(5พ.ย.) สำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคที่6 สาขาพัทยา ได้ทำการชักธงแดงเพื่อเตือนว่าคลื่นลมในทะเลแรง มีความสูง 2-3 เมตร เรือเล็ก เรือสปีดโบ๊ทเครื่องเดียว เรือสปีดโบ๊ท 2 เครื่อง ห้ามออกจากฝั่งเด็ดขาด เพราะจะไม่ปลอดภัยในการเดินเรื่อง ส่วนเรือโดยสารขนาดใหญ่ที่วิ่งระหว่างพัทยา-เกาะล้าน ยังคงสมารถเดินเรือโดยสารได้ตามปกติ
นอกจากนั้นกรณีที่มีเรือยอร์ชเกิดล่มในเขต อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี ตามที่มีภาพคลิปเผยแพร่ในโลกโซเซียลนั้น ผู้สื่อข่าวได้ทำการสอบถามรายละเอียดจากเจ้าหน้าที่กรมเจ้าท่า ทราบว่า เรือดังกล่าวได้พานักท่องเที่ยวจากโอเชี่ยนมารีน่า อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี โดยเป็นเครื่องเรือแบบ2เครื่อง ในระหว่างเดินทางเครื่องเรือเกิดเสีย1เครื่อง คนขับได้หยุดทำการตรวจเช็คและซ่อม ประกอบกับลมและคลื่นทะเลแรงจึงพัดเข้าเรือ แต่ทางคนขับได้ประสานเรืออีกลำจากโอเชี่ยนมารีน่าออกมารับ ซึ่งนักท่องเที่ยวทุกคนปลอดภัย ส่วนเรือนั้นได้ลากไปไว้ที่เกาะเป็ด เขตฐานทัพเรือสัตหีบ ส่วนสาเหตุที่แท้จริงจะทำการตรวจสอบให้แน่ชัดอีกครั้งถึงสาเหตุการเกิดอุบัติเหตุครั้งนี้
ล่าสุดได้รับการเปิดเผยจาก พ.ต.ท.ปิยะพงษ์ เอนสาร สว.ส.กก.2 บก.ทท.ว่าเรือลิฟวิ่งไรท์ ลำดังกล่าวได้ถูกลากกลับมาถึง ท่าเรือโอเชียนมาริน่า ต่อจากนั้นได้ควบคุมกัปตันเรือ นายกลั้ว อบนวล อายุ 46 ปี ชาว จ.ฉะเชิงเทรา ไปสอบสวน โดยนายกลั้วให้การเป็นผู้ขับเรือ มีใบนายท้าย ที่ออกโดยกรมเจ้าท่าฯ แต่ไม่สามารถนำมาแสดงได้ เนื่องจากเอกสารทั้งหมดติดอยู่ในตัวเรือ จึงได้เชิญ นายกลั้วมาพบ ร.ต.อ.พงษ์สวัสดิ์ มอมุงคุณ พงส.สภ.นาจอมเทียน เพื่อบันทึกถ้อยคำ
จากการสอบสวน ได้ความว่า นายกลั้วซึ่งเป็นกัปตันเรือ ย่อมมีความรู้ความสามารถในการเดินเรือและสภาพภูมิอากาศก่อนออกเดินเรือ แต่กลับไม่แนะนำหรือห้ามปรามนักท่องเที่ยวไม่ให้เดินทางไปทำกิจกรรมตกปลาในบริเวณดังกล่าวซึ่งมีคลื่นลมแรง จนเกิดเหตุดังกล่าว จึงแจ้งข้อกล่าวหาให้กับนายกลั้ว”กระทำโดยประมาทให้ผู้อื่นเป็นอันตรายทางกายหรือจิตใจ” ตาม ป.อาญา ม.390 ซึ่งนายกลั้วรับสารภาพ จึงดำเนินการเปรียบเทียบปรับใช้ชั้นพนักงานสอบสวนเป็นเงิน 1,000 บาท ก่อนปล่อยตัวกลับไป

