประมาณ 20 เซนติเมตร รถเล็กต้องเพิ่มความระมัดระวังในการสัญจร โดยปัญหาที่เกิดขึ้นนั้น ส่งผลกระทบทำให้นักท่องเที่ยวชาวมาเลเซีย ที่เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในช่วงสุดสัปดาห์ ต้องเดินทางกลับ เนื่องจากบริเวณชายหาดมีคลื่นแรงและฝนตกต่อเนื่อง นอกจากบริเวณนี้แล้วยังมีน้ำเอ่อท่วมถนนในหลายจุด ทั้งในเขตเทศบาลนครสงขลา และ เทศบาลตำบลพะวง อำเภอเมือง ทางเทศบาลทั้ง 2 แห่ง ได้เร่งเดินเครื่องสูบน้ำเพื่อระบายน้ำออกสู่ทะเลสาบสงขลา คาดว่าระดับน้ำจะลดลงในไม่ช้า โดยจนถึงขณะนี้ยังมีฝนตก ท้องฟ้าปกคลุมไปด้วยเมฆฝน ศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคใต้ฝั่งตะวันออกจังหวัดสงขลา ยังคงเตือนประชาชนให้ระมัดระวังอันตรายจากฝนตกหนักและคลื่นซัดเข้าหาฝั่ง

Advertisement

สถานการณ์คลื่นลมในอ่าวไทยที่มีกำลังแรงขึ้นตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา ทำให้ชายหาดชลาทัศน์ ในเขตเทศบาลนครสงขลา เริ่มประสบปัญหาคลื่นกัดเซาะชายฝั่งอีกครั้ง โดยเฉพาะในจุดที่อยู่ระหว่างการดำเนินการโครงการเติมทรายให้ชายหาด ซึ่งใช้งบประมาณถึง 260 ล้านบาท ทำให้ทรายบริเวณชายหาด ที่ถูกนำมาปรับถมชายหาดเพื่อคืนความเป็นธรรมชาติได้แล้วบางส่วน ถูกคลื่นซัดลงไปในทะเลอีกครั้ง ทำให้ผู้รับเหมาดำเนินการโครงการนี้ ต้องใช้รถขุดตัก ทำการขุดตักทราย ที่ถูกคลื่นซัดลงทะเลกลับคืนมากองบนฝั่งอีกครั้ง ซึ่งต้องทำงานแข่งกับคลื่นอยู่ตลอดเวลา โดยคาดว่าจะยังมีคลื่นลมแรงต่อเนื่องไปจนถึงสัปดาห์หน้า

น.ส.พะเยาว์ เมืองงาม ผอ.ศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคใต้ฝั่งตะวันออก เปิดเผยว่า ได้ออกประกาศเตือนฉบับที่ 17 ระบุว่า หย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงปกคลุมบริเวณภาคใต้ตอนล่าง ประกอบกับบริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นกำลังแรงระลอกใหม่ได้แผ่ลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบน ลักษณะดังกล่าวทำให้มรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่ พัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้ มีกำลังแรงต่อเนื่อง ส่งผลให้บริเวณภาคใต้ฝั่งตะวันออก ระหว่างวันที่ 4-5 พฤศจิกายน 2560 มีฝนหนักถึงหนักมากบางแห่งบริเวณ จ.นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส ระหว่างวันที 6-8 พฤศจิกายน 2560 มีฝนหนักบางแห่งบริเวณ จ.ชุมพร สุราษฎร์ธานี และนครศรีธรรมราช ขอให้ประชาชนในพื้นที่ เสี่ยงภัยของจังหวัดดังกล่าวระมัดระวังอันตรายที่ เกิดจาก ฝนตกหนัก น้ำท่วมฉับพลัน ปริมาณน้ำฝนสะสม และน้ำป่าไหลหลาก