เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 8 พฤศจิกายน ที่ห้องปกครองจังหวัดยโสธร นายถะโหน่ง โทบุดดี อายุ 54 ปี กำนัน ต.สามแยก อ.เลิงนกทา จ.ยโสธร พร้อมด้วยนายประกาศ ทุมอนันต์ อายุ 63 ปี ญาติของพระครูโกศลธรรมกร และชาวบ้านกว่า 20 คน เดินทางเข้าพบนายกิตติคุณ จันทรสถาพร อัยการจังหวัดคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายและการบังคับคดีจังหวัดยโสธร เพื่อร้องทุกข์ขอความเป็นธรรมให้ช่วยตรวจสองคดีการมรณภาพของพระครูโกศลธรรมกร อายุ 58 ปี เจ้าอาวาสวัดบูรพาหนองสิม ต.สามแยก อ.เลิงนกทา จ.ยโสธร หลังพบว่ามีมรณภาพอย่างมีเงื่อนงำ
นายถะโหน่งเผยว่า สืบเนื่องจากเมื่อเวลา 03.00-05.00 น. วันที่ 28 กรกฎาคมที่ผ่านมา ได้พบศพพระครูโกศลธรรมกร ที่บริเวณสระน้ำภายในวัด จากการตรวจสอบสภาพศพพบเลือดออกที่ปากและจมูก ตามร่างกายไม่มีแผลฟกช้ำ อย่างไรก็ตาม สำหรับสถานที่เกิดเหตุนั้นเป็นสระน้ำความลึกประมาณ 2.5 เมตร ซึ่งเป็นสถานที่ที่พระครูชอบไปให้อาหารปลาเป็นประจำและมักจะจำวัดที่บริเวณศาลากลางน้ำดังกล่าว เบื้องต้นผลการชันสูตรศพของ รพ.สรรพสิทธิประสงค์ จ.อุบลราชธานี พบว่าจมน้ำเสียชีวิต โดยเหตุการณ์ดังกล่าวยังความกังขาและความสงสัยของชาวบ้านเป็นอย่างมาก
นายถะโหน่งเผยต่อว่า จากข้อสังเกตของชาวบ้านในพื้นที่คาดว่าพระครูโกศลธรรมกร ถูกฆาตกรรมแล้วจึงนำศพทิ้งลงน้ำ โดยมีข้อสังเกตดังนี้ 1.น้ำในช่องท้องมีประมาณ 500 มิลลิลิตร 2.มีเลือดไหลออกจากปากจมูกและหูตลอดเวลา 3.ผิวพรรณปกติ และ 4.ปากปิดสนิท ตาไม่ถลน จากข้อสังเกตทำให้เกิดความสงสัยว่าพระครูโกศลธรรมกร ถูกฆาตกรรมจากบางคนที่ประสงค์ต่อทรัพย์สินหรือเครียดแค้น การดำเนินคดีของเจ้าหน้าที่ไม่เดินไปอย่างยุติธรรมหรือไม่ หรือมีอะไรที่ทำให้คดีความจบลงแบบง่ายด่าย
“นอกจากนี้ ชาวบ้านยังสงสัยต่อว่าทำไมเจ้าหน้าที่จึงปล่อยให้บุคคลต้องสงสัยหนีไปในขณะจำพรรษา คือ 1.วันที่พระครูโกศลธรรมกร มรณภาพมีเณรลูกวัดรูปหนึ่งหนีไปนอนนอกวัดและวันต่อมาหนีไปหมู่บ้านอื่นและผู้นำหมู่บ้านได้ไปตามกลับมา 2.วันที่ 29 กรกฎาคมที่ผ่านมา เวลา 16.00 -17.30 น. มีพระลูกวัดจะลงไปเอาสิ่งของอยู่วัดที่พระครูโกศลธรรมกร มรณภาพทำไมต้องถืออาวุธไปด้วย และ 3.หลังจากพระครูโกศลธรรมกรมรณภาพไปแล้วมีพระลูกวัดที่อาศัยอยู่กับพระครูไม่ไปช่วยงานศพสักวันและหลังจาก 10 วันก็หลบหนีออกจากวัดโดยไม่บอกกล่าวใครเลย ทั้งๆ ที่ยังไม่ออกจากจำพรรษา” นายถะโหน่งกล่าว
นายถะโหน่งเผยอีกว่า ตนจึงขอให้อัยการจังหวัดคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายและการบังคับคดีจังหวัดยโสธรช่วยเหลือให้ความกระจ่างให้กับชาวบ้านด้วย ซึ่งก่อนหน้าที่พวกตนและชาวบ้านได้ขอความช่วยเหลือจากกระทรวงยุติธรรมและกองปราบปรามและสื่อหลายที่ในส่วนกลางไปแล้วแต่ไม่มีความคืบหน้า จึงอยากให้หน่วยงานอัยการจังหวัดครองครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายและการบังคับคดีจังหวัดยโสธรสืบหาข้อเท็จจริงให้ด้วย
นายกิตติคุณกล่าวว่า เบื้องต้นชาวบ้านต้องรวบรวมพยานหลักฐาน พยานบุคคล พยานวัตถุ และพยานอื่นๆ ให้ติดตามพยานต่างๆ มาแสดงเพื่อการพิจารณาของพนักงานสอบสวนและพนักงานอัยการ แต่สิ่งพนักงานอัยการได้วินิจฉัยความเห็นไปแล้วก็เป็นอีกส่วนหนึ่ง แต่เรื่องดังกล่าวก็ยังไม่ยุติ ต้องนำเรื่องเสนอผู้ว่าราชการจังหวัด ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 156 ดังนั้น หากชาวบ้านมีพยานหลักฐานเพิ่มเติมอะไรก็สามารถเดินตามกระบวนการตามกฎหมายได้ นอกจากนี้ อัยการจังหวัดคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายและการบังคับคดีจังหวัดยโสธร จะได้เร่งรัดติดตามเรื่องดังกล่าวโดยจะมีหนังสือสอบถามผู้ที่เกี่ยวข้องในสำนวนคดีนี้รวมทั้งพยานบุคคล และผลของการชันสูตรพลิกศพของแพทย์ โดยจะรวบรวมพยานหลักฐานในชั้นนี้ก่อนจะติดตามสรุปผลอีกครั้งอย่างใกล้ชิด

